ข่าววันนี้
จากกรณีดราม่าโลกออนไลน์ หลังสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ตั้งกระทู้ร้องเรียนในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนไปซื้อกาแฟเย็นในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ขนาด 22 ออนซ์ โดยไม่ได้ใส่น้ำแข็ง พอนำไปจ่ายเงิน ปรากฏว่าพนักงานคิดราคา 2 แก้ว ตนจึงจำต้องจ่ายเงินค่ากาแฟในราคา 2 แก้ว จึงอยากถามว่านี่เป็นนโยบายของร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ใช่หรือไม่ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด ทางซีพีออลล์ ได้ชี้แจง ระบุว่า “แอดมินขออัพเดทผลการประสานงานตรวจสอบให้ทราบนะคะ เบื้องต้น สำหรับเรื่อง การเติมน้ำโดยไม่ใส่น้ำแข็งและคิดเงิน 2 แก้วนั้นทางบริษัทไม่มีนโยบาย ให้คิดเงิน 2 แก้วแต่อย่างใดค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อาจะมีการกระทำที่ผิดพลาด ซึ่งต้องขออภัยเป็นอย่างสูงสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา ณ ที่นี้อีกครั้งด้วยนะคะ”
เพจเฟซบุ๊ก YAN Pets โพสต์คลิปสุดน่ารักของแมวน้อยตัวหนึ่งที่เดินอยู่บนพื้นกระเบื้อง ด้วยการเดินก้าวเท้าไปข้างหน้า แต่ผลปรากฏคือเจ้าแมวกลับเดินอยู่กับที่ ชาวเน็ตจึงพากันมาชมคลิป จนคลิปดังกล่าวมียอดไลค์ยอดแชร์ไปกว่าหมื่นครั้ง ในคลิปวิดีโอมีคนแสดงความคิดเห็นไว้มากมาย แต่มีบางความคิดเห็นที่กล่าวว่า “สังเกตดีๆ เจ้าแมวตัวดังกล่าวถูกล่ามโซ่เอาไว้ จึงทำให้เห็นเหมือนแมวกำลังเดินอยู่กับที่นั่นเอง” ชมคลิป
วันที่ 24 มี.ค. พ.ต.ท.ประสิทธิ์ แก้วกิ้ม สว.(สอบสวน ) สภ.ขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเหตุดินถล่มทับคนงานก่อสร้างฐานพระพุทธรูป ในสำนักสงฆ์หลวงพ่อเณร หมู่ 3 ต.ทุ่งรัง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่กู้ชีพตาปี ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ช่วยเหลือคนงานก่อสร้าง 1 คน ที่ติดอยู่ใต้กองดินบริเวณใต้ฐานพระพุทธรูป ทราบชื่อคือ นายวีระยุทธ วงศ์สุวรรณ อายุ 54 ปี ชาว ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากนี้องค์พระพุทธรูปได้ถล่มพังลงอยู่บนพื้น เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือด้วยการให้ออกซิเจน เร่งขุดดินที่ทับและใช้รถแบคโฮช่วยเกลี่ย ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ขึ้นมาได้ในสภาพอิดโรย นำส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี จากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่า พระพุทธรูปดังกล่าวได้ก่อสร้างมานานกว่า 10 ปี แต่ล่าสุดทางสำนักสงฆ์หลวงพ่อเณร ได้บูรณะขยายฐานให้กว้างขึ้น ซึ่งขณะเกิดเหตุ นายวีระยุทธ กำลังขุดลอกดินโดยรอบฐานพระอยู่เพียงลำพัง จู่ ๆ ดินที่ขุดไว้ ก็พังลงมาทับร่างนายวีระยุทธ ซึ่งในช่วงแรก ดินพังลงมาทับถึงระดับหน้าอก จึงเข้าไปช่วยกันขุดแล้วดึงขึ้น แต่ได้เกิดดินถล่มซ้ำลงมาอีก
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน(คปค.) ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) เงินทดแทนฉบับ พ.ศ…กล่าวว่า จากการขับเคลื่อนด้านสิทธิประโยชน์ให้แก่แรงงาน ผู้ประกันตน รวมไปถึงลูกจ้างส่วนราชการที่ไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์แม้จะประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยจากการทำงาน ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กระทรวงแรงงานตอบรับ และล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน ได้นำร่างพ.ร.บ.เงินทดแทนฉบับ พ.ศ. ..เข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยได้รับหลักการวาระที่ 1 แล้ว และตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทนฉบับพ.ศ… โดยมีพล.อ. ศุภกร สงวนชาติศรไกร เป็นประธานกรรมาธิการฯ นายมนัส กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ต้องขอบคุณรัฐบาล ขอบคุณสำนักงานประกันสังคม กับทางกระทรวงแรงงานที่ช่วยผลักดันร่างพ.ร.บ.เงินทดแทนที่ทำการแก้ไขฉบับใหม่ ซึ่งเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกจ้างส่วนราชการ ซึ่งเดิมไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ โดยคนกลุ่มนี้มีประมาณ 1 ล้านคน จะเป็นลูกจ้างส่วนราชการ ทั้งแบบจ้างรายปี จ้า
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kwanmuang Sangkam ได้โพสต์ภาพบริเวณ ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จจังหวัดเชียงใหม่ – OSS ที่มีแรงงานต่างด้าวมารอจดทะเบียนเป็นจำนวนมาก พร้อมข้อความว่า “นโยบายที่กำหนดผิดพลาดอย่างมาก ใครจะสามารถแก้ไขได้ ดินพอกหางหมูศูนย์ one stop service กลายเป็นศูนย์ nonstop service บางคนมารอถึงสามสี่วันเสื้อผ้าชุดเดียวนอนกันกลางดินกินกลางทราย แรงงานล้นระบบเกินกว่าจะลงข้อมูลทัน ลูกเล็กเด็กแดงต้องมานอนตากแดดตากยุง ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการก็เหนื่อยล้าตามๆกัน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สะดุดหลายๆขั้นตอน เมื่อปริมาณคนเยอะเกินการควบคุมคุณภาพด้านต่างๆก็ขาดตกบกพร่อง ณ วินาทีนี้คงแก้ไขอะไรไม่ทันหรือลำบาก หวังว่าผู้เกี่ยวข้องคงสามารถนำจุดบกพร่องต่างๆ ไปแก้ไขปรับปรุงได้ในอีกสองปีที่จะถึง” โดยก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวได้โพสต์ข้อความว่าจะพาคนงานสิบกว่าคนไปทำประกันสุขภาพต่อใบอนุญาติทำงาน ที่ศูนย์ OSS เชียงใหม่ พร้อมโพสต์จากเฟซบุ๊กซึ่งมีคนเป็นลมที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ (สาขาย่อย) ศูนย์สินค้าเกษตรภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊ก ชี้แจงกรณีเคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ คดีล่าเสือดำ ของ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ที่ตกเป็นผู้ต้องหา โดยตั้งคำถามว่าคดีนี้ใครเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ? และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เข้าไปทำอะไร (อ่านข่าว : รองอธิบดีอัยการฯ ถาม “ศรีวราห์” มีอำนาจอะไรไปสอบสวน? “คดีเปรมชัย”) โดย นายปรเมศวร์ กล่าวว่า เหตุที่ต้องถามว่า “ท่านมีอำนาจสอบสวนหรือไม่” ก็เพราะการสอบสวนเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ “พนักงานอัยการ” มีอำนาจในการฟ้องคดีอาญา ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ได้กำหนดหลักเกณฑ์สำคัญเกี่ยวกับการสอบสวนความผิดที่ได้กระทำลงในราชอาณาจักรไว้ในมาตรา 2 (6) และมาตรา 18 กับมาตรา 19 โดยมีสาระสำคัญว่า การสอบสวนต้องกระทำโดยเจ้าพนักงาน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน ทั้งการสอบสวนต้องกระทำโดยพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจ หากผู้สอบสวนมิใช่ “พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจ” แล้วต้องถือว่า เป็นก
เพราะวงการอาหารไม่มีพรมแดน หลายคิดคิดริเริ่มรวมถึงทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เพื่อรังสรรค์เมนูที่คิดค้นเองอยู่เสมอ กับคลิปวิดีโอล่าสุดเรียกว่าสร้างความงุนงงให้แก่ผู้เข้ามาชมเช่นกัน หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Aguan Suriyantos ได้โพสต์คลิปทำอาหาร โดยใช้ “เปลือกทุเรียน” มาผัด!!! ใช่คุณอ่านไม่ผิด มันคือ “เปลือกทุเรียน” ของจริง โดยในคลิปดังกล่าวเริ่มจากการตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมัน ก่อนลงด้วยเครื่องอย่าง หอมแดง กระเทียม และพริกที่ตำมาในแบบไม่ละเอียดนัก ผัดให้เข้าที่พอประมาณก่อนนำ เปลือกทุเรียน เทลงกระทะไป ผัดไปสักระยะ ได้เพิ่มซอส และน้ำเปล่าผัดให้เข้ากันต่อก่อนเติมเครื่องปรุงอย่างชูรส เพิ่ม ผัดให้สุขพอดีและเสิร์ฟพร้อมรับประทาน คำถามที่สงสัยคือ มันทานได้จริงๆ ใช่ไหม ?
หน้าร้อนที่บรรดาผักจีนปลูกแปลงยกร่องไม่ค่อยแตกใบงอกงามแข็งแรงได้เท่าหน้าหนาวนี้ เป็นช่วงเวลาของ “ผักยืนต้น” คือผักพื้นบ้านที่มีต้นสูงใหญ่หรือเถาเลื้อยแข็งแรง มีรากลึก สามารถสูบน้ำและธาตุอาหารใต้ดินได้โดยไม่ต้องดูแลมากนัก เรียกว่านี่เป็นฤดูกาลของการกินผักพื้นบ้านก็ว่าได้ ถ้าเราลองไปเดินตลาดสด ก็จะเห็นความคึกคักของแผงผักพื้นบ้านที่ว่าทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ยิ่งเมื่อการคมนาคมขนส่งในปัจจุบันสะดวกรวดเร็วขึ้น ผักเหล่านี้ย่อมเดินทางจากแหล่งกำเนิดมายังหัวเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯได้ง่าย จนเดี๋ยวนี้ดูเหมือนความคิดถึงบ้านของคนหนุ่มสาวต่างจังหวัดที่จำต้องเข้ามาทำงานในเมืองหลวงพอทุเลาไปได้มาก เพราะกับข้าวกับปลาที่ปรุงจากวัตถุดิบคุ้นลิ้นหากินได้สะดวกกว่าแต่ก่อน ผักที่ชื่อเสียงเรียงนามไม่คุ้นหูคนเมือง อย่างอีหล่ำ (มะกล่ำตาช้าง), ซึก (พฤกษ์), ผักหวานป่า, จิก, กระโดน, กุ่ม, กุ๊ก ฯลฯ วางอวดโฉมเรียงรายบนแผงให้เราได้ไถ่ถามซื้อหากลับไปปรุงกับข้าว สำหรับคนที่ปรารถนาลิ้มลองรสชาติความอร่อยแปลกๆ ใหม่ๆ นี่ย่อมเป็นช่วงเวลาอันดี ความรู้ที่ได้จากแม่ค้าว่าผักพื้นบ้านชนิดนี้ชนิดนั้นเอาไปทำอะไร
อีกหนึ่งเรื่องราวสุดประทับใจที่ได้รับการเปิดเผยจากผู้ใช้เฟซบุ๊กแฟนเพจ The vacation บ้านไร่ปรายนา ที่เผยถึงหญิงคนหนึ่งที่สู้ชีวิต และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากเพื่อลูกของนาง โดยระบุข้อความว่า ความรักของแม่ไม่มีแบ่งกั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็รักลูกเสมอ จันทร์สมเป็นผู้พิการทางสมอง ที่มีอาชีพเก็บของเก่าขาย ตอนเราอยู่บ้านเดิมตรงแยกหลุยส์ นางจะต้องมาแวะที่ร้านเราทุกวัน เพราะเราสั่งไว้ว่าถ้าผ่านมาให้มาเอาน้ำที่ร้านเราได้ฟรี พอย้ายมาอยู่ไร่เราก็ไม่ค่อยได้เจอจันทร์สม วันนี้จะกลับไร่เราเลยแวะตลาดก่อนเข้าไร่เจอรถจันทร์สมพอดี เราเลยก่ะว่าจะซื้อชาเขียวที่นางชอบไปเซอร์ไพรส์นางสักหน่อย ไม่ได้เจอกันนาน ในขณะที่เราเดินเข้าไปตลาดออกมา เดินหาเจ้าของร้านขายน้ำก็ไม่อยู่เราเลยไปซื้อน้ำเต้าหู้ ก็เจอจันทร์สมอยู่ที่ร้านนั้นพอดี เราใส่แมทปิดปากนางจำเราไม่ได้ เราได้ยินที่นางสั่งน้ำที่ร้านน้ำเต้าหู้ละ เราก็สั่งน้ำเต้าหู้แล้วให้เขาคิดตังค์พร้อมของจันทร์สม เจ้าของร้านบอกอ้าววันนี้กินฟรี มีคนจ่ายให้แล้ว นางก็โบกไม้โบกมือบอกไม่เอามีตังค์ เราเลยเปิดแมทไม่เอาจริงเหรอ นางดีใจกระโดดยกมือไหว้ รีบพูด ปกติก็พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่
กลายเป็นดราม่าในโลกออนไลน์ หลังสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ตั้งกระทู้ร้องเรียนในเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ตนไปซื้อกาแฟเย็นในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ขนาด 22 ออนซ์ โดยไม่ได้ใส่น้ำแข็ง พอนำไปจ่ายเงิน ปรากฏว่าพนักงานคิดราคา 2 แก้ว ตนจึงจำต้องจ่ายเงินค่ากาแฟในราคา 2 แก้ว จึงอยากถามว่านี่เป็นนโยบายของร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ใช่หรือไม่ หลังตั้งกระทู้ ปรากฏว่ามีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าเจ้าของกระทู้ทำไม่เหมาะ เพราะเครื่องดื่มเย็นควรต้องใส่น้ำแข็ง และการไม่ใส่น้ำแข็งเป็นพฤติกรรมที่ไมเหมาะและเอาเปรียบ อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตหลายคนก็เห็นว่า เป็นสิทธิของลูกค้า ที่จะกินกาแฟแบบไม่ใส่น้ำแข็ง และไม่ได้มีกฎห้ามแต่อย่างใดว่าลูกค้าต้องกดน้ำแข็ง เวลาต่อมา สมาชิกพันทิป “น้องเปาเซเว่น” ของร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ออกมาชี้แจงว่า น้องเปาต้องอภัยสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึนด้วยนะคะ จากเรื่องที่เเจ้งข้อมูลเข้ามาน้องเปาขอแจ้งให้ทราบว่า ปกติแล้วร้าน 7-Eleven จะจำหน่ายเครื่องดื่มโดยจะคิดราคาตามเเก้วนะคะ สำหรับเครื่องดื่ม 7 Fresh cool น้องเปาเเนะนำหาทานคู่กับน้ำเเข็งจะช่วยทำให้รสชาติของสินค้าอร่
