ข่าววันนี้
ป๋าเทพ โพธิ์งาม ควงภรรยา จุ๋ม ภัสราวรรณ เปิดใจ เจ้าตัวเผยเหตุหันหลังให้วงการบันเทิง เพราะมองว่าแก่ตายไปก็ไม่เหลืออะไร แล้วจะทำยังไง เราเลยต้องรีบฉีกออกมาก่อน พยายามทำธุรกิจทุกอย่าง แม้เจ๊งหรือล้มลุกคลุกคลาน เพราะตั้งแต่เด็กอยากเป็นนักธุรกิจ ไม่เคยคิดอยากอยู่วงการบันเทิงเลย แม้ยังทำงานอยู่ในวงการ รายได้น่าจะตกเดือนละครึ่งล้าน แต่ค่าใช้จ่ายล้านห้า ไม่พอ อยากทำธุรกิจ ให้ลูกเรียนบริหาร เพื่อสืบทอดธุรกิจด้วย “ก่อนเราจะจากไป อยากทำอะไรให้ลูกหลานได้มั้ย เพราะถ่ายหนังถ่ายละครไป เราตายก็จบ เพราะลูกหลานก็สืบทอดวงการบันเทิงเล่นตลกไม่ได้ ขนมเปี๊ยะตอนนี้ขายประคองๆไปก่อน” เมื่อถามว่า ทำไมไม่ทำแบรนด์ใหญ่ๆ ขายออนไลน์ ดีลิเวอรี่ ป๋าเทพ บอกว่า เดี๋ยวรอเวลาอีกนิด มั่นใจจะกลับมาประสบความสำเร็จแน่นอน ป๋ามั่นใจ เร็วๆ นี้ ป๋าเทพ โพธิ์งาม พา ลูกชาย ลูกสาว มาเปิดใจด้วย ส่วนลูกๆ บอกว่า เข้าใจพ่อ เอาใจช่วยว่าพ่อมาถูกทาง ต้องฝ่าฟันต่อไป พร้อมสนับสนุนพ่อทุกทาง สิ่งที่ห่วง คือ เรื่องสุขภาพ พ่อแม่ต้องเดินทางไปหลายที่ โดยจุ๋มบอกว่าที่ต้องไปที่ต่างๆ ขายเอง เพราะขนมไม่ใส่สารกันบูด อยู่ได้ 4 วัน เราต้องรีบไปขายไม่งั้นจะ
หนุ่มดวงดี ได้รางวัลใหญ่ 10 ล้าน ลมแทบจับ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เจอ ภาษี ย้อนหลังอาน! ชิงโชค ลุ้นรางวัล เป็นกิจกรรมที่คนไทยค่อนข้างคุ้นเคย เพราะสินค้าต่างๆ มักมีรางวัลล่อใจ และแจก แถม กันเป็นว่าเล่น แต่ใครที่ชอบลุ้นรางวัล ต้องอ่านเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ เพราะเป็นเรื่องของหนุ่มผู้โชคดี ได้รับรางวัลใหญ่เป็นทองคำ มูลค่าถึงสิบล้านบาท เมื่อปี 59 แต่ด้วยความไม่รู้ ทำให้หนุ่มรายนี้ ได้ใช้เงินรางวัลที่ได้มา ไปกับเรื่องต่างๆ และไม่ได้ดำเนินการยื่นภาษีอย่างถูกต้อง จนโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท ภาพหนุ่มดวงดี ขณะได้รับรางวัลใหญ่ 10 ล้าน โดยเรื่องราวดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ โดยเพจ เกิดผล แก้วเกิด ระบุว่า “คุณสุชาติ ผู้โชคดี ได้รับรางวัล จาก บ. โออิชิ เป็นแมวทองคำ มูลค่า 10,000,000 บาท เมื่อปี 59 แต่ด้วยความไม่รู้ว่ารางวัลดังกล่าว ถือเป็นรายได้อย่างหนึ่ง ซึ่งต้องเสียภาษี คุณสุขาติจึงใช้เงินที่ได้มาทั้งหมด ไปกับการจับจ่าย เพื่อครอบครัว และการลงทุน ในระยะเวลาจาก ปี 59 -61 เงินทองจึงหมดไปกับทรัพย์สินบางอย่าง วันนี้ มีหนังสือจากสรรพากร ให้ชำระภาษีรายได้บุคคลธรรมดา จำนวน 3,559,8
สุดช้ำ! เจ้าของร้านบุฟเฟ่ต์แฉลูกค้า กินกุ้งไม่หมด-ย่างให้ไหม้ โพสต์อวดโซเชียล เป็นรูปแบบการรับประทานอาหารที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศ สำหรับบุฟเฟ่ต์หมูกระทะ ทะเลเผา ที่ลูกค้าสามารถกินได้ไม่อั้น ในระยะเวลาที่กำหนด แต่หลายต่อหลายครั้ง การรับประทานบุฟเฟ่ต์กลายเป็นปัญหา เมื่อลูกค้ารับประทานไม่หมด ตักมาเยอะเกิน กลายเป็นเรื่องราวดราม่าบ่อยครั้ง ล่าสุด เจ้าของร้านบุฟเฟ่ต์แห่งหนึ่ง โพสต์ร้องเรียนผ่านเพจ แหม่มโพธิ์ดำ เกี่ยวกับลูกค้าที่ตักกุ้งมาเยอะเกินแล้วรับประทานไม่หมด จึงเผากุ้งให้ไหม้จนรับประทานไม่ได้ ทิ้งไว้บนโต๊ะ แถมยังถ่ายรูปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กด้วย เจ้าของร้านบุฟเฟ่ต์รายนี้ระบุว่า สวัสดีครับควีน ผมในฐานะเจ้าของร้านบุฟเฟ่ต์ รบกวนอยากจะให้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการกินให้พอดี อย่าทิ้งขว้างครับ เห็นลูกค้ามาทานแล้วโพสต์แบบนี้ผมรู้สึกเสียใจและเสียดายของมาก ตักมาทานให้หมดไม่ว่าเลย แต่มาปิ้งทิ้งขว้างแบบนี้ รบกวนอยากให้ควีนช่วยเรื่องทานอาหารบุฟเฟ่ต์ ควรทานแบบตักมากินให้หมดด้วยคับ ภาพลูกค้าที่มาทาน และลงโพสต์ด้วยความไม่รู้สึกอะไร แถมมาเช็กอินในเพจผม เห็นแล้วโคตรช้ำใจเลย เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็น
ด่วน! ตูน บอดี้สแลม อาการทรุด ตรวจพบว่าเส้นเสียงของตูนอักเสบบวมแดง จนหมอต้องสั่งพักงาน รอดูอาการ 1 เดือน งานนี้ทำเอาแฟนเพลงนักร้องหนุ่ม “ตูน อาทิวราห์” และวงบอดี้สแลม ใจหายใจคว่ำไม่น้อย เมื่อจู่ๆ พี่ตูนเกิดอาการเส้นเสียงอักเสบ โดยแพทย์ต้องสั่งพัก รอดูอาการ 1 เดือน นักร้องหนุ่ม ตูน อาทิวราห์ โดย ไตูน” เล่าถึงอาการล่าสุดว่า “เริ่มรู้ตัวว่ามีอาการเส้นเสียงอักเสบระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตอัลบั้ม ดัม-มะ-ชา-ติ ตอนแรกตั้งใจว่าช่วง 2 เดือนที่ออกไปวิ่งงานก้าวคนละก้าว คิดว่าจะได้พักเสียง พักคอ แต่จริงๆ มันกลับใช้มากกว่าเดิมอีก อย่างไรก็ตาม โดยปกติตนจะกำหนดตัวเองว่าทัวร์ 4-5 เดือนแล้วพักเดือนสองเดือนเพื่อให้เส้นเสียงมันไม่ล้า ไม่ถูกใช้งานมากจนเกินไป แต่ว่าปีที่แล้วที่ตั้งเป้าว่าในช่วง 2 เดือนที่วิ่งนั้นจะได้หยุดพัก แต่ปรากฎว่ากลับต้องใช้มากทุกวันตั้งแต่เช้า ไม่ว่าจะเป็นการพูด การร้องเพลงระหว่างทางที่วิ่งก็ตาม เลยทำให้ไม่ได้พักจริงๆ และหลังจากวิ่งเสร็จก็กลับมาทัวร์คอนเสิร์ตต่ออีก ก็เลยเป็นหนึ่งปีที่ตนไม่ได้พักเสียงเลย ทำให้อาการที่เป็นมันค่อนข้างจะเยอะ” “ตูน บอดี้สแลม”
เก็บเศษเหรียญตามพื้น คุณตาสะสมมาสิบปีได้ไปทำบุญถึง 2 ล้านบาท เก็บเศษเหรียญตามพื้น – เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เดอะซัน รายงานเรื่องราวคุณตาในเขตเดอแรม ประเทศอังกฤษที่เก็บเศษเหรียญ 5 เพนซ์ หรือประมาณ 2 บาท ซึ่งมีผู้ทำตกหล่นตามท้องถนน แต่มักไม่ค่อยสนใจ คล้ายกับเหรียญสตางค์ จนสะสมได้เกือบ 50,000 ปอนด์ หรือประมาณ 2 ล้านบาท เหรียญ 5 เพนซ์ /The British Numismatic Treasury นายเอียน วัตต์ อดีตเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีของบริษัทดันลอป วัย 70 ปี ใช้เวลาตั้งแต่ปี 2547 สะสมเหรียญ 5 เพนซ์ที่ตกตามพื้น หลังจากที่หลานสาวสุดที่รักชอบหยอกล้อว่า “Give me five” ซึ่งปกติแล้วจะเป็นการพูดเพื่อขอให้ยกมือแปะกัน นายวัตต์สะสมเหรียญ 5 เพนซ์ ได้ถึง 954,000 เหรียญ มีมูลค่ารวมประมาณ 47,700 ปอนด์ หรือประมาณกว่า 2 ล้านบาท คุณตาท่านนี้ยังบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวให้กับเซนต์ คัธเบิร์ต ศูนย์พักพิงสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ในเมืองเดอแรม สถานที่ที่นายวัตต์อาสาทำงานช่วยเหลือ นายเอียน วัตต์ /mirror.co.uk “ผมจะเก็บเหรียญ 5 เพนซ์ ทุกครั้งที่ผมเจอ มันน่าตกตะลึงมากที่ผมสามารถรวบรวมได้เยอะขนาดนี้ แต่ก็มีหลายคนคอยช่วยเ
ยายสู้ชีวิต-คุณยายบุญศรี วัย 76 ปี ขายขนมจากนำเงินไปสำหรับเลี้ยงเหลน 3 คน ลูกหลานแยกย้ายกันไปหมด ต้องพึ่งตนเอง ก่อนหน้านี้ไม่สบาย เพิ่งกลับมาขายได้ 7 เดือน วันที่ 4 มิ.ย. ที่ชุมชนเสือป่า ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง คุณยายบุญศรี ยังผ่อง หรือ ยายหีด อายุ 76 ปี มีอาชีพขายขนมจาก ขนมไทยที่มาจากภูมิปัญญาของคนโบราณสมัยก่อน วัตถุดิบจากธรรมชาติ ขายขนมจากเลี้ยงเหลน คุณยายบุญศรี กล่าวว่า ลูกหลานมีครอบครัวกันไปหมดแล้ว ตนอยู่กับเหลนสองสามคน ทำมาหากินเพียงคนเดียวต้องพึ่งตนเอง รายได้กำไรวันละ 200 กว่าบาท ให้เหลนไปโรงเรียนวันละ 50 บาท เลิกเรียนให้ค่าขนมอีก 20 บาท ที่เหลือก็เป็นค่าใช้จ่าย ค่ากับข้าว กินไปวันๆ อยู่ในแต่ละวันก็ทำใจแล้ว ยายก็ยังคงขายขนมจาก ช่วงนี้ขายก็ไม่ค่อยดี คนไม่มีต้องเดินไปขายข้างนอก และแวะไปขายที่โรงเรียน ก่อนหน้านี้ไม่สบาย ต้องไปผ่ากระเพาะ เพิ่งจะกลับมาขายได้ 7 เดือน คุณยายบุญศรีพร้อมกล่าวเชิญชวน ใครอยากกินขนมจากยายก็สามารถมาอุดหนุนได้ ขนมจาก ส่วนลูกค้าที่แวะเวียนมาอุดหนุนคุณยายกล่าวว่า จะมาซื้อขนมจากยายตรงนี้เป็นประจำ อร่อยดี แกจะทำเนื้อขนมจากนุ่ม และมีเนื้อมะพร้าวอ่อนผสม ไ
มูลนิธิสืบฯ ห่วง บทความ เครื่องราง ของขลัง จากสัตว์ป่า ส่งเสริม ล่าสัตว์ การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ เครื่องราง และ ของขลัง ที่ทำจาก สัตว์ป่า ตามความเชื่อว่าเป็นของมีคุณทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย ทำให้เกิดข้อกังวลว่าอาจเข้าข่ายเป็นการส่งเสริมการล่าสัตว์ป่าเพื่อนำอวัยวะเหล่านั้นมาทำเป็นเครื่องรางของขลัง วันที่ 4 มิ.ย. นายภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดเผยว่า ตามที่สำนักข่าวแห่งหนึ่งได้เผยแพร่ข่าว เกี่ยวกับเครื่องรางของขลังที่ทำจากสัตว์ ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น โดยมีพาดหัวข่าวและเนื้อหาข่าวเกี่ยวกับการนำชิ้นส่วนของสัตว์ป่ามาเป็นเครื่องรางของขลัง อาจเป็นการทำให้ประชาชนหลงเชื่อและเกิดความต้องการซื้อ ขาย และนำไปสู่การส่งเสริมล่าสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่การซื้อและขายเครื่องรางที่ผลิตจากซากสัตว์ป่าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายนั้น ทางมูลนิธิสืบฯ จึงขอออกแถลงการณ์ขึ้น แถลงการณ์ระบุว่า ทางมูลนิธิสืบฯ เป็นกังวลต่อเนื้อหาข่าวที่เผยแพร่ ในฐานะมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นองค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ จึงขอแสดงความเป็นกังวลต่อเนื้อหาข่าวที่ได้เผยแพร่ไปโดยเ
วันที่ 4 มิ.ย. ที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าว “กรมการแพทย์รักษ์โลก พกถุงผ้าใส่ยากลับบ้าน” ว่า ปัจจุบัน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ถือเป็นปัญหาสำคัญของโลก และประเทศไทย องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งในปี 2561 ประเด็นหลักในการรณรงค์ คือ “Beat Plastic Pollution” และกำหนดคำขวัญว่า “รักษ์โลก เลิกพลาสติก” (If You Can’t Reuse It, Refuse It) โดยสาเหตุของปัญหาดังกล่าว คือ การใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้คุณค่า ปัญหามลภาวะทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ตลอดจนปัญหาจากขยะ เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม แก้วกระดาษ เป็นต้น ซึ่งมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น จนก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและมีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะถุงพลาสติกต้องใช้เวลากว่า 450 ปี ในการย่อยสลาย นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลการใช้ถุงพลาสติกใส่ยาของหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ ปี 2560 พบว่า มีจำนวน 9,010,164 ใบ หรือคิดเป็นมูลค่า 2.5 ล้านบาท หากมีการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกลงจะช่วยลดปัญหาขยะและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ที่ผ่านมา สถาบัน/โรงพยาบาลของกรมการแพทย
ชานม ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดฮิตของวัยรุ่น และกลุ่มคนทุกเพศวัย โดยมีการนำไปเพิ่มท็อปปิ้ง ผลิตรสชาติใหม่ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ทว่าบางครั้ง ชานม ก็อาจมาในรูปแบบที่ไม่น่าอภิรมย์ และชวนดราม่าได้เช่นกัน กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ได้รับการเปิดเผยจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ imariw ที่ได้เล่าเรื่องราวว่าได้สั่งชานมภายในร้านสุกี้แบรนด์ดัง ทว่าต้องพบกับ ทิชชู ที่อยู่ในแก้วชาที่สั่งมา ก่อนมีปัญหาดราม่ากัน โดยเธอระบุว่า “ขอเล่าหน่อย เช้าวันนี้ไปกินเอ็มเค จามจุรีสแควร์มา ละก็สั่งชานมมากิน ดูดไปดูดมา เจอทิชชูอยู่ในชานมแบบเต็มแผ่นเลย ก็เลยเรียกพนง. พนง.ก็ไปเรียกหัวหน้ามาอีกที ทีนี้หัวหน้าก็เดินมาที่โต๊ะแล้วก็บอกว่า ชานมแก้วนี้ตั้งอยู่ส่วนไหนของโต๊ะ” ภาพ กระดาษทิชชูที่อยู่ในแก้วชานม “เราก็บอกว่าอยู่นอกสุด พอจะกินถึงยกเข้ามาด้านใน คนนั้นก็บอกอีกว่า ขอชี้แจงก่อนนะครับว่าในครัวเราไม่มีกระดาษทิชชู แต่สิ่งที่อยู่ในชานมคือทิชชู ผมว่าลูกค้าน่าจะทำทิชชูตกลงไปเองนะครับ” ผู้โพสต์ทวิตข้อความต่อว่า “เป็นไปไม่ได้ที่ทิชชูจะตกลงไปโดยไม่มีใครเห็น ปากแก้วไม่ได้ใหญ่ขนาดที่ทิชชูทั้งแผ่นจะหล่นไปได้ ถ้าไม่ได้ยัดลงไป หัว
วันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์จากนางทุเรียน หนูวงษ์ อายุ 58 ปี ผู้ใจบุญที่คอยช่วยเหลือคนยากไร้ ชื่อ นายสำราญ สาโรจน์ อายุ 73 ปี อดีตดาวร้ายคณะลิเกชื่อดังของอำเภอสรรคบุรี ตกอับ อายุเยอะ ทำงานไม่ไหว ทั้งยังต้องเลี้ยงดูภรรยาที่ขาลีบ เดินไม่ไหว รวมถึงลูกที่พิการทางการเคลื่อนไหวตั้งแต่กำเนิด ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ไม่มีเงินค่าเช่าห้อง จนต้องไปอาศัยที่ป่าช้าด้านหลังวัดจันทนาราม หมู่ 9 ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ทางเทศบาลตำบลสรรคบุรี และทางจังหวัดได้ช่วยเหลือในส่วนของการซ่อมแซมบ้านเป็นเงิน 15,000 บาท แต่ยังไม่สามารถสร้างเป็นที่อยู่อาศัยได้ น้ำ และไฟฟ้า ยังไม่มีใช้ อยากวอนขอผู้ใจบุญช่วยเหลือ จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่พบบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ มุงเพียงหลังคาและก่อผนังด้วยอิฐบล็อกไปบางส่วน พบนายสำราญ เดินหลังค่อมท่าทางทุลักทุเล ไปช่วยช่างที่มาทำบ้านให้ฟรี ทำไปตามอุปกรณ์ที่มี ส่วน น.ส.ทวาย สาลี อายุ 65 ปี ภรรยา และ น.ส.จำเลียง สาโรจน์ ลูกสาว นั่งให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ภรรยาและลูกสาวของอดีตดาวร้ายลิเกดัง นายสำราญ อดีตดาวร้ายตกอับ กล่าวว่า เมื่อช่วง 5 ปีที่แล้ว เคย
