ข่าววันนี้
กลายเป็นประเด็นข่าวฮอตต่อเนื่องกันมาตลอด 2 สัปดาห์แล้ว สำหรับประเด็นเรื่องราคาอาหารในสนามบิน “ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ” ของไทยที่สื่อต่างชาติระบุว่า “แพง” มาก ทำเอาทั้ง รมว.กระทรวงคมนาคมและ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ นั่งกันไม่ติดแท็กทีมลงพื้นที่สำรวจราคาอาหารในสนามบินทั้ง 2 แห่งทันที และที่เจ็บหนักสุดนั้นน่าจะเป็น “วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” รมว.ท่องเที่ยวฯ ที่ถูกโจมตีอย่างหนักในสื่อโซเชียลกับวาทกรรมที่ว่า “แพงก็อย่ากิน” ซึ่งคนในโลกออนไลน์ต่างก่นด่าว่าเป็นรัฐมนตรีแก้ปัญหาได้แค่นี้เองหรือ ? และอีกมากมายหลายสารพัดความเห็น… แต่ที่น่าแปลกใจก็คือว่า…ประเด็นอาหารในสนามบินแพงนั้นได้ถูกพูดถึงกันมาหลายครั้งมาก โดยเฉพาะที่สุวรรณภูมิที่มีการเปิดประเด็นกันว่า “น้ำ” ขายกันราคาสูงถึง 80 บาทก็มีให้เห็นมาแล้ว แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็เงียบไป… กระทั่งกลับมาตื่นกันอีกรอบเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะถูกสื่อต่างประเทศประจานว่าอาหาร น้ำดื่ม ที่สนามบินหลักของไทยนั้นแพงมาก และกลายเป็นประเด็นที่นำไปถกกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมากันเลยทีเดียวเชียว ในมุมของผู้เขียนเองที่พอจะคุ้นเคยกับการใช
จากกรณีที่ เสก โลโซ ศิลปินร็อกชื่อดังของเมืองไทย ได้ไลฟ์สดร้องเพลงเพื่อระดมทุนเงินรับบริจาคกว่า 75,235 บาท นำไปช่วยเหลือค่ารักษาสุนัข และได้มีการมอบเงินจำนวนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยถึงมือ คุณจรินทร์ ไทยอุทัย แล้วนั้นเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด คุณจรินทร์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กราบขอบพระคุณ เสก โลโซ มากๆที่เมตตา เคส หมาถูกตีตาถลน และขอกราบขอบพระคุณผู้บริจากทุกๆท่านที่เมตตาช่วยค่ารักษา โดยเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ได้นำเช็กเข้าบัญชีตามจำนวนเงินที่ได้รับบริจาคจำนวน 75,325 บาท และได้ถอนเงินสดออกมา ตามจำนวน เพื่อมากระจายเงินช่วยเหลือเคสต่างๆให้กับอาสา บ้านพักพิง ที่ต้องการเงินรักษา ค้างจ่าย รพส ค่ายา ค่าอาหารหมา อาหารแมว ที่ขาดแคลน โดยจะขอให้ บ้านละ 5,000 บาท 15 ท่าน โดยได้ระบุรายชื่อบ้านไว้ในสเตตัสดังกล่าว
หลังเกิดกระแสบนโลกโซเชียลว่าร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำขายข้าวกะเพราหมูกรอบไข่ดาวจานละ 150 บาท กระทั่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังร้านดังกล่าวเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งเจ้าของร้านยอมรับจำหน่ายในราคาดังกล่าวจริงแต่เป็นราคาจำหน่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนราคาคนไทยจะอยู่ที่จานละ 80 บาท ผู้สื่อข่าว “มติชน” ได้สอบถามไปยังกรมการค้าภายในเกี่ยวกับต้นทุนเมนูข้าวกะเพราหมู ได้รับข้อมูลจากกรมฯที่จัดทำโครงสร้างต้นทุนเมนูข้าวต่างๆ สำหรับร้านค้าทั่วไป สำหรับโครงสร้างต้นทุนข้าวกะเพราเนื้อหมูไม่รวมไข่ดาว คิดคำนวณต้นทุนต่อจานจะคำนวณจากประมาณการขายของร้านค้าที่ขายได้จะต้องอยู่ที่ 100 จานต่อวันต่อร้านขึ้นไป หากปริมาณขายลดลงต้นทุนจะปรับสูงขึ้น ค่าเช่าพื้นที่ก็ถูกนำมาคำนวณ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000 บาทต่อเดือน หากร้านที่มีค่าเช่าที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว ต้นทุนก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการคำนวณนี้ไม่รวมอุปกรณ์การขาย เช่น เครื่องครัว โต๊ะ เก้าอี้ จะพบว่า ราคาขายปลีกจริงของข้าวกะเพราหมูในร้านค้าทั่วไปที่เป็นราคาแนะนำของกรมฯคือจานละ 35 บาท แยกต้นทุนต่อจาน เป็นดังนี้ ต้นทุนวัตถุดิบ เ
“เด็กที่สถานสงเคราะห์คือเด็กที่ด้อยโอกาส ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ” คือคำพูดและความคิดของคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ตัดสินผู้อื่น เพียงเพราะพวกเขาเป็นเด็กกำพร้า แต่ถ้าลองเปิดใจมองเห็นถึงความสามารถที่พวกเขามี และมองข้ามสถานะที่เขาเป็นอยู่ คุณอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นก็ได้ น.ส.เงางาม (ไม่มีนามสกุล) หรือน้องยิ้ม เด็กกำพร้าที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงจังหวัดสระบุรี รับมาดูแล เมื่อปี 2548 ตอนนั้นน้องยิ้มอายุได้เพียง 7 ขวบ น้องเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมดี เรียบร้อย มีนิสัยร่าเริง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นที่รักของเพื่อนๆ ปัจจุบันน้องยิ้มอายุ 19 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สถานสงเคราะห์มองว่า เด็กแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป เจ้าหน้าที่พยายามทำให้เด็กๆมองเห็นคุณค่าในตัวเอง เมื่อเขาเห็นคุณค่าของตัวเองแล้ว เขาก็จะมีความภูมิใจในตัวเอง อยากทำสิ่งดีๆและกลับไปสู่สังคมภายนอกได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้หากิจกรรมให้เด็กๆทำ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ กีฬา หรือด้านวิชาการที่เขาถนัด เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2559 นายอนุชิต กิจวาณิชเสถียน หรือ โค้ชเกรียง ครูจิตอาสาได้เข้ามาสอนเด็กๆ ให้ปั่นจักรยาน โดยมีน้องยิ้มเป็นหนึ
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) กล่าวถึงกรณีการขายสินค้าทางสื่อออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กที่อาจจะไม่มีคุณภาพ และมีการหลอกลวงผู้บริโภค ว่า สคบ. เรามีศูนย์เฝ้าระวังเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว โดยร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบูรณาการการทำงาน ถ้าผู้บริโภคถูกหลอกลวง หรือฉ้อโกง สามารถแจ้งมายังศูนย์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้มีผู้ร้องเรียนมาหลายเรื่องและสคบ. ก็ได้ส่งรายงานมาที่ตนแล้ว เช่น เรื่องการโฆษณาขายครีม วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องสุขภาพ และของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจะต้องมาดูว่าเป็นโฆษณาที่เกินจริงและหลอกลวงประชาชนหรือไม่ ซึ่งเราก็กำลังดูอยู่ ขณะเดียวกันเรามีมาตราเฝ้าระวังแบ่งเป็น 3 มาตราคือ 1.การปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย 2.สร้างการรับรู้ และ 3.มาตราการบูรณาการ โดยการสร้างการรับรู้ สคบ.ได้จัดทำสปอร์ตโฆษณา สารคดี และอินโฟกราฟฟิคเพื่อเร่งสร้างการรับรู้ เท่าทันให้ผู้บริโภคอยู่แล้ว “ผมให้สคบ. ลงพื้นที่มากขึ้น และร่วมประชุมในต่างจังหวัด เพื่
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. จากกรณี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ครั้งที่ 2/2561 โดยเป็นการประชุมเพื่อหารือประเด็น การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 หลังการประชุมนานกว่า 7 ชั่วโมง ข้อสรุปอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 มีทั้งหมด 7 อัตรา ตั้งแต่ 8-22 บาท อยู่ที่ 308-330 บาท ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ YouLike คลิปเด็ด 4 เผยภาพกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่มีผู้เขียนแจกแจงค่าใช้จ่ายประจำวันและรายเดือน หากได้รับเงินวันละ 300 บาท จะพอใช้หรือไม่กับค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง
เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายพจน์ หรูวรนันท์ นายอำเภอเมืองพิจิตร พร้อมด้วย นพ.วิริยะ เอี๊ยวประเสริฐ ผอ.รพ.พิจิตร และทีมแพทย์ พยาบาล ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมโครงการสานฝัน เพื่อคนพิจิตรก้าวคนละก้าว เพื่อโรงพยาบาลพิจิตร เพื่อจำหน่ายซีดีเพลงอัลบั้ม “สานฝันพิจิตร” หารายได้มอบให้โรงพยาบาลพิจิตร เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงชำระหนี้คงค้างจากการรักษาพยาบาลพี่น้องประชาชน ที่บริเวณเขตพื้นที่เทศบาลเมืองพิจิตร โดยนายวีระศักดิ์ได้เดินไปตามถนนในเขตเทศบาล และไปหยุดที่หน้าตลาดเทศบาล จากนั้นได้ร้องเพลงในอัลบั้ม สานฝัน เพื่อคนพิจิตร โดยมีพี่น้องประชาชนร่วมบริจาคเงินจำนวนมาก มียอดเงินบริจาคจำนวน 1,193,800 บาท รวมการรับบริจาค 6 วัน 6 อำเภอ มียอดบริจาคจำนวน 4,798,389 บาท ด้านนายวีระศักดิ์กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ทำโครงการสานฝัน เพื่อคนพิจิตร ก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลพิจิตร ปรากฏว่าได้เงินทั้งสิ้น 4,798,389 บาท ยอมรับว่ายอดบริจาคเกินความคาดหมาย ซึ่งเดิมตั้งเป้าไว้แค่ทำแผ่นซีดี 2,000 แผ่น เป็นเงิน 4 แสนบาท เดินขายทั้ง 12 อำเภอ แต่ปรากฏว่ามีปร
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนเกือบ 5,000 คน/วัน เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเพื่อดำน้ำ จนทำให้เหล่านักวิชาการและประชาชนชาวพังงาเกิดความไม่สบายใจเนื่องจากเกรงว่าหากไม่มีการควบคุมดูแลอย่างจริงจัง สภาพแวดล้อมธรรมชาติอันสวยงามของเกาะสิมิลันจะต้องทรุดโทรมในไม่ช้าอย่างแน่นอน ปริมาณนักท่องเที่ยวที่มายังเกาะสิมิลันมีมาก และจะส่งผลกระทบโดยตรงกับภาพรวมของการท่องเที่ยวใน จ.พังงา ทำให้หลายภาคส่วนเริ่มตื่นตัวที่จะให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งของ จ.พังงาจะต้องมีการควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ หรือแม้กระทั่ง อ่าวพังงา นายเฉลิมชาติ เจนเจนประเสริฐ ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวอีโค้เขาหลักแอดเวนเจอร์เขาหลัก เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังหมู่เกาะสิมิลันถึงวันละ 5,000 คนนั้น ตนเองคิดว่า นักท่องเที่ยวที่พักใน จ.พังงาประมาณ 30% ที่เดินทางไปยังเกาะต่างๆ โดยคำนวณแบบคร่าว ๆ ได้จากห้องพักที่มีอยู่ใน จ.พังงา เพียงแค่ 11,000 ห้อง หรือมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก ประมาณ 24,000 คน/วัน ในช่วงฤดูท่องเที่ยว
วันที่ 20 ม.ค. เจ้าหน้าที่ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 11 ซึ่งนำโดย ร.ต.สมคิด คามีศักดิ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบเหตุโต้เถียงกันระหว่างชาวบ้านซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกับแม่ค้าขายปลาปล่อย ที่บริเวณลานด้านหน้าวัดโสธรฝั่งตลาดสด หลังชาวบ้านได้ซื้อปลาปล่อยและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ จำนวน 15 ตัว เพื่อนำไปปล่อยในแม่น้ำบางปะกง แต่ปรากฏว่าพอคิดเงินกับมีราคาสูงถึง 740 บาท พบนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวคือนายนพโรจน์ อาจสุธรรม อายุ 37 ปี ชาว จ.พิษณุโลก ได้เดินทางมาเที่ยวกับครอบครัวรวม 3 คน พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า หลังเสร็จจากกราบหลวงพ่อโสธร ก็ออกมาเดินเล่นภายในวัด ก็มีแม่ค้าเรียกให้มาปล่อยปลา ซึ่งตนก็นึกอยากจะปล่อยอยู่แล้วจึงตัดสินใจเดินเข้าไปสอบถามแม่ค้า โดยแม่ค้าก็บอกว่าราคาตัวละ 10 บาท พร้อมโชว์ป้ายให้ดูว่าควรจะปล่อยกี่ตัวตามวันเกิด และปลาแต่ละชนิดมีความหมายว่าอย่างไร ตนจึงตัดสินใจซื้ออย่างละ 2 ตัว เพราะเห็นว่าราคาตัวละ 10 บาท ก็คงเป็นเงินไม่เท่าไร แต่พอตักใส่ถุงคิดเงินกับมีราคาสูงถึง 740 บาท ซึ่งตนก็ยอมจ่ายเงินไป เพราะคิดว่ายังไงก็ตั้งใจแล้ว แต่ขณะปล่อ
จากกรณีที่ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยกเลิกการผลิตชั่วคราว และงดจ้างพนักงาน 1,800 คน หลังเจรจาในเรื่องเงินเดือนกับพนักงานไม่ลงตัว โดยทางบริษัทเองได้มีการตอบโต้กลับด้วยการติดประกาศ รับพนักงานใหม่หลายตำแหน่ง ตามที่ “ข่าวสด” ได้เคยนำเสนอไป ล่าสุดแฟนเพจเฟซบุ๊ก “God Of War V.3” ได้โพสต์ภาพเอกสาร 2 ฉบับ พร้อมระบุข้อความว่า พนักงานที่ทำงานอยู่จะได้ค่าแรงและโอที 2 เท่า แต่สำหรับพนักงานที่ไม่กลับมาทำงานจะไม่ได้รับค่าจ้าง รวมถึงสวัสดิการทั้งหมด โดยเพจดังกล่าวได้ยกตัวอย่างว่า พนักงานเงินเดืน 15,000 เแลี่ยวันละ 500 เดือนมกราคมทำงาน 22 วัน เงินพิเศษตามโปร ก็นำ 500 คูณ 22 เท่ากับ 11,000 บาท เมื่อนำไปบวกเงินเดือน พนักงานจะได้รับเงินเดือนทั้งสิ้น 26,000 บาท เช่นเดียวกับเงินโอที พนักงานที่มาทำงานตามเวลาที่กำหนด หากได้เงินโอทีจำนวนเท่าใด ก็จะเพิ่มให้จากเดิมอีกเท่าตัวเช่น ได้ 3,000 ก็จะคูณไปอีกเท่าตัวเป็น 6,000 บาท แม้ในเอกสารดังกล่าวจะไม่ระบุชื่อบริษัทดังกล่าว ทว่าจากรายละเอียดทั้งหมดที่กล่าวมา ชาวโซเชียลหลายคนตอบไปในทิศทางเดียวกันว่าคือ บริษัท มิตซูบิชิ อี
