ข่าววันนี้
รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา การบินไทยได้ประกาศบังคับใช้กฎพิเศษเกี่ยวกับการจำหน่ายตั๋วโดยสารบนที่นั่งชั้นธุรกิจ Business Class ของเครื่องบินแบบโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์รุ่นล่าสุด โดยได้แจ้งไปยังตัวแทนจำหน่าย และแผนกสำรองที่นั่งขอให้ทำการสงวนสิทธิ์ ในการรับสำรองที่นั่งและจำหน่ายบัตรโดยสารสำหรับผู้โดยสารที่มีรอบเอวมากกว่า 56 นิ้ว หรือผู้โดยสารที่อ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน (Obese Passenger) ซึ่งไม่สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยรุ่นใหม่แบบมีแอร์แบ็ก (Airbag Seatbelt) ที่ติดตั้งมากับที่นั่งชั้นธุรกิจได้ รวมไปถึงผู้โดยสารที่มีทารกเดินทางพร้อมกันแบบนั่งตัก (Infant Lap-held) ส่วนที่นั่งชั้นประหยัดยังไม่ได้มีกฎห้ามแต่อย่างใด สำหรับเหตุผลที่การบินไทยห้ามจำหน่ายที่นั่งชั้นธุรกิจให้คนอ้วนที่มีรอบเอวเกิน 56 นิ้วและผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมทารกนั่งบนตัก เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยด้านการบินของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (เอฟเอเอ) เพราะที่นั่งในชั้นธุรกิจของ เครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์มีการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ
วันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่ามีหนุ่มดีกรีรัฐศาสตร์ ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรปลูกคะน้าไซซ์ยักษ์ รายได้ปีละกว่า 1 ล้านบาท จึงเดินทางไปพบกับ นายยอดชาย รังสีธนกุล หรือ คุณยอด อายุ 35 ปี ชาว ต.มดแดง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ การปกครอง จากมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง หลังจากเรียนจบก็ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรแบบเต็มตัว เพื่อสืบสานอาชีพของครอบครัวที่ทำนากว่า 50 ไร่ มาหลายสิบปี แต่ช่วงระยะหลังประสบปัญหาเรื่องน้ำ ศัตรูพืช และราคาข้าวตกต่ำ เลยคิดลองไปเรียนรู้ศึกษาการทำเกษตรกรในรูปแบบอื่นดูบ้าง เลยตัดสินใจเลิกทำนา และหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน และตั้งใจเรียนรู้อย่างจริงจัง ใช้พื้นที่กว่า 50 ไร่ ปลูกคะน้าเป็นหลัก ส่วนรอบๆ ก็ปลูกผักชีและพริกเสริมรายได้อีกทาง โดยลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วน นายยอดชาย เปิดเผยว่า หลังเรียนจบมาแม่ก็ขอให้มาช่วยกิจการของครอบครัว โดยเริ่มต้นจากการมาเป็นชาวนาก่อน แต่ตอนนั้นราคาข้าวก็ตกต่ำ และทำได้เพียงปีละ 2 ครั้ง อีกทั้งยังประสบปัญหาเรื่องน้ำอีก ตนจึงคิดว่าน่าจะลองหันไปปลูกผักชนิดอื่นดูบ้างที่ให้ราคาดี และลงทุนไม่มาก จึงได้ไปศึกษาเรียนรู้ด้
ยังคงกระแสความแรงต่อเนื่อง สำหรับละคร บุพเพสันนิวาส ทางช่อง 3 เรื่องราวของ เกศสุรางค์ ที่ต้องย้อนอดีต ข้ามภพไปยังยุคกรุงศรีอยุธยา ไปเป็นแม่การะเกด พบกับพี่หมื่น จนเกิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย ตอนนี้ทำให้ทุกบ้านพากันติดละคร และต่างก็พูดถึงละครนี้กันกว้างขวางในทุกที่ พูดถึงเรตติ้ง ก็พุ่งพรวดสอดคล้องกับกระแสความแรงแบบฉุดไม่อยู่ ล่าสุด อินสตาแกรม Broadcast thai tv เผยเรตติ้งเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ม.ค.) ปรากฏว่าในกรุงเทพฯ เรตติ้งพุ่งไปถึง 20.6 ส่วนทั่วประเทศอยู่ที่ 14.8 ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกต่อเนื่อง
วันที่ 15 มี.ค. กรณีเกิดปัญหาขยะสะสมบนพื้นที่ชุมชนบ้านเกาะล้าน เมืองพัทยา ม.7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มากถึง 4-5 หมื่นตัน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีแนวทางการบริหารจัดการที่ชัดเจน ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาพักผ่อนจำนวนนับหมื่นคนต่อวัน โดยไร้ทิศทางการควบคุม ทั้งปริมาณและการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ขณะที่ปัญหาการก่อสร้างรีสอร์ท ที่พัก ก็ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดเต็มพื้นที่ โดยปัจจัยเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสร้างปริมาณขยะจำนวนวันละ 20 ตันโดยประมาณ ล่าสุด นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย เมืองพัทยา สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี และฝ่ายความมั่นคงอำเภอบางละมุง ลงพื้นที่เกาะล้านเพื่อตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าในการหาแนวทางการแก้ไขแบบระยะยาว นายภัครธรณ์ เผยว่า เกาะล้านนับเป็นพื้นที่ค่อนข้างวิกฤตในเรื่องขยะเพราะว่าปริมาณขยะในแต่ละวันมีมากถึง 20 ตันต่อวัน ซึ่งขยะส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากการท่องเที่ยว และเศษอาหารจากสถานประกอบกา
กระแสยังแรงไม่มีตก สำหรับ วงไอดอลสาว BNK48 หลังออกเพลงฮิตต่อเนื่อง ฐานแฟนคลับหรือโอตะ ก็เพิ่มขึ้นไปทุกวัน รวมถึงของที่ระลึกต่างๆ ของวง BNK48 ที่ต่างก็ขายดิบขายดี เป็นที่ต้องการของแฟนคลับทั่วประเทศ ล่าสุด กลายเป็นกระแสความฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังมีผู้นำรูป SSR หรือ Super Special Rare รูปพิเศษของมิวสิค BNK48 พร้อมลายเซ็น ที่แถมมากับอัลบั้มซิงเกิลที่ 1 ซึ่งถือว่าหายากมากที่สุด โดยตอนนี้ ราคาประมูลของภาพดังกล่าว พุ่งไปถึง 470,000 บาทแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าวได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยชาวเน็ตหลายคนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับเข้ามาโพสต์วิจารณ์ว่า เหตุใดต้องทุ่มเงินเพื่อภาพเดียวขนาดนี้ ขณะที่บรรดาแฟนคลับระบุว่า เป็นเรื่องของผู้ที่ชื่นชอบ หากมีเงินมากพอก็สามารถทำได้
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม น.ส.มะปราง สมสกุล อายุ 46 ปี และ น.ส.ปาริชาติ ไวยเนตร์ อายุ 45 ปี พนักงานร้านลุงเปียกนวดแผนไทย ซึ่งตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินเลือกซื้อของอยู่ที่ชั้น 1 ของห้างดังกล่าว ได้พบธนบัตรใบละ 20 บาท ตกอยู่ 1 ใบ และด้านในห่อทับสลากกินแบ่งรัฐบาลไว้ 1 ใบ เป็นงวดประจำวันที่ 16 มีนาคมนี้ หมายเลข 062769 ซึ่งพยายามตามหาเจ้าของแต่ไม่พบ จึงได้นำกลับมาที่ร้านนวดแผนไทย น.ส.มะปราง เปิดเผยว่า กลัวว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลใบดังกล่าวจะถูกรางวัล และหากเป็นรางวัลที่ 1 อีก จะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้ ซึ่งตอนนี้หากใครเป็นเจ้าของมาติดต่อได้ที่ร้าน พวกตนเองพร้อมคืนให้ แต่หากยังไม่มาติดต่อ อาจต้องนำไปลงบันทึกประจำวัน กับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่รับผิดชอบ คือ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อแสดงเจตนาความบริสุทธิ์ใจ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเพื่อนพ่อค้าแม่ค้าในห้างดังกล่าว แตกตื่นกับตัวเลขท้าย 3 ตัว ของสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีคนทำหล่นและถูกพบโดยบังเอิญ คือ เลข 769 และ 69 จึงเป็นเลขเด็ดที่หลายคนตามล่า เพื่อหาซื้อทั้งหวยรัฐบาล และหวยนอกระบบ
หลังจากมีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าอย่างหนักในปีนี้ หลายคนก็พูดถึงต้นตอปัญหา หลายคนพูดถึงหนทางในการแก้ปัญหา เสนอทางออก และเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ถูกถกเถียงในสังคม แต่ก็ยังมีคนที่จะลุกขึ้นมาแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง แม้จะแก้ปัญหาได้ไม่มากก็ตาม 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจำกัด หัสชัย อายุ 57 ปี อาสาสมัครปศุสัตว์ ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง จ.ตรัง จะขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจ พร้อมด้วยกระเป๋าบรรจุวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเต็มกล่อง เพื่อตระเวนออกไปให้บริการฉีดวัคซีนแก่สุนัขและแมวฟรีถึงบ้าน หลังจากที่ในพื้นที่ ม.1 ต.โคกสะบ้า เพิ่งจะพบสุนัขป่วยตายด้วยโรคดังกล่าวแล้ว 1 ตัว เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางจังหวัดจึงประกาศให้เป็นเขตควบคุมโรคระบาดสัตว์ในรัศมี 1-5 กิโลเมตร และยังมีสุนัขที่อยู่รวมกันกับสุนัขติดเชื้ออีก 2 ตัว ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นเวลา 5 เดือนว่าจะติดเชื้อด้วยหรือไม่ ขณะเดียวกัน เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ ม.11 ต.โคกสะบ้า ก็เคยเกิดโรคพิษสุนัขบ้า จนทำให้สุนัขตายไป 1 ตัว ทำให้ทางจังหวัดจึงต้องสั่งเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นซ้ำอีก ประกอบกับล่าสุดสถานกา
โรงงานน้ำตาล ยันรับผลผลิตอ้อยทุกต้นเข้าหีบ แต่เร่งให้ทันก่อนสงกรานต์ ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี รองประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) เปิดเผยว่า โรงงานน้ำตาลทรายทั่วประเทศทั้ง 54 โรง ขอให้ความมั่นใจแก่ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศว่า ทุกโรงงานจะยังไม่มีการปิดรับผลผลิตอ้อยทุกต้นของชาวไร่อ้อยคู่สัญญาเข้าหีบที่ยังตกค้าง แม้ปีนี้จะคาดการณ์ว่า ปริมาณผลผลิตอ้อยจะสูงกว่าฤดูปีที่ผ่านมา แต่ทางโรงงานน้ำตาลทุกแห่งได้เตรียมความพร้อมในการหีบอ้อยเพื่อรองรับผลผลิตไว้เรียบร้อยแล้ว โดยโรงงานทุกแห่งมีเป้าหมายดำเนินการหีบอ้อยให้แล้วเสร็จ ก่อนเข้าสู่ช่วงสงกรานต์ หรือก่อนเข้าสู่ฤดูฝนในปีนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีแรงงานตัดอ้อย อีกทั้งหากเข้าสู่ช่วงฤดูฝน จะทำให้รถบรรทุกและรถตัดอ้อยเข้าไปจัดเก็บผลผลิตยาก และอ้อยจะมีสิ่งปนเปื้อนเพิ่มขึ้น มีผลให้ประสิทธิภาพการผลิตของโรงงานลดลง และทำให้ผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อย (ยิลด์) ลดลงตามไปด้วย ส่วนการประกาศปิดหีบอ้อยประจำฤดูการผลิตปี 2560/61 นั้น ทางโรงงานน้ำตาลทรายทุกแห่งยืนยันว่าจะต้องได้รับการอนุมัติจาก สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและ
ธนาคารออมสิน จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ SMEs Startup ครั้งที่ 1 ปี 2561 “GSB Symposium for Startup #1” “ออมรักษ์” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้ก้าวไกลรับไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้แนวคิด “เสือคืนถิ่น สิงห์คืนถ้ำ” คุณบุญสน เจนชัยมหกุล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส กล่าวว่า SMEs Startup ถือเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญในยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยในปี 2560 ที่ผ่านมาธนาคารได้ดำเนินงานในหลายพันธกิจสำคัญพร้อมกันหลายด้านเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs Startup ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม “สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ธนาคารออมสินจัดภายใต้แนวคิด เสือคืนถิ่น สิงห์คืนถ้ำ มีความมุ่งหวังเพื่อให้ความรู้และแรงบันดาลใจการทำธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ หรือคนรุ่นใหม่ที่เริ่มดำเนินธุรกิจ เกิดไอเดียใหม่ๆ สามารถนำภูมิปัญญาไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้ เกิดอาชีพ สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9” ภายในงานดังกล่าวได้รับเกียรติจากเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หัวข้อรักษ์นวัตกรรม โดยดร.เอ็ดเวิร์ด รูเบซ ผู้อำนวยการศูนย์การสร้า
China Xinhua News ได้เผยแพร่เรื่องราวของ จาง จวิ้นผิง ชายผู้ใช้เงินกว่า 600 ล้านหยวน (3 พันล้านบาท) เปลี่ยนภูเขาหัวโล้นที่เคยเป็นพื้นที่ทำเหมืองหลายลูก ให้กลายเป็นเทือกเขาสีเขียวขจีดูสวยงาม ย้อนหลังไปปี 2009 ภูเขายู่ว์เฉวียน ที่ตั้งอยู่ริมชานเมืองไท่หยวน มณฑลชานซีทางตอนเหนือของประเทศจีน ยังคงเป็นพื้นที่แห้งแล้งที่เต็มไปด้วยหินได้รับความเสียหายจากการทำเหมืองขนาดใหญ่ นายจาง จึงตัดสินใจเข้ามารับงานฟื้นฟูพื้นที่แห่งนี้ และได้จ้างคนงานในท้องถิ่นจำนวนมากมาปลูกต้นไม้เพื่อรักษาภูเขา โดยระดมปลูกต้นไม้กว่า 4 ล้านต้น ครอบคลุมพื้นที่ 8 ล้านตารางเมตรบนภูเขา และมีการทำระบบจ่ายน้ำที่ทั่วถึง จาง ยังคงลงทุนเงินอย่างต่อเนื่องในการซ่อมแซมพื้นที่ที่เสียหายจำนวนมากของภูเขาแห่งนี้ และวางแผนจะปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น เขาเล่าว่า การซ่อมแซมภูเขาที่ชำรุดเพื่อให้มีสภาพที่เหมาะแก่การปลูกต้นไม้นั้น ต้องใช้ทั้งเวลาและเงินเป็นจำนวนมาก ตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ทีมคนงานของจาง ได้ปลูกต้นไม้บนเนินเขาหินมากกว่า100 ลูกตอนนี้พวกเขามีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนเนินเขาอีก 70-80 ลูกให้กลายเป็นผืนดินสีเขียวภายในเวลา 5-6 ปีข้างหน้า “ตอนแรกเ
