ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน การสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตระหนักถึงปัญหาจราจร จึงมีแนวคิดในการลดปัญหาการจราจรในปัจจุบัน โดยให้พิจารณาความเชื่อมโยงในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งทางด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน การบังคับใช้กฎหมาย การกำหนดมาตรการนโยบายต่างๆ รวมทั้งการวางแผนพัฒนาเมืองให้ไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลจึงเร่งพัฒนาด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานให้สอดคล้องกับการวางแผนพัฒนาเมือง และส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข. )จัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อทำการศึกษา วิเคราะห์ปัญหาและแนวทางการแก้ไข นายชยธรรย์ พรหมศร รองผอ.สนข. กล่าวว่า สนข.ได้จัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ ในช่วงปี 2560-2572 แบ่งออกเป็นแผนการพัฒ
เป็นเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ ที่ได้รับการแชร์จาก ชลบุรีทีวีออนไลน์ ซึ่งได้โพสต์คลิป หญิงชายคู่หนึ่ง ซึ่งใช้ชีวิตเร่ขายผัก ผลไม้ โดยที่คุณลุงอายุ 74 ปี และป้า อายุ 48 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคไต จึงหอบกันไปทุกที่เพื่อขายของหาเงินฟอกไต โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “สองลุงป้าคู่รักสู้ชีวิตเร่ขายผักและผลไม้หาเงินรักษาคุณป้า ที่ต้องฟอกไตเป็นประจำ วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้พบเห็น สองลุงป้าคู่รักสู้ชีวิตเร่ขายผักและผลไม้หาเงินรักษาโรคไต ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซาเล้งพ่วงข้างเร่ขายผักให้กับผู้ที่สัญจรไปมาบริเวณหลังห้างโรบินสัน ศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบนายประทีป ชัยกุล อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ซอยโชคศิริกุล ถนนเจิมจอมพล ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และภรรยาทราบชื่อคือนางสุชาดา โพธิ์กลาง อายุ 48 ปี มีอาการป่วยเป็นโรคไต และร่างกายเป็นอัมพาตท่อนล่าง จนช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ส่งผลให้นายประทีป ต้องหาเร่ขายผัก ในบริเวณดังกล่าวตั้งแต่เวลา 21.00 น. จนถึงเวลา 00.00 น. หลังจากนั้นตนและภรรยาก็จะไปขอข้าวก้นบาตรจากพระในวัดเนินสุทธาวาส อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี เพื่อมาประทัง
บนถนนเยาวราชจะยามค่ำหรือยามปกติก็หาของกินรสเด็ดได้ไม่ยาก มีร้านอาหารวางตัวให้ลองชิมกันตลอดทั้งถนน แต่หากอยากลองชิมอาหารเลิศรสที่ขึ้นชื่อเป็นตำนานความอร่อย ต้องร้านนี้ ลิ้มเหล่าโหงว 80 ปีความอร่อยบนถนนเยาวราช ตำนานบะหมี่ลูกชิ้นปลากระโดด ร้านลิ้มเหล่าโหงวส่งต่อสูตรเด็ดรสอร่อยมายาวนานตั้งแต่รุ่นแรกที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ตกทอดมาสู่รุ่นต่อรุ่น ไฮไลต์สำคัญที่ยังคงอยู่มาถึงรุ่นปัจจุบันคือลูกชิ้นปลากระโดด ได้รสชาติของลูกชิ้นปลาอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ความพิถีพิถัน ใส่ใจในกระบวนการผลิต ไม่ผสมแป้ง ไม่มีสารเคมีเจือปน และสูตรลับต้นตำรับจากเมืองจีนที่ทำให้ลูกชิ้นปลาอร่อย กรอบเด้ง เหนียวนุ่ม กระโดดในปากราวกับมีชีวิต ทีเด็ดอีกอย่างของร้านอยู่ที่เส้นบะหมี่ ที่ทำจากแป้งพรีเมี่ยมผสมกับไข่ไก่สดคุณภาพดีปริมาณมากเป็นพิเศษ ผ่านกระบวนการนวดและรีดเป็นเส้นแบนด้วยความตั้งใจจนได้เส้นบะหมี่รสเด็ด เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นไข่ชวนลิ้มลอง ความอร่อยขึ้นชื่อของร้านโด่งดังถึงระดับโลก ได้รับการจัดอันดับให้เป็นร้านถูกและดี “Bib Gourmand” โดย Michelin Guide พูดเลยว่าการันตีรสชาติกันเบอร์นี้ยัง
รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตัวเลขการว่างงานในเดือนก.พ. 2561 มีจำนวน 491,000 คน หรือคิดเป็นอัตราว่างงาน 1.3% มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 61,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งอัตราว่างงานอยู่ที่ 1.1% และเมื่อเทียบกับเดือนม.ค. 2561 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 16,000 คน ซึ่งอัตราว่างงานเท่ากันคือ 1.3% ทั้งนี้ เมื่อแยกผู้ว่างงานตามระดับการศึกษาพบว่า ในเดือนก.พ. 2561 ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษามีจำนวน 115,000 คน รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 103,000 คน, ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 103,000 คน, ระดับประถมศึกษาจำนวน 73,000 คน และผู้ที่มีการศึกษาต่ำกว่าระดับประถมศึกษาจำนวน 19,000 คน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2560 จำนวนผู้ว่างงานระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเพิ่มขึ้น 52,000 คน, ระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น 26,000 คน และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาเพิ่มขึ้น 1,000 คน ขณะที่เมื่อแยกประสบการณ์การทำงานของผู้ว่างงานจำนวน 491,000 คน ในเดือนก.พ.2561 พบว่า เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนจำนวน 235,000 คนหรือ 47.9%ของผู้ว่างงานทั้งหมด และผู้ว่างงานที่เค
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าด้วยความสงบ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านั้นบางทีก็เกิดแก่เพื่อนฝูงของท่าน พวกพ้องบางคนเดินจากท่านไปแล้วก็ไม่กลับมาอีก คงต้องใช้เวลาระยะหนึ่งเป็นการรอคอย ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านได้รับความคุ้มครองรักษาจากสตรีผู้ใหญ่ หรือนายงานที่เป็นเพศตรงข้าม อาจจะทำเงินสดก้อนหนึ่งสูญหาย เด็กๆ ที่ออกไปเที่ยวตามลำพัง อาจกลับบ้านผิดเวลาหรือหลงทาง ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านอาจลืมการนัดพบที่สำคัญในระยะนี้ จัดการกับเรื่องเงินไม่รอบคอบพอ จนอาจเกิดการสูญหายขึ้นได้ มีบริวารในการทำงานเพิ่มขึ้น คู่หมั้นคู่สมรสของท่านมีอำนาจในครอบครัวของเขาสูงขึ้น ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านทำกิจการต่างๆ โดยไม่ได้รับผลตอบแทน แต่ได้รับความนิยมชมชอบจากบริวารและผู้คนทั่วไป มีบริวารที่มีความสามารถสูงเพิ่มขึ้น มีการปลูกสร้างบ้านเรือนหรือสำนักงานเพิ่มขึ้น ได้ลาภจากสตรีผู้ใหญ่ ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านมักจะมีอาการแพ้สิ่งแวดล้อม อาหาร อากาศ
เป็นหนึ่งสาวไฮโซคนดังในแวดวง ที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็เปรี้ยงปร้างไปหมด ทั้งบทบาทผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย, ประธานสโมสรการท่าเรือไทยเอฟซี, นักธุรกิจสาวแห่งเมืองไทยประกันภัย และ กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐลิทัวเนียประจำประเทศไทย และวันที่ 21 มีนาคม ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ไอคอนผู้เป็นที่รักของวงการไฮโซ และดารา เซเลบทั่วไทย ซึ่งปีนี้แม้ว่าจะอายุครบ 52 ปีแล้ว มาดามก็ยังดูอ่อนกว่าวัย สดใสเหมือนวัยรุ่นตลอดเวลา ไม่ว่าลุกส์ไหนก็เรียกว่าเอาอยู่ ที่เจ้าตัวแอบอัพอินสตาแกรมว่า “เกิดวันเดียวกับนายกฯ ประยุทธ์” สำหรับเคล็ดลับความงามคงกระพันเช่นทุกวันนี้ มาดามแป้ง แง้มเคล็ดลับไว้ในแฟนเพจ Madam Pang – มาดามแป้ง – นวลพรรณ ล่ำซำ ว่านอกจากจะต้องทาครีมแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องดูแลเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย เล่นโยคะ ที่สำคัญต้องเป็นคนมองโลกแง่ดีด้วย โดยในวันเกิดนี้ มาดามแป้งยังบินตรงไปเชียงใหม่ ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ทาสีสะพานอีกด้วย ขอบคุณภาพจาก Madam Pang – มาดามแป้ง – นวลพรรณ ล่ำซำ ที่มา : มติชนออนไลน์
น.ส.ฉัตรสุดา สันตานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสาย Customer Value Management (CVM) กล่าวว่า ดีแทคนำเอา Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าในช่วงการชมละครเรื่องบุพเพสันนิวาส จากข้อมูล traction ที่เกิดขึ้นบนมือถือกว่า 3,000 ครั้งในแต่ละวันผ่านเว็บ http://Ch3Thailand.com พบว่าอัตราการชมละครเรื่องบุพเพสันนิวาสสูงกว่าละครเรื่องอื่นถึง 7 เท่า จังหวัดที่รับชมบุพเพสันนิวาส ผ่านเว็บ http://Ch3Thailand.com มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ปทุมธานี เชียงใหม่ และสมุทรปราการ จังหวัดที่มีอัตราการเติบโตในการเข้าชมละครเรื่องบุพเพสันนิวาสมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม 78% สุพรรณบุรี 73% บุรีรัมย์ เลย 72% และหนองคาย 71% อีกทั้ง 89% ของคนไทยดูละครผ่านโทรศัพท์มือถือ แม้ว่าจะอยู่ที่บ้านก็ตาม ซึ่งถือเป็น “ปรากฏการณ์ใหม่ของการดูละครของคนไทย” “ด้วยพฤติกรรมที่เราเห็น เราสามารถนำข้อมูลมาปรับใช้เพื่อนำเสนอบริการที่ดีที่สุด และเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดในเวลาที่ใช่ ผ่านทางช่องทางที่เหมาะสมที่สุด ดีแทคสามารถปรับเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการโครงข่ายเพื่อรับกับจำนวนผู้ชมละครที่เพิ่มสูงข
ฮอตกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา สำหรับ ทีมนักแสดงจากละคร บุพเพสันนิวาส ที่มีกระแสการถูกพูดถึงอย่างล้มหลาม รวมไปถึงงานอีเว้นต์ที่นักแสดงพาเหรดกันออกงานไม่เว้นแต่ละวัน แถมเรตติ้งผู้ชมจากหน้าจอทีวีทั่วประเทศในขณะนี้ก็แตะที่ 16.0 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงในโลกออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือแม้กระทั่งอินสตาแกรม ที่บรรดานักแสดงต่างได้รับการกดติดตาม หรือ ฟอลโลวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยทางเว็บไซต์ thailandsuperstar อัพเดตอินสตาแกรม ดารา นักแสดง นักร้อง และคนดัง ที่มีคนติดตามเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเดือนมีนาคม 2018 ล่าสุดวันนี้ (22 มีนาคม) เมื่อเวลา 00.49 น. ที่นำมาเป็นอันดับ 1 คงหนีไม่พ้น ‘ขุนเดช’ โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ที่ เพิ่มมากกว่า 1 ล้านฟอลโลว ทำให้ตอนนี้ยอดติดตามรวมอยู่ที่ประมาณ 2.6 ล้าน โดยมี ‘ขุนเรือง’ ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ตามมาติดๆ ที่ประมาณ 6.5 แสน ยอดฟอลโลวรวมอยู่ที่ 1.5 ล้าน ‘แม่หญิงการะเกด’ เบลล่า-ราณี แคมเปน ก็ไม่แพ้กันพุ่งขึ้นมาถึง 6.5 แสน รวมเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 3.8 ล้าน ด้านบ่าวในเรือนอย่าง ‘ไอ้จ้อย’ โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์ ก็เพิ่มขึ้นถึง 4.6 แสน และ ‘นังแย้ม’ นุ่น-รมิดา ปร
เรื่องราวเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่บทบาทของตัวละครต่างๆ ล้วนเข้มข้น สำหรับขุนศรีวิสารวาจานั้น อย่างที่แฟนละครทราบดีว่าต่อไปข้างหน้าจะได้เป็น ‘ตรีทูต’ เดินทางไปยังฝรั่งเศส จากหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะบันทึกชาวต่างชาติระบุว่า ตรีทูตผู้นี้ “ยังหนุ่มแน่น” อายุราว 25-30 ปี บิดาเคยเป็นราชทูตไปยังโปรตุเกส ส่วนเจ้าตัวเคยไปแคว้นดมกุล (อินเดีย) มาก่อน บาทหลวงเดอ ชัวซีย์ บันทึกว่า “ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าเขาจะได้มา (ฝรั่งเศส) เพราะเมื่อแปดวันมานี้เอง มีผู้ยื่นฎีการ้องทุกข์กล่าวโทษเขาต่อพระเจ้าแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม เมื่ออยู่ที่ฝรั่งเศสนั้น ม.ด็องโน เดอ วีเซส์ ผู้จดจดหมายระบุว่า “ที่จริงท่านยังหนุ่มมากอยู่ ความสามารถยังมิได้ปรากฏขึ้นที่ไหน แต่อาศัยเหตุที่บิดาของท่านเคยเป็นราชทูตไปเจริญทางพระราชไมตรีที่พระราชสำนักโปรตุเกสมาแล้ว จึงนับเหมือนว่า ท่านเป็นเชื้อชาติราชทูต พระเจ้ากรุงสยามจึงทรงแต่งตั้งให้เป็นตรีทูตมาเพื่อดูแลการงานเมือง คล้ายๆ ให้มาฝึกซ้อมใจให้เป็นราชทูตตามตระกูลต่อไปข้างหน้า” ที่มาภาพและข้อมูล “โกษาปาน ราชทูตกู้แผ่นดิน” โดย ภูธร ภูมะธน จัดพิมพ์โดย พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ที่มา
วันที่ 22 มี.ค. ที่รัฐสภา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1. งบกลาง 4.6 พันล้านบาท 2. งบรายจ่ายตามกระทรววง 9.5 หมื่นล้านบาท และ 3. งบบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 4.5 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงและหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรสูงสุด คือ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน 3.4 หมื่นล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 3.1 หมื่นล้านบาท และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่สมาชิก สนช.ต่างอภิปรายเห็นด้วย สนับสนุนงบประมาณว่า ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ ช่วยเหลือเกษตรกร อยากให้เพิ่มราคาผลิตผล ส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนโครงการไทยนิยม และประชารัฐ ในการเข้าถึงประชาชน เช่น นายวิทยา ฉายสุวรรณ กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สนช.ลงพื้นที่พบประชาชนครบ 77 จังหวัดแล้ว หากมหาดไทยจะมาร่วมกับสนช.ทำไทยนิยม จะเป็นเรื่องดี ที่จะพบปะชาวบ้านและตรวจสอบการใช้งบประมาณ ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างมาตลอด เชื่อว่า ปีนี้จีดีพีจะโ
