ข่าววันนี้
วันที่ 2 ก.พ. ดิ อินดีเพนเดนต์ รายงานการเดินชมห้างสรรพสินค้าวอลมาร์ต (WAL-MART Supercenter) ในประเทศจีน เป็นสาขาเครือเดียวกับห้างสรรพสินค้าวอลมาร์ตในสหรัฐอเมริกา เมื่อดูอาคารภายนอกอาจจะไม่ผิดแผกแตกต่างเท่าไรนัก แต่ถ้าเข้าไปข้างในแล้ว น่าตะลึงพรึงเพริศว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เอพีเคยรายงานไว้เมื่อปีที่แล้วว่า ทีมบริหารของห้างวอล-มาร์ต วางแผนกลยุทธ์ให้มั่นใจว่าวัฒนธรรมจีนทุกแง่ทุกมุมได้รับการตอบสนองและกลายเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของการค้า โดยเริ่มมาเปิดสาขาในจีตั้งแต่ปี 2539 Ng Han Guan/AP ลูกค้าชาวจีนให้ความสำคัญเรื่องความสดและชอบตรวจเนื้อสดก่อนแพ็กใส่ถุงและจ่ายเงิน บางคนถึงขั้นใช้มือเปล่าหยิบเนื้อสดตรวจดูด้วยตัวเอง ขณะที่ข้าวสารจะเก็บไว้ในถังใบใหญ่ ใช้มือเปล่าตวงข้าวสารเองได้ และหยิบจับเนื้อสัตว์ รายงานระบุว่า ร้อยละ 95 ของสินค้าที่นำมาขายในห้างสรรพสินค้า-ซิตี้มาจากพื้นที่ชนบท ทั้งจัดสารอาหารแปลกมาให้ลิ้มลอง เช่น จระเข้ ซึ่งวางจำหน่ายครั้งแรกที่สาขาห้างในเมืองกวางโจว เมื่อปี 2552 รับประกันได้ว่าไม่มีในวอลมาร์ตในสหรัฐอย่างแน่นอน Ng Han Guan/AP นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถตักสัตว์น้ำออกจากแท็ง
สมาชิกเฟซบุ๊ก “Tar Vasino” โพสต์คลิปชวนขนลุก ขณะขับรถอยู่บนทางด่วน ก็มีเจ้าตุ๊กแกตัวเป้งไม่รู้มาจากไหน จู่ๆ มาเกาะที่กระจกหน้ารถโต้ลมชวนขนลุก ซึ่งหนุ่มในรถก็พากันงุนงง ที่สำคัญเกาะแล้วเกาะเลยไม่ยอมไปไหน โดยไม่ทราบว่าตุ๊กแกตัวดังกล่าวมาได้อย่างไร และไม่รู้มาเกาะรถตอนไหน มาโผล่อีกทีรถก็วิ่งอยู่บนทางด่วนแล้ว ขอบคุณเฟซบุ๊ก Tar Vasino
คณะทำงาน “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาล” ได้ประชุมหารือร่วมกับพล.ต.นพ.นิมิตร์ สะโมทาน ผอ.รพ.พระมงกุฏเกล้า ในฐานะประธานมูลนิธิรพ.พระมงกุฏเกล้า และผอ.โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อีก 10 แห่ง ประกอบด้วย รพ.ยะลา รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.ราชบุรี รพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี รพ.สระบุรี รพ.ขอนแก่น รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ และรพ.น่าน เพื่อจัดสรรเงินบริจาค 1,300 ล้านบาท จากโครงการก้าวคนละก้าวฯ รอบแรก ที่นักร้องหนุ่ม ‘ตูน บอดี้สแลม’ วิ่งระดมเงินช่วยเหลือโรงพยาบาล เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เบื้องต้นได้จัดสรรเงินบริจาคโครงการก้าวคนละก้าว ดังนี้ 1. รพ.ยะลา 91 ล้านบาท 2. รพ.สุราษฎร์ธานี 136.5 ล้านบาท 3. รพ.ราชบุรี 130 ล้านบาท 4. รพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี 91 ล้านบาท 5. รพ.สระบุรี 104 ล้านบาท 6. รพ.ขอนแก่น 143 ล้านบาท 7. รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี 91 ล้านบาท 8. รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ 91 ล้านบาท 9. รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 110.5 ล้านบาท 10. รพ.น่าน 91 ล้านบาท 11. รพ.พระมงกุฎเกล้า 221 ล้านบาท พล.ต.นพ.พีระพล ปกป้อง เลขาธิการมูลนิ
ยุคนี้ แอคเซสเซอรี่ใดก็ดูจะไม่มีทางอินเทรนด์เท่ากับนาฬิกาข้อมืออีกแล้ว ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เลยผุดไอเดียขายนาฬิกาข้อมือทั้งหรูหรา และกิ๊กก๊อก ให้ได้เห็น เช่นเดียวกับ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ออกมาอัพทวิตเตอร์ Tops Thailand ขายนาฬิกาแบบบียอนด์คนอื่น กับนาฬิกาโปรเจ็กเตอร์ที่สามารถฉายภาพต่างๆได้ โดยมีข้อความว่า “#นาฬิกาเพื่อน คนไหนหรือจะสู้ #นาฬิกาโปรเจคเตอร์ทรานฟอร์เมอร์ เพราะ สามารถสวมใส่ตรวจสอบบอกเวลา และเป็นจอโปรเจคเตอร์ฉายภาพได้ถึง 20 ภาพ เพียงกดปุ่มด้านข้างเพื่อฉายภาพ เท่ไม่ซ้ำใคร มีไว้ไม่โดนเพื่อนล้อ” นอกจากนี้ยังมีสินค้าอีกหลายชนิดที่นำมาโฆษณาแบบฮาๆ เป็นจุดขายของเพจอีกด้วย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แอปเปิลเปิดเผยผลประกอบการของไตรมาสสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว โดยระบุว่าทำลายสถิติรายรับสูงสุดของบริษัท จากการที่ยอดขายของไอโฟนเท็น โทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง สูงกว่าที่คาดไว้ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากแคลิฟอร์เนียแห่งนี้รายงานว่า มีกำไรเพิ่มขึ้น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายรับที่เพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ 88,300 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว “เราตื่นเต้นที่จะเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสเดียวที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท จากการที่ฐานของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลขยายวงกว้างมากขึ้น รวมถึงรายรับที่สูงที่สุดจากไอโฟนรุ่นใหม่ๆ” นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิลกล่าว “ไอโฟนเท็นทำได้เกินความคาดหวังและเป็นไอโฟนรุ่นที่ขายดีที่สุดในทุกๆ สัปดาห์นับตั้งแต่ออกวางจำหน่ายเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว” อย่างไรก็ตาม แอปเปิลรายงานว่า ยอดขายรวมของไอโฟนทุกรุ่นในไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ 77.3 ล้านเครื่อง น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 1 ล้านเครื่อง แต่รายรับจากการขายไอโฟนเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ จากเมื่อปีที่แล้ว แสดงให้เห็น
ด.ช.เอกบดินทร์ สมศรีงาม หรือพรีเมียร์ วัย 11 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านโคกยาว อ.บ้านแพง จ.นครพนม ต้องออกจากบ้านที่ จ.อุดรธานี มาอยู่กับลุงและป้าที่ จ.นครพนม เนื่องจากทนพ่อที่กินเหล้าแล้วมาทุบตีไม่ไหว เด็กชายวัยเพียง 11 ปี ต้องเผชิญกับความไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่กับพ่อแท้ๆ ของตัวเอง ครอบครัวแยกไปคนละทาง แม่บ้ายไปทำงานที่ชลบุรี พี่ชายของพรีเมียร์ไปอยู่กับยายที่อุบลราชธานี พรีเมียร์ต้องอยู่กับย่า และพ่อที่มีอาการติดเหล้า ที่ จ.อุดรธานี จนเมื่อช่วงปิดเทอมชั้น ป.4 ที่ผ่านมา โชคยังเป็นใจให้พรีเมียร์หลีกหนีความจริงอันโหดร้ายนี้ พรีเมียร์ย้ายตามครอบครัวลุงกับป้ามารับจ้างและเฝ้าสวนยางอยู่ที่ จ.นครพนม ต้องเรียนรู้ที่จะสู้ชีวิต แม้จะลำบาก แต่พรีเมียร์ก็ไม่เคยท้อ “ผมมาอยู่ที่นี้ ผมได้ทำงาน เหนื่อย แต่มีความสุขดีที่ไม่โดนพ่อตี อยู่กับพ่อผมไม่รู้สึกปลอดภัย พ่อชอบกินเหล้า กินเสร็จก็มาตีผม พอหายก็ไปกินอีก.. พ่อตีผมผมก็กลัว แต่ผมไม่โกรธเพราะพ่อเป็นพ่อ” พรีเมียร์กล่าว ทั้งรัก ทั้งเจ็บปวด เมื่อนึกถึงพ่อ “ผมก็รักพ่อ แต่ไม่อยากโดนตีครับ มาอยู่ที่นี่ ลุงป้าดูแลดี ไม่ตี ให้กินข้าวทุกวันครับ” ลุงและป้ากรีดย
ร้านแจ่วฮ้อนเมืองย่าโม ไอเดียเก๋ แต่งชุดให้ตุ๊กตาบาร์บี้ด้วยเนื้อสไลด์ ถูกใจลูกค้าแห่อุดหนุนแน่นร้าน เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ ได้มีการถ่ายรูปแชร์ร้านอาหารแจ่วฮ้อนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีไอเดียแปลก โดยการนำเนื้อสไลด์มาจัดตกแต่งเป็นชุดเสื้อผ้าให้กับตุ๊กตาบาร์บี้อย่างสวยงาม เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าเป็นอย่างมาก ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังร้าน “จุ้ยแจ่วฮ้อน” อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ติดกับตลาดหนองปรือ โดยชื่อร้าน “จุ้ยแจ่วฮ้อน” ก็มาจากชื่อเล่นเจ้าของร้าน นางน้ำนที หวังประสพกลาง หรือคุณจุ้ย อายุ 33 ปี มีอาชีพหลักคือรับจัดโต๊ะจีนและทำอาหารเลี้ยงนักเรียน รด. มากว่า 10 ปี และเริ่มหันมาเปิดร้านแจ่วฮ้อนกับครอบครัวได้เพียง 2 เดือน ซึ่งเริ่มแรกนั้น ได้ทำแจ่วฮ้อนทานกันในครอบครัวและเพื่อนๆ คิดค้นสูตรน้ำซุปและน้ำจิ้มแจ่วจนได้รสชาติที่อร่อย และนำความชอบส่วนมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจใหม่ของตน นำไอเดียใหม่ๆ หยิบตุ๊กตาบาร์บี้มาจัดเซ็ตแจ่วฮ้อน นำตุ๊กตาบาร์บี้วางบนจาน และนำเนื้อหมูหรือเนื้อวัวสไลด์มาวางห่มผ้าให้น้องบาร์บี้ โดยส่ว
วันที่ 2 ก.พ. นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอลาดหลุมแก้ว นายธวัชชัย สุริวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.หน้าไม้ และนางสมพิศ นิยม รักษาการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนสามวาวิทยา ร่วมลงพื้นที่เยี่ยม ลุงพิการอายุ 70 ปี เลี้ยงหลาน 3 คนเพียงลำพัง ที่บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ 1 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยนายสมหวัง ปั้นรูป อายุ 70 ปี พิการแขนขาไม่มีแรงมาเป็นเวลา 2 ปี ก่อนพิการมีอาชีพรับจ้างทั่วไป อาศัยอยู่บ้านสองชั้น ชั้นบนเป็นสักกะสีและไม้เก่าส่วนชั้นล่างก่ออิฐและฝ้าเก่าๆ ต่อมาลูกสาว ได้เอาหลานสาวทั้ง 3 คนมาฝากเลี้ยงไว้จากนั้นก็ไม่ได้มาติดต่ออีกเลย โดยมีเบี้ยยังชีพผู้พิการ ซึ่งเด็กทั้ง 3 คน กำลังอยู่ในวัยเรียน ประกอบด้วย อายุ 11 ปี 9 ปี และ 6 ปี เรียนโรงเรียนสามวาวิทยา ทางคุณครูได้ออกเยี่ยมบ้านของผู้ปกครอง จึงได้พบว่าบ้านของคุณลุงสมหวังนั้นยากลำบากจึงได้ประสานผู้ใหญ่บ้านและนายอำเภอ เพื่อที่จะได้รวบรวมสิ่งของ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและให้ใช้ประโยชน์ไปก่อน นายสมหวัง กล่าวว่า เมื่อ 2 ปีก่อน ตนทำงานรับจ้างทั่วไป ใครจ้างให้ทำงานอะไรก็จะออกไปช่วยเสมอ ต่อมาลูกสาวเอาหลานมาให้เลี้ยง 3 คน จนกระทั่งแขนขามีอาการอ่
น.ส.อัจฉริยา จันทรวงศ์ กงสุล (ฝ่ายการเกษตร) ประจำกงสุลใหญ่ ณ นครเซียงไฮ้ เปิดเผยว่า ราคายางพาราในตลาดยางเซียงไฮ้ ประเทศจีน ราคาเริ่มนิ่งและแนวโน้มลดลงเล็กน้อย เนื่องจากเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน หลายโรงงานเริ่มหยุด และชะลอการซื้อ-ขาย แต่สถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นช่วงสั้นๆ หลังจากผ่านเทศกาลไปแล้วคาดว่าแนวโน้มของราคา ซึ่งเป็นไปได้จะดีดตัวกลับขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ยางพาราในจีน พบว่าแนวโน้มการใช้ยางธรรมชาติปรับตัวลดลง เนื่องจากการการนำเข้ายางธรรมชาติมีภาษีสูงกว่า ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนเริ่มปรับสูตรการผลิตใหม่หันไปใช้ยางสังเคราะห์มากขึ้น ซึ่งทางกงสุลฯ จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวต่อไป แต่ทั้งนี้ จากภาษีการนำเข้ายางธรรมชาติที่อยู่ในอัตราที่สูงกว่า ดังกล่าว ผู้ประกอบการจีนหลายรายหันมานำเข้ายาง คอมปาวด์ หรือยางที่มีส่วนผสมของสารเคมีต่างๆ ซึ่งเก็บภาษีต่ำกว่า หลังจากนั้นผู้ประกอบการจะสกัดสารเคมีออก ยังมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการนำเข้ายางธรรมชาติโดยตรง “กรณีไทยส่งออกยางคอมปาวด์ จะไม่ถูกจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษจากการส่งออกยางหรือเซส ดังนั้นยางคอมปาวด์จึงเป็นที่นิยม
เป็นคลิปที่ได้รับการแชร์ในโลกโซเชียลอย่างหนัก เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก Songsak Tidchai ได้แชร์คลิปซึ่งทำให้หลายคนเกิดความตระหนกตกใจอย่างมาก เพราะเป็นคลิปที่ระบุว่า เป็นการตากกุ้งแห้งผสมสี โดยคลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นบรรยากาศคล้ายป่าชายเลน ภูมิประเทศคล้ายประเทศไทย และคนงานกำลังเดินอยู่บนนั่งร้าน กำลังโรยบางอย่างสีแดงสดอยู่เต็มพื้นที่ โดยผู้โพสต์ ระบุว่า “กุ้งแห้งผสมสีแล้ว สำหรับสัมตำ ผัดไท ให้คนไทยได้กินกันอร่อยๆทั่วประเทศ” ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และแชร์อย่างหนักในขณะนี้
