ข่าววันนี้
เฟซบุ๊ก Army times Thailand ออกมาเปิดเผยคำถามจากสื่อทั่วโลก โดยมีคำถามจากสื่อหลายสำนัก ทั้ง ไทยและต่างประเทศส่งมามากมาย โดยโพสต์ระบุว่า เปิดคำถามสื่อทั่วโลก ถึง หมูป่าอะคาเดมี่ รู้คำตอบ พร้อมกัน พรุ่งนี้ (18 ก.ค.) 18.00 น. ทั่วโลก พรุ่งนี้ทาง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์จะแถลงข่าวพร้อมเด็กหมูป่า แต่ให้ส่งคำถามก่อน เพื่อให้จิตแพทย์ ประเมินคำถาม ใครถามอะไรบ้างไปดูกัน Aljazeera English: 1. ช่วยอธิบายหน่อยว่า 10 วันแรก ทุกคนเอาตัวรอดทั้งทางใจและกายมาได้อย่างไร 2. นักกู้ภัยบอกอะไรคุณบ้างเรื่องการออกมาจากถ้ำ พวกคุณเตรียมตัวเองอย่างไรกับการเดินทางออกมาที่มีความยากลำบาก 3. คุณเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ Nine Network Australia: 1. คุณหมอชาวออสเตรเลียมีความสำคัญแค่ไหนในการช่วยพวกคุณออกมาจากถ้ำ 2. คุณเอาตัวรอดโดยไม่มีอาหารและน้ำ 10 วันมาได้อย่างไร Sky News (ถามโค้ชเอก) 1. คุณให้เด็กกินอาหารอย่างไร และให้กำลังใจกันอย่างไรก่อนที่จะมีความช่วยเหลือมาถึง จริงหรือเปล่าที่มีข่าวว่าคุณเอาอาหารของคุณให้เด็กๆ 2. ในฐานะผู้ใหญ่ คุณกังวลแค่ไหนว่าคุณอาจไม่สามารถออกมาได้ 3. คุณรักษาความคิดในแง่บวกไว้ได้อย่างไร (ต
กำลังเป็นกระแส และประเด็นสำหรับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอยู่ในขณะนี้เมื่อเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย “อาหารที่มีไขมันทรานส์” โดยให้มีผลบังคับใช้อีก 180 วัน หรืออีก 6 เดือนข้างหน้า นั้น. ล่าสุดนพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนหรือไขมันทรานส์ และอาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน ว่า ไขมันทรานส์เป็นไขมันประเภทอิ่มตัว มักใช้กับอาหารกลุ่มของทอด เช่น โดนัท พัฟ พาย เป็นต้น โดยมีการเอามาใช้ในทางอุตสาหกรรม เพราะทำให้กลิ่นหืนหายไป และเก็บอาหารได้นานขึ้น แต่ภายหลังมีข้อมูลว่า เมื่อรับประทานไปนานๆ จะเกิดการสะสมและเพิ่มความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจ ซึ่งในสหรัฐอเมริกามีการยกเลิกไม่ใช้ไขมันทรานส์ไปแล้ว นพ.วันชัย กล่าวว่า ส่วนในประเทศไทย ที่ผ่านมา อย. ได้หารือร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์ด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากไขมันทรานส์ เพื่อวางแผนยกเลิกการ
ฝนถล่ม ภาคอีสาน ร้อยละ 90 กรมอุตุฯ เตือนพายุ “เซินติญ” เข้าไทยวันนี้ เหนือ-อีสาน อ่วมถึง 21 ก.ค.นี้ ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพฯ วันนี้ก็หนัก ภาคใต้ตกหนักร้อยละ 80 ทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3 เมตร ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก ฝนถล่ม / เมื่อวันที่ 18 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2561 อนึ่ง พายุโซนร้อน “เซินติญ” (SON-TINH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วย
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านได้ลาภเป็นสิ่งของพื้นบ้านพื้นเมืองต่างๆ มีการติดต่อทางไกลกับญาติมิตร ได้เครื่องสื่อสารใหม่ๆ เป็นที่พอใจของท่าน อาจจะมีปากเสียงกับผู้ใกล้ชิด ถ้าไม่ออกจากบ้านได้ก็จะเป็นการดี ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านได้รับความกระทบกระเทือนจากชนหมู่มาก การพาแฟนไปไหนด้วยกันไม่ได้รับความสะดวกสบาย เพราะท่านอาจไปมีเรื่องกับใครๆ ก็ได้ มีลาภเป็นเงินสดก้อนหนึ่ง ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านไม่ควรทำธุรกรรมการเงินใดๆ เช่น การฝากถอนเงินก้อนใหญ่ หรือทำธนบัตรเปียกน้ำแล้วนำมาตากในที่เปิดเผย เป็นเรื่องที่อาจเกิดความยุ่งยากขึ้นได้ เพื่อนเก่าที่โกรธกันไปแล้วไม่ควรคืนดีกันตอนนี้ ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านได้รับความกระจ่างแจ้งในปัญหาต่างๆ ที่เคยมีอยู่ มีผลประโยชน์รายได้ต่างๆ สูงขึ้น ได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ หรือคำยกย่องต่างๆ มีรายได้และรายจ่ายสูงขึ้น ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านที่มีงานบางอย่างเป็นประจำ งานนั้นจะสิ้นสุดยุติลงระยะหนึ่ง แต่รายได้ยังคงเป็นปกติ
หลังเว็บไซต์ราชกิจจาฯ ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย “อาหารที่มีไขมันทรานส์” ในประเทศไทย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 180 วัน โดยปรากฏหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่ากรดไขมันทรานส์จากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น วงการเบเกอรี่ไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ หลายแบรนด์ดังออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องนี้กันถ้วยหน้า อย่างล่าสุดแบรนด์เบเกอรี่ดัง Daddy Dough ได้ออกมายืนยันต่อผู้บริโภคผ่านเพจเฟซบุ๊กของแบรนด์ถึงเรื่อง ไขมันทรานส์ว่า “มีหลายๆคนถามเข้ามาเรื่อง ไขมันทรานส์ แอดมินขอบอกเลยว่ามีการวิจัยออกมายืนยันแล้วว่า Daddy Dough คือหนึ่งใน 5 อันดับแรกที่มีปริมาณ “ไขมันทรานส์” ตามมาตราฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ คือสูงสุดไม่เกิน 0.5 กรัม/ หน่วยบริโภค ซึ่ง Daddy Dough มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.0729 กรัม/ ชิ้น เท่านั้นเอง และนอกจากโดนัทของเราจะได้มาตราฐานแล้ว Daddy Dough ยังเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องของการเป็นโดนัทที่มีค่าไขมันทรานส์น้อยที่สุดอีกด้วยค่ะ” อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nationtv.tv/
พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติพิจารณาการใช้จ่ายวงเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) และแก้ไขปัญหาเพื่อปลดล็อกอุปสรรคของการใช้บัตร ดังนี้คือ กระทรวงพาณิชย์ได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ กรณีร้านธงฟ้าเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้บัตรคนจนในการซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค โดยอ้างว่าต้องนำไปจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 7% เรื่องนี้ถือเป็นการฉ้อโกง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซีเรียสเรื่องนี้มาก สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการเด็ดขาด “กรณีร้านธงฟ้า เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากผู้ใช้บัตรคนจนซื้อของ โดยอ้างว่าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เรื่องนี้ นายกฯ สอบถามกระทรวงพาณิชย์ว่าดำเนินการอย่างไร กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าเรื่องนี้ได้ยกเลิกสิทธิร้านธงฟ้า และยึดเครื่องรูดบัตรคนจน หรือเครื่องอีดีซี คืนแล้วบางส่วน แต่เรื่องนี้นายกฯ กำชับว่า ไม่ควรดำเนินการเพียงการยึดคืนเครื่อง หรือเรียกคืนสิทธิ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องฉ้อโกง ควรดำเนินการขั้นเด็ดขาด ในคดีการฉ้อโกงด้วย” พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ ครม. ยังอนุมัติการเชื่อมข้อมูลผู้ถือ
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการชุดพิเศษของธนาคาร ที่มีนายนรินทร์ กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน อยู่ระหว่างหารือถึงแนวทางการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย หลังละไม่เกิน 1 ล้านบาท คาดจะได้ข้อสรุปกรอบการดำเนินโครงการในเดือนส.ค.นี้ รวมทั้งจะรวบรวมโครงการจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จำนวนไม่ต่ำกว่า 1 แสนหน่วย ออกมาเปิดขายให้ผู้มีรายได้น้อยที่สนใจมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ภายในสิ้นปีนี้ ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี “ภายในสิ้นปีนี้จะเห็นโครงการดังกล่าวออกมาเป็นของขวัญชิ้นที่ 1 ให้กับรองนายกฯ ที่ได้ขอของขวัญวันเกิดเอาไว้ โดยธอส. จะเตรียมที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่จะออกมาขายให้กับประชาชน โดยเฉพาะจะมอบให้คน 3 กลุ่ม ที่รองนายกฯ ให้โจทย์เอาไว้ คือ กลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย กลุ่มผู้ที่กำลังจะสร้างครอบครัวครั้งแรก และกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งดอกเบี้ยเบื้องต้นที่ตั้งใจเอาไว้ คิดว่า 1 ล้านบาท กู้ 40 ปี จะให้ผ่อนได้เดือนละไม่ถึง 4,000 บาท และดอกเบี้ยอาจคงที่ 5 ปี จากเดิม 3 ปี” ปัจจุ
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า วันที่ 19 ก.ค.นี้ ทางกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. เตรียมนำประเด็นการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่มีส่วนประกอบ หรือใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ซึ่งเป็นกรดไขมันทรานส์ หารือในที่ประชุมกลุ่มอาหารฯ ประจำเดือนก.ค.นี้ ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้ยังมีผู้ประกอบการรายย่อย หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากไม่เข้าใจกระบวนการผลิตที่ไม่ใช้ไขมันทรานส์ต้องเป็นอย่างไร หรือต้องใช้อะไรมาชดเชยไขมันทรานส์ เบื้องต้น ทางกลุ่มฯ จะเปิดให้สัมมนาความรู้กับผู้ประกอบการภายในเดือนก.ค.นี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้ปรับตัวก่อนการบังคับใช้จริงภายใน 6 เดือนนับจากนี้ “เบื้องต้นผลกระทบจากการออกประกาศฉบับนี้ในด้านภาพรวมเศรษฐกิจ คงไม่ค่อยมี เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่ผลิตอาหารเพื่อการส่งออก ได้ปรับตัวโดยการปรับสูตรอาหารที่ไม่มีไขมันทรานส์ก่อนหน้านี้แล้วประมาณ 5-6 ปี เพราะหลายๆ ประเทศตื่นตัวในเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพมานานแล้ว เช่น สหรัฐฯ ยุโรป ทางผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ท
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังประชุมครม.ถึงความคืบหน้าการจัดหาสถานที่เพื่อเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่มาช่วยปฏิบัติงานภารกิจค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน ว่า รัฐบาลเตรียมดำเนินการขอพระราชานุญาตเพื่อขอใช้สถานที่บริเวณพระลานพระลานพระราชวังดุสิต สำหรับเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวมีความกว้างขวาง สามารถรองรับคนได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้กำหนดวันและเวลาของการจัดงานเลี้ยงทั้งหมด รัฐบาลได้กำหนดไว้เบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อยุติเพราะอาจจะมีการปรับเปลี่ยน ให้เกิดความเหมาะสมโดยคำนึงถึงความสะดวก ของเจ้าหน้าที่ที่มาร่วมงานด้วย โดยรัฐบาลจะเตรียมสถานที่พักระหว่างทาง สำหรับเจ้าหน้าที่ ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เนื่องจากแต่ละคน แต่ละคณะ เดินทางทางมาไกล จากหลากหลายจังหวัด อย่างไรก็ตามการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ดังกล่าว รัฐบาลได้เตรียมพร้อมเพื่อให้สมกับที่เจ้าหน้าที่ทุกคนทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจครั้งสำคัญในครั้งนี้ได้สำเร็จ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 17 ก.ค. นายสมชาย สาผุยธรรม อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.13 ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หมายเลข 596324 งวดที่ 27 ชุดที่ 10 จำนวน ไปลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐานกับ ร.ต.อ.วุฒิชัย สุดชาขำ รองสารวัตร สอบสวน สภ.กุดจับ นายสมชาย กล่าวว่า เมื่อก่อนเป็นพนักงานขับรถดับเพลิง ที่เทศบาลตำบลสร้างก่อ ได้ประมาณ 20 ปี หลังเกษียณอายุ เมื่อปีที่แล้ว ก็ไปทำงานรับจ้างตัดหญ้า ให้กับเทศบาลสร้างก่อ หาเลี้ยงครอบครัว แล้วต่อมาได้ฝันว่าได้ซ่อมรถดับเพลิงที่เคยขับ ถูกหวยรางวัลที่1 “ปกติก็ไม่ชอบเสี่ยงโชคนัก เคยซื้อลอตเตอรี่บ้าง แต่ครั้งนี้ด้วยความบังเอิญ ได้ไปรับหลานชายที่รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลกุดจับ แล้วน้องสาว ชวนไปซื้อลอตเตอรี่ จึงซื้อเพียงใบเดียวเท่านั้นเอง ไม่กล้าซื้อหลายใบ เพราะฐานะครอบครัวยากจน” นายสมชาย กล่าว ถูกรางวัลที่ 1 นายสมชาย กล่าวต่อว่า ตอนแรกไม่คิดว่าจะถูกรางวัล พอเพื่อนได้มาหาที่บ้าน จึงให้เพื่อนช่วยตรวจลอตเตอรี่ ให้ ปรากฏว่าถูกรางวันที่1 รับเงิน 6 ล้านบาท จึงบอกภรรยา และโทรบอกลูกๆ ทั้ง 3 คน เงินก้อนนี้ที่ได้มานั้น ตนจะนำไปใช้หนี้ จำนวน 2 แสนบาท แล้วแบ่งให้ลูกทุกค
