ข่าววันนี้
เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 19 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ มีการจัด “งานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬ 2561” เป็นวันที่ 3 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งเเต่ช่วงเช้ามีเด็กและเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดบึงกาฬได้เข้ามาศึกษาเเละร่วมกิจกรรมภายในงานจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนโดยส่วนใหญ่เป็นชาวสวนยางในจังหวัดบึงกาฬเเละจังหวัดใกล้เคียง เดินทางมาร่วมงานตลอดทั้งวัน โดยให้ความสนใจกับนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักวิชาการ หลักทฤษฎี นวัตกรรมใหม่ ในการปลูกยางพารา เพื่อลดต้นทุน แก้ปัญหาราคายางตกต่ำ นอกจากนี้ยังให้ความสนใจเเละเข้ามาศึกษาดูงานจากชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางพาราจังหวัดบึงกาฬ จำกัด ซึ่งประสบความสำเร็จจากการรวมกลุ่มผลิตหมอนยางพารา โดยมี นายนิพนธ์ คนขยัน นายกฯอบจ.บึงกาฬ ในฐานะที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางพาราจังหวัดบึงกาฬ เป็นผู็ผลักดันเเละสนับสนุน นางสาวสิรินวรีร์ ภาษีสวัสดิ์ พนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ที่ดูแลจำหน่ายหมอนยางพารา กล่าวว่า สำหรับหมอนยางพารา กำลังได้รับความสนใจของตลาด วันแรกเปิดตัวขายในงานยางพารา ราคาพิเศษ 360 บาท จ
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. น.ส.พ.เวียงจันใหม่ ออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ที่โรงแรมดอนจันพาเลด นครหลวงเวียงจัน มีพิธีลงนามโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว-ไทย ระยะที่ 2 เป็นโครงการตามสัญญากู้ยืมและช่วยเหลือระหว่างรัฐบาล สปป.ลาว กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย โดยการก่อสร้างระยะที่ 2 ในช่วงแรก เริ่มก่อสร้างวันที่ 27 ก.ย.2556 เสร็จในเดือนก.ย.2558 รับมอบและเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2560 เป็นการก่อสร้างระบบสับหลีกราง ปรับปรุงยกระดับระบบสัญญาณ และโทรคมนาคมที่สถานีรถไฟ ท่านาแล้ง ก่อสร้างห้องเจ้าหน้าที่การรถไฟ และบ้านพักพนักงาน ส่วนช่วงที่ 2 ที่เพิ่งลงนามไปนั้น จะเริ่มที่สถานีท่านาแล้งถึงสถานีเวียงจัน ที่บ้านคำสะหวาด เมืองไซเซดถา ก่อสร้างทางรถไฟยาว 7.5 ก.ม. พร้อมด้วยระบบสับหลีกราง ตัวอาคารสถานีเวียงจัน และก่อสร้างถนนเข้าถึงสถานีเวียงจัน ยาว 2 ก.ม. พร้อมติดตั้งระบบสัญญาณ ระบบโทรคมนาคม และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง ขอบคุณภาพจาก CHAMPA POST
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 ม.ค. บรรดาลูกศิษย์เปิดหีบเพื่อสำรวจดูความเรียบร้อย พร้อมนำสรีระสังขารของหลวงพ่อเพี้ยน (อัคคธัมโม) เกจิชื่อดัง จ.ลพบุรี มาห่มผ้าให้ใหม่ ซึ่งหลังจากเปิดหีบ ทุกคนต่างตกตะลึง เพราะนอกนากสรีระสังขารท่านไม่เน่าสลายไปตามกาลเวลาแล้ว ใบหน้าของท่านยังยิ้มอย่างมีเมตตาอีกต่างหาก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ค ภัทรภณ ยอดวัน ถ่ายภาพ พร้อมวิดีโอ ขณะนำสรีระสังขารของหลวงพ่อขึ้นมา พร้อมเขียนบรรยายว่า “เปิดหีบดูความเรียบร้อยและได้นำสรีระสังขารหลวงพ่อห่มผ้าให้ใหม่ (ท่านยิ้มนะ) มีความรู้สึกเหมือนท่านยังอยู่กับอาตมาและศิษย์ทุกคน” สำหรับ หลวงพ่อเพี้ยน (อัคคธัมโม) แห่งวัดเกริ่นกฐิน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ละสังขารเมื่อวันที่ 16 พ.ย.60 เวลา 03.25 น. สิริอายุ 92 พรรษา หลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลโรคทรวงอก กรุงเทพมหานคร ด้วยโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งโรคไต ปอดติดเชื้อ อาการหนักจนน้ำท่วมปอด
กำลังเป็นข่าวสนั่นวงการบันเทิงอย่างแท้จริง สำหรับ นักแสดงสาว “เมย์ พิชญ์นาฏ” ที่เพิ่งเลิกรากับแฟนหนุ่มรุ่นน้อง “เจ ชนาธิป” ไปหมาดๆ เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางกันทั่วประเทศ สำหรับ สาวเมย์ นั้นเรียกว่าไม่ธรรมดาดีเดียว เริ่มเข้าวงการเมื่อปี 2545 ในละคร สะใภ้จ้าว ก่อนมีผลงานละคร ถ่ายภาพยนตร์และงานถ่ายแบบมากมาย สำหรับ บ้านของสาวเมย์ก็น่าอยู่ไม่น้อย ข่าวสดออนไลน์ รวบรวมมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน
จากกรณีคดีอลเวงแย่งชิงสิทธิ์ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 30 ล้านบาทที่เมืองกาญจนบุรี ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ที่อ้างว่าถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 เลข 533726 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.2560 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ แต่ปรากฏว่าสลากฯ ชุดดังกล่าวหายไป ต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตตำรวจเป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัลจนเกิดการแจ้งความดำเนินคดีและอายัดเงินรางวัลที่ต่างฝ่ายต่างก็ยืนยันว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ซื้อและถูกรางวัลที่ 1 ตำรวจนำเข้าเครื่องจับเท็จคลี่คดีพร้อมตรวจดีเอ็นเอลอตเตอรี่ เทียบดีเอ็นเอกับทั้งสองฝ่าย ก่อนที่ผลดีเอ็นเอ จะออกมาแล้วพบว่ามีเพียงดีเอ็นเอของ ร.ต.ท.จรูญ เท่านั้น ไม่มีของครูปรีชา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว เปิดผลตรวจหวย 30 ล้าน พบลายนิ้วหัวแม่มือข้างซ้ายของร.ต.ท.จรูญ ตรงกลางสลาก (คลิป) ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 19 ม.ค. ครูปรีชา ใคร่ครวญ ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ผู้สื่อข่าวว่า รู้แล้วว่าดีเอ็นเอไม่ใช่ของครู แต่ครูก็มีหลักฐานและมั่นใจในหลักฐาน ซึ่งการตรวจดีเอ็นเอ ครูรู้ว่าไม่มีรอยนิ้วมือ และคดีก็ยังไ
จากกรณีข่าวรักร้าวช็อกวงการระหว่าง เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร ดาราสาวชื่อดัง กับ เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย หลังจากฝ่ายหญิงได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่าได้เลิกรากับแฟนหนุ่มนักฟุตบอล พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุทีต้องยุติความสัมพันธ์เพราะเกิดจากครอบครัวของฝ่ายชายไม่ยอมรับ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 19 ม.ค. “ข่าวสดออนไลน์” ได้โอกาสเปิดใจ เมย์-พิชญ์นาฏ ถึงสภาพจิตใจในตอนนี้หลังจากข่าวครึกโครมถึงการเลิกรา รวมถึงกรณีที่มีข่าวว่าดาราสาวได้เรียกค่าสินสอดกับทางครอบครัวของฝ่ายชายเป็นจำนวนสูงถึง 30 ล้านบาท โดย ‘เมย์’ กล่าวว่า “สภาพจิตใจวันนี้ดีกว่าเมื่อวานค่ะ รู้สึกว่าตัวเองมีพอยต์มากขึ้นจากเดิมที่ไม่รู้ตัวเองจะไปทางไหนหรือเดินต่อไปยังไง เวลานี้มีเรื่องหนึ่งที่เมย์ค่อนข้างไม่สบายใจ คือเรื่องที่คุณพ่อของเจให้สัมภาษณ์ทำนองว่าเมย์เข้าไปคุย ต้องชี้แจงก่อนว่าเมย์ไม่ได้เข้าไปขอลูกชายของเขา แต่เรื่องเกิดจากว่าเจ ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นก่อนว่ามีแพลนจะแต่งงานกับเมย์ จากนั้นไปออกรายการต่างๆ ได้พูดอีกว่ามีแพลนจะแต่งงานกับเมย์หลังบวช ซึ่งตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ของเจก็เออ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.สมชาย โปร่งทะเล เจ้าหน้าที่ของสำนักงานรปภ. องค์การทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นรปภ.ประจำตึกสลค. เปิดเผยกับข่าวสด ว่า เมื่อเดือนเศษที่ผ่านมาพบว่า ตัวเงินตัวทองชื่อ “บุญรอด” หัวไปติดปูน แล้วพ่อบ้าน 2 คนเข้าไปดึงช่วยออกมาเห็นคอเบี้ยวๆ สภาพปางตาย บรรดาเจ้าหน้าที่ก็เห็นว่าน่าจะตายแล้ว พอดี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรู้เรื่องเข้าเลยให้พาไปหาหมอที่รพ.สัตว์เล็กปทุมวัน หมอก็ตกใจทั้งรพ. หมอเรียกว่าเป็นประเภทสัตว์พิเศษ โดยปลัดฯ ให้ตนดูแล โดยท่านซื้อไข่ ซื้อยา อาหารเสริมมาให้บำรุงมัน จนมันฟื้น ค่อยๆ ดีขึ้น ช่วงนี้มันดีขึ้นมาก ให้กินไข่ดิบมื้อละ 5 ฟอง น่องไก่ทอดมื้อละ 2 น่อง เช้าเย็น แรกๆ ก็ให้ยาเม็ดละ 800 บาท ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว และตอนนี้ก็บำบัดแล้วหัดให้ว่ายน้ำ “ตั้งแต่เลี้ยงบุญรอดมาผมถูกหวยมา 3-4 งวดแล้วนะ ทั้งๆ ที่ปกติผมเป็นคนไม่เล่นหวย(หัวเราะ) ทุกวันนี้ผมพาเดิน ว่ายน้ำ และก็เคยปล่อยไป 2-3 หนแล้ว หายไปวันสองวัน มันก็กลับมาตรงนี้อีก ผมเลยคิดว่าคงเชื่องแล้ว หรือยังเจ็บป่วยอยู่ ก็เลยเลี้ยงดูมัน และที่ต้องผูกเชือกไว้เพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่เขากลัวกัน เพราะมีหนหนึ่งปล่อยมันเดิน มันเดินไปโรงอา
วันที่ 19 ม.ค. นายณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยหลังพบและหารือกับกรมสรรพากร เกี่ยวกับโครงสร้างภาษีใหม่ที่จะมีผลชำระในเดือนมี.ค.2561 ว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม กำลังประสบความเดือดร้อน หลังกรมสรรพากรปรับโครงสร้างภาษีใหม่ โดยมีการจัดเก็บภาษีรายได้ผู้เลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้น จากรายได้ 100% หักรายจ่ายได้เพียง 60% จากโครงสร้างภาษีเดิมสามารถหักรายจ่ายได้ 85% และส่วนที่ต้องนำไปคำนวณเป็นฐานเสียภาษีคือ 40% รายได้ทั้งหมด จากเดิมใช้ 15% ของรายได้นำมาคำนวนภาษีรายได้ประจำปี “ประกาศโครงสร้างภาษีใหม่ของกรมสรรพากร ส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งมากกว่า 80% ของผู้เลี้ยงโคนมเป็นรายย่อย จึงได้เข้าพบ หารือกับกรมสรรพากร เพื่อหาวิธีช่วยเหลือและลดภาระให้กับเกษตรกร เบื้องต้นสรรพากรทำหนังสือเวียนไปถึงเกษตรกรทั่วประเทศ โดยให้คำแนะนำมาว่า ให้เกษตรกรรายย่อย นำใบเสร็จค่าใช้จ่าย ในฟาร์ม ค่าต้นทุนการผลิต สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถลดได้สูงสุดจุดเหลือเพียง 15% ของรายได้ทั้งหมด ตามโครงสร้างภาษีเดิม แต่กรมสรรพากรย้ำต้องมีใบเสร็จ ที่ตรวจสอบแล
แห่ชื่นชมพ่อค้าขายข้าวมันไก่เป็นจำนวนมาก หลังจากที่แฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ “YouLike (คลิปเด็ด)” ได้แชร์คลิปเหตุการณ์คุณป้ารายหนึ่ง เดินเข้ามาที่ร้านข้าวมันไก่ย่านแยกลำกะโหลก และได้ขอข้าวกิน โดยบอกกับพ่อค้าว่า ไม่ได้กินข้าวมา 3 วันแล้ว พร้อมทั้งบอกด้วยว่า ป้าอาศัยอยู่คนเดียว พ่อแม่เสียชีวิตแล้ว และจะเดินไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายปลายทาง หลังจากนั้น พ่อค้าก็ทำข้าวมันไก่ทอดและมอบให้กับป้าไป 1 กล่อง พร้อมน้ำซุปและน้ำจิ้มครบครัน ซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวมีการเผยแพร่ออกไปในสื่อสังคมออนไลน์ ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมถึงการมีน้ำใจของพ่อค้าคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และอวยพรขอให้ค้าขายเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งยังบอกด้วยว่า อยากให้มีคนแบบนี้เยอะๆ ชมคลิป YouLike (คลิปเด็ด)
เมื่อวันที่ 18 ม.ค. นางเลียบ ด่านต้องกระโทก อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 1 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้สืบทอดฝีมือด้านหัตถกรรมจากสามีที่เสียชีวิตไปเมื่อ 6 ปีก่อน โดยการทำซุ้มไม้ไผ่ แคร่ บันได เคาน์เตอร์ และชั้นวางของจากไม้ไผ่ ขายเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองเพราะไม่อยากเป็นภาระให้กับลูกหลาน ทั้งยังได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับนายกล้า อายุ 39 ปีลูกชาย เพื่อทำเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวด้วย ปัจจุบัน ป้าเลียบ และลูกชาย ช่วยกันทำซุ้มไม้ไผ่ แคร่ บันได เคาน์เตอร์ และชั้นวางของจากไผ่เลี้ยง ไผ่ตรง ที่สั่งมาจากจ.ยโสธร ตั้งขายอยู่บริเวณหน้าบ้านเช่าถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย โดยขั้นตอนการทำซุ้มไม้ไผ่ เริ่มจากการวัดขนาดไม้ไผ่ แล้วนำไปตัดให้ได้ขนาด เจาะเป็นรูตามขนาด แล้วขึ้นโครง ประกอบเป็นซุ้ม เมื่อประกอบเสร็จแล้วก็จะทาแล็กเกอร์ให้เกิดความเงางามและกันมอด หากลูกค้าคนไหนอยากได้ลวดลายเพิ่มเติมก็จะใช้แก๊สพ่นลวดลายตามที่ลูกค้าสั่งโดยจะคิดราคาเพิ่มอีกตัวละ 150 บาท ป้าเลียบ เปิดเผยว่า การทำซุ้มหรือแคร่ไม้ไผ่อาจจะดูไม่ยุ่งยาก แต่ต้องใช้แรงและความอดทน ประณีต มากพอสมควร ทำให้แต่ละวันจะทำได้เพียง 2–3 ตัวเท่านั้น โดยซุ้
