ข่าววันนี้
“โคคา-โคลา” เซอร์ไพรส์ตลาด ส่งรสชาติใหม่ “โค้กรสกาแฟ” ดีเดย์ต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ย้ำแชมป์น้ำดำ ชูคอนเซ็ปต์ ลดหวาน แคลอรีต่ำ เอาใจคอกาแฟ-สายเฮลตี้ พร้อมส่งแคมเปญมาร์เก็ตติ้งเขย่า หวังปลุกตลาด 5.4 หมื่นล้านให้กลับมาคึกคัก หลังปีที่ผ่านมาติดลบ 4.7% จากสภาพการแข่งขันของตลาดเครื่องดื่มที่รุนแรง บวกกับสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวในปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดน้ำอัดลมมูลค่ากว่า 54,000 ล้านบาท หดตัวลงถึง 4.7% แต่จากสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น ล่าสุด โค้ก เจ้าตลาดน้ำดำ มีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ โดยเตรียมจะส่งรสชาติใหม่เข้าสู่ตลาด เพื่อสร้างความคึกคัก สร้างสีสัน และเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ของตัวเอง โค้กเปิดตัวรสใหม่ “กาแฟ” แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการเครื่องดื่มเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้การแข่งขันของตลาดน้ำดำ ที่มีผู้เล่น 3 ค่ายหลัก ๆ คือ โค้ก (โคคา-โคลา), เป๊ปซี่ (เป๊ปซี่โค) และ เอส โคล่า (เสริมสุข) ยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเรื่องของโปรโมชั่น ทั้งแคมเปญโปรโมชั่นหลัก และโปรโมชั่นร่วมกับช่องทางจำหน่ายที่เป็นค้าปลีกรายใหญ่ เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงหน้าขายสำคัญ แต
นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวความคืบหน้าโครงการจัดจ้างผลิตและให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 3 ว่า สำหรับการดำเนินโครงการระยะที่ 3 กระทรวงการต่างประเทศตั้งเป้าพัฒนารูปแบบหนังสือเดินทาง และยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้สูงกว่าโครงการที่ผ่านมา โดยจะมีการเพิ่มอายุการใช้งานหนังสือเดินทางสำหรับผู้บรรลุนิติภาวะจากเดิม 5 ปี เป็นสูงสุด 10 ปี ลดระยะเวลาการรับคำร้องจาก 20 นาทีเหลือ 12 นาที ยกระดับการเก็บข้อมูลชีวมาตร โดยให้มีการเก็บข้อมูลม่านตา เพิ่มเติมจากเดิมที่ใช้เพียงใบหน้าและลายนิ้วมือเท่านั้น นอกจากนี้ยังจะเพิ่มศูนย์ผลิตหนังสือเดินทางอีกหนึ่งแห่ง จากเดิมที่สามารถผลิตได้ที่กรมการกงสุลเพียงแห่งเดียวเพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง นายชาตรีกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเผยแพร่ร่างขอบเขตงาน(ทีโออาร์) เพื่อให้บริษัทต่างๆ ยื่นข้อเสนอได้จนถึงวันที่ 1 มิถุนยายนนี้ ขยายจากเดิมในวันที่ 1 มีนาคม เพื่อให้เอกชนมีเวลาเตรียมการมากขึ้น “ยืนยันว่ากระบวนการและขั้นตอนการดำเนินโครงการเป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส และคำนึงถึงความเป็นธรรม เปิดกว้างในก
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านยิ่งทำงานมากขึ้นอุปสรรคข้อขัดข้องก็ใหญ่ขึ้นเป็นเงาตามตัว เหตุการณ์ต่างๆ ในวันนี้่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไปเหมือนสายลมพัด มักมีเรื่องที่ท่านถูกขัดคอ เหตุการณ์เกี่ยวแก่ผู้ใหญ่ไม่ได้ผลดี ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม ผู้ใหญ่มักจะเข้ามาแก้ไขให้ได้ในทันท่วงที ได้ลาภอันเป็นสิ่งดูแลยาก มีข้อผูกพันบางอย่างที่ท่านไม่พอใจ เช่น เอกสารสัญญาต่างๆ ที่ทำไว้ บริวารค่อนข้างดื้อดึง ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านทำงานไปตามหน้าที่ก็จริง แต่มักถูกติเตียนว่าไม่เรียบร้อย ถ้าท่านโกรธก็จะตกหลุมพรางของศัตรู ถ้าไม่โกรธก็จะปลอดภัย การเงินค่อนข้างดี จะได้ลาภเป็นสิ่งของที่มีค่า ได้ข่าวดีที่เป็นความจริง ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านมีกลุ่มชนต่างภาษามาช่วยเหลือการงานมาก ต้องใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวสร้างสมเครื่องมือในการทำงาน ญาติมิตรมีลาภเป็นอันมาก มีการช่วยทรัพย์โดยไม่จำเป็น มีงานรื่นเริงใกล้บ้าน ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านยิ่งทำงานมากขึ้นอุปสรรคข้อขัดข้องก็ใหญ่ขึ้นเป็นเงาตามตัว เหตุการณ์ต่างๆ ในวันนี้่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไปเหมือนสายลมพัด มักมีเรื่องที่ท่านถูกขัดคอ เหตุการณ์เกี่ยวแก่ผู้ใหญ่ไม่ได้ผลดี ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม ผู้ใหญ่มักจะเข้ามาแก้ไขให้ได้ในทันท่วงที ได้ลาภอันเป็นสิ่งดูแลยาก มีข้อผูกพันบางอย่างที่ท่านไม่พอใจ เช่น เอกสารสัญญาต่างๆ ที่ทำไว้ บริวารค่อนข้างดื้อดึง ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านทำงานไปตามหน้าที่ก็จริง แต่มักถูกติเตียนว่าไม่เรียบร้อย ถ้าท่านโกรธก็จะตกหลุมพรางของศัตรู ถ้าไม่โกรธก็จะปลอดภัย การเงินค่อนข้างดี จะได้ลาภเป็นสิ่งของที่มีค่า ได้ข่าวดีที่เป็นความจริง ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านมีกลุ่มชนต่างภาษามาช่วยเหลือการงานมาก ต้องใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวสร้างสมเครื่องมือในการทำงาน ญาติมิตรมีลาภเป็นอันมาก มีการช่วยทรัพย์โดยไม่จำเป็น มีงานรื่นเริงใกล้บ้าน ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้
วันที่ 29 เม.ย. ที่ สภ.เมืองชุมพร นายกิตติศักดิ์ สุวภา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/3 หมู่ 9 ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน “แมค กูรู” จำหน่ายโทรศัพท์มือถือและศูนย์ซ่อมผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลครบวงจรทั้งในและนอกประกัน ได้นำเงินจำนวน 523,500 บาท มาส่งมอบให้กับ น.ส.วรรณา ปัญญาพิจัย อายุ 54 ปี ชาว ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เจ้าของเงินจำนวนดังกล่าว ต่อหน้า ร.ต.อ.ธนเทพ สุวรรณ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร นางชุติมา สถิตวงศ์ ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีฯ สาขาห้างโอเชี่ยน ชอปปิงมอลล์ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ได้มีบุคคลอ้างชื่อเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงศรีฯ สาขาโอเชี่ยน โทรศัพท์มาและแจ้งว่าได้โอนเงิน 523,500 บาท ของลูกค้าเข้าผิดบัญชี ตนจึงได้ไปตรวจสอบพบว่า มีเงินดังกล่าวเข้ามาจริง แต่ไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวนั้นเป็นเงินที่หมุนเวียนในร้านหรือไม่ เพราะทางร้านจะเงินเข้าออกทุกวัน จึงขอเช็คที่มาของเงินก่อน แต่ก็ไม่พบว่าเงินดังกล่าวไม่ใช่เงินเข้าออกของทางร้าน ตนจึงได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ธนาคาร มารับเงินจำนวนดังกล่าวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขอให้นำเอกสารหลักฐานการโอนและเจ้าขอ
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงบันทึกประจำวัน เพื่อรับสิทธิรับยาสมุนไพรต้านมะเร็งจากนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง ที่ สภ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทาง มาลงบันทึกประจำวันมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย บางรายแพทย์ให้การรักษาจนจบขบวนการแล้ว ต้องการมารับสมุนไพรหมอแสง เพื่อให้ร่างกายดีขึ้น ด้วยมีความมั่นใจในตัวหมอแสง ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหมอแสง พบมีเจ้าหน้าที่เร่งบรรจุยาใส่ซองพลาสติกเพื่อไว้แจกในวันที่ 5-6 พ.ค.นี้ ขณะที่หมอแสง กล่าวโต้เรื่องที่มีข่าวว่าได้ทดลองยาในครั้งแรก ๆ มีผู้ป่วยตาย 300-500 รายนั้นว่า เป็นการสื่อสารที่ผิด ที่จริงแล้วต้องถามว่าสมุนไพรรำข้าวกินแล้วตายไหม สมุนไพรบำรุงสุขภาพบางตัวอย่าง ข้าวเย็นเหนือข้าวเย็นใต้ กินแล้วตายไหม จริงๆเป็นสมุนไพรฟื้นฟูสุขภาพ ไม่ใช่ว่ากินแล้วตาย ปี 48-49 ที่เราทดลองอย่างจริงจัง คนป่วยที่หมอบอกตายแน่นอนแล้ว ลุกไม่ไหวแล้ว ตามบ้านตามวัดก็เยอะมาก 2 – 3 จังหวัดเยอะมาก และเอาสมุนไพรตัวนี้ไปลอง ถามว่าจะลองไหม เนื่องจากคนไข้กินอะไรไม่ได้แล้ว ต้องหยอดน้ำข้าวต้ม
จากกรณี ที่มีคลิปชายวัยรุ่นเกือบสิบคน แต่งชุดไทยใช้อาวุธปืนสั้นและปืนยาว ยิงในที่สาธารณะ พื้นที่ ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน และมีการนำคลิปการยิงปืนเผยแพร่ทางโซเชี่ยล จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ล่าสุด ผบก.พัทลุง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบตามคลิปดังกล่าวแล้ว (อ่าน เจ้าบ่าวสายโหด ขนปืนมาเป็นคลังแสง ทั้งสั้น ยาว รัวยิงหมดแม็ก (คลิป)) เมื่อวันที่ 29 เมษายน พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จว. พัทลุง กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในงานแต่งงาน เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ในพื้นที่ ต. หารโพธิ์ อ. เขาชัยสน จ.พัทลุง โดยกลุ่มวัยรุ่นชุดไทยอยู่ในขบวนขันหมากของฝ่ายเจ้าบ่าว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เขาชัยสน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด .45 , ขนาดลูกซอง , ขนาด 9 มม.ประมาณ 40 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมได้มีการเรียกสอบพยานแวดล้อมที่อยู่ใน เหตุการณ์ด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพอจะทราบตัวชายวัยรุ่นที่ใช้อาวุธปืนยิงในที่สาธารณะทุกคนแล้ว และจะเร่งตรวจสอบชนิดของอาวุธปืนที่กลุ่มวัยร
ประเด็นเรื่องการยิงปืนด้วยความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง งานศพ ถือเป็นประเด็นสาธารณะที่สังคมให้การต่อต้านมาตลอดเวลา เนื่องจาก ผลจากการยิงปืนนั้น ก่อให้เกิดอันตรายกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่า มีคนเจ็บ และเสียชีวิตมาแล้ว จากการยิงปืนในที่สาธารณะ โดยล่าสุด พบว่า เพจ คนใต้.คอม ได้เผยแพร่คลิปกลุ่มชายที่สวมชุดไทย ยืนเรียงหน้ากระดานยิงปืนหลากหลายชนิด ทั้งปืนสั้น ปืนยาว เกินกว่า 10 คน โดยชายกลุ่มนี้ได้ผลัดกันยิงปืนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคลิปดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เบื้องต้น พบว่า การยิงปืนดังกล่าวทำในงานขบวนงานแต่ง เป็นกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าว
เป็นคลิปที่ยั่วน้ำลายอย่างแรง เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก Somporn Pornpaya Loungji ได้โพสต์คลิปที่ร้านทุเรียนแห่งหนึ่ง ในตลาด อตก. ซึ่งเป็นตลาดที่ได้ชื่อว่า รวบรวมสินค้าคุณภาพดีแห่งหนึ่งในประเทศไทย แน่นอนว่า ราคาย่อมไม่ธรรมดาตามไปด้วย โดยคลิปดังกล่าวผู้โพสต์ได้สอบถามราคาทุเรียนกับแม่ค้า ซึ่งติดป้ายไว้ว่า ทุเรียนก้านยาวปลอดสารพิษ โดยเป็นทุเรียนที่นำมาจากสวน จ.ระยอง และแกะทุเรียนวางเรียงรายไว้อย่างสวยงาม โดยแม่ค้าระบุว่า มีหลายราคาตั้งแต่ 1-3 พันบาท ลองมาชมคลิปว่าจะทำให้น้ำลายไหลได้ขนาดไหน!
จากกรณี ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมานั้น มีสาวที่ใช้ชื่อว่า Pri Sriprapai ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ว่าตนเอง เกิือบเสียชีวิต เมื่อเดินลุยน้ำไปตามฟุตปาธ ย่านถนนวิภาวดีรังสิต จากนั้นก็ตกลงไปในคลองระบายน้ำ ที่น้ำท่วม จนไม่ทราบว่าเป็นคลองระบายน้ำของ กทม. จนมีผู้เข้ามาให้กำลังใจและแชร์เรื่องราวของเธอจำนวนมาก ลองอ่านเรื่องราวดังนี้ “ข่าวใหญ่ ของเมื่อวานนี้คงเป็นเรื่อง ป้ายรถเมล์ ปตท ถล่มเกือบทับคนรอรถ และคนที่เพิ่งลงจากรถ แต่ดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร แต่เมื่อคืนนี้ ก็เป็นวันที่เราเกือบตายแล้วเหมือนกัน เราเลิกงานหกโมงเย็นฝนตกหนักมาก เลยรอแฟนอยู่ที่ทำงาน แต่รถกลับติดมากๆ เช่นกัน แถมน้ำก็ท่วมถนน เราเลยเดินออกมาเดินย้อนถนนไปหาแฟน ตอนเดินมาก็มีหลายคนที่เดินตามมาด้วย จนมาถึงที่เกิดเหตุ ตามภาพถ้าเป็นในตอนกลางวันและระดับน้ำขนาดนี้คงไม่เกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อคืน น้ำเน่าๆ ดำๆ ท่วมเลยขอบขาวแดงนั่นขึ้นมาอีก เรากำลังโทรคุยกับแฟนว่ารถอยู่ตรงไหน แต่พอเราก้าวขึ้นฟุตบาทตรงนั้น เราเข้าใจว่าเส้นสีแดงนั้น เป็นขอบที่แบ่งระหว่างฟุตบาทกับถนน เราเลยก้าวต่อไปในส่วนที่คงเป็นฟุตบาท แต
