ข่าววันนี้
เป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชี่ยล เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งโพสต์ภาพซื้อต้มแซ่บมากิน ก่อนเทใส่ชามแล้วพบสิ่งผิดปกติ โดยอ้างว่าสั่งต้มแซบเนื้อ แต่เนื้อที่ได้เป็นเนื้อตัวเงินตัวทอง พร้อมแคปชั่นว่า “เอายังไงกับร้านนี้ดีครับ สั่งต้มแซบเนื้อแต่เนื้อที่ได้เป็นเนื้อตัวเงินตัวทอง” แต่เมื่อชาวเน็ตมาดูกลับมีความเห็นแตกต่างจากเจ้าของโพสต์ โดยส่วนใหญ่ระบุเนื้อที่อยู่ในต้มแซ่บไม่ใช่เนื้อตัวเงินตัวทอง แต่เป็นเครื่องในวัวที่เรียกว่า “ผ้าขี้ริ้ว” พร้อมติงเจ้าของโพสต์ว่าควรดูให้ดีก่อนนำมาแชร์ในโลกออนไลน์
ในปี 2561 หรือปี 2018 ดวงชะตาของใครหลายคนอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ 4 ราศีที่กำลังจะหมดเคราะห์และมีเกณฑ์ชีวิตได้เริ่มต้นใหม่ ทางหมอเค้ก Magic designs ได้ทำนาย 4 ราศีที่ปีหน้า ชีวิตจะดีขึ้น คนที่ไม่ดีจะออกจากไปจากชีวิต คนดีจะเข้ามาทั้งด้าการงาน ความรักและมิตรภาพ ใครที่ทำให้เราเสียใจ ใครที่หักหลังเราไม่ว่าด้านใด ผลนั้นจะออกมาชัดเจนช่วงเดือนม.ค.61 เป็นต้นไป ใครที่เราคิดว่าเราดี สุดท้ายเขาจะถอดหน้ากาก เราจะเห็นมุมเลวๆ จนเรารู้สึกว่าควรถอยออกมา จากนั้นชีวิตจะเริ่มดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น ขอบคุณที่มาหมอเค้ก Magic designs
ผู้ว่าฯลุยตรวจโรงงานทำวุ้นมะพร้าว5แห่งพบไม่ได้มาตราฐานสั่งปิดรวด จ่อตั้งกรรมการสอบข้าราชการส่งไลน์เตือน รวมทั้งละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีที่จังหวัดสมุทรสงครามมีผู้ประกอบการล้งมะพร้าวจำนวน 447 แห่ง ในจำนวนนี้มีระบบบำบัดน้ำเสีย 323 แห่งที่เหลือ 124 ยังไม่มี ดังนั้นจังหวัดจึงเร่งรัดให้ดำเนินการจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสียโดยเร็วนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 พ.ย.2560 นายคันฉัตร ตันเสถียร ผวจ.สมุทรสงคราม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจล้งมะพร้าวและโรงงานทำวุ้นมะพร้าวแปรรูป ใน ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา รวม 5 แห่งในพื้นที่หมู่ 7 จำนวน 2 แห่ง และในพื้นที่หมู่ 8 จำนวน 3 แห่ง เพื่อตรวจสอบมาตราฐานความสะอาด ระบบบำบัดน้ำเสีย การใช้แรงงาน สภาพแวดล้อมต่าง การเสียภาษี และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีบางรายที่หยุดกิจการไม่มีคนงานมาทำงาน จากการตรวจสอบล้งมะพร้าวและโรงงานทำวุ้นมะพร้าวแปรรูปทั้งหมดพบระบบบำบัดน้ำเสียไม่ได้มาตราฐาน นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังมีกลิ่นเหม็น ไม่ถูกสุขลักษณะ มีการจ่ายค่าแรงต่ำกว่ากฎหมายกำหนด มีระบบการจ่ายภาษีไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังพบความผิดเพิ่มเติมคือบางแห่งฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนัก
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่หน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ถ.ตลาดใหม่ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานรับมอบเงินจากหน่วยงานและประชาชนที่ร่วม โครงการ”ชวนชาวเมืองคนดี ร้อยสายธารแห่งศรัทธาด้วยแบงค์ยี่สิบยาวที่สุดในประเทศ “เพื่อมอบให้ตูน บอดี้สแลม ที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี จากนั้น นายวิชวุทย์ ร่วมกับนักเรียน นักศึกษาและประชาชนได้ยืนเรียงแถวตลอดแนวริมถนนตลาดใหม่ ร่วมกันถือสายธารธนบัตรฉบับละ20บาทที่ต่อเป็นสายยาวจากหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ ไปยังศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี ยอดเงิน กว่า 5 แสนบาท มีความยาวเกือบ 4 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการต่อธนบัตรฉบับละ20บาทยาวที่สุดในประเทศ นายวิชวุทย์ กล่าวว่า กิจกรรมนี้ของชมรมนักข่าวสุราษฎร์ธานี ซึ่งส่วนหนึ่งของภาคประชาสังคมในจังหวัด ที่ร่วมกับประชาชนจัดขึ้นเพื่อระดมสมทบทุนมอบให้ตูนนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาลและผู้ป่วย ถือเป็นช่องทางหนึ่งในการร่วมโครงการก้าวคนละก้าว ทำให้เห็นความรักความมัคคีและความมีน้ำใจของคนไทยไม่ว่าภาคไหนก็ช่วยเหลือกันได้
วันที่ 15 พ.ย. ที่โรงแรมบรรจงบุรี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี น.ส.กันยา มากมูล อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ 6 ต.มะข้ามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งป่วยตาฝ้ามัว พูดไม่ชัด ขาลีบ และยังมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานรวมถึงความดัน ได้เดินเท้าจากบ้านพักบริเวณสี่แยกบางใหญ่ ระยะทางเกือบ 2 กม. มาบริเวณโรงแรมบรรจงบุรี เพื่อนำส้มเขียวหวานจำนวน 2 กก. และเงินสด 200 บาท ตั้งใจนำมามอบให้กับนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม น.ส.กันยา กล่าวว่า ตนป่วยมาตั้งแต่กำเนิด ปกติพักอาศัยกับยาย อายุ 75 ปี 2 คน จนได้ติดตามข่าวทางทีวีมาตลอด ถึงแม้ว่าตาจะมองไม่ชัดแต่ก็ยังมองเห็นแบบรางๆ ทั้งนี้ขอชื่นชมความเสียสละของพี่ตูน ที่ยอมออกมาวิ่งเพื่อหารายได้ไปช่วยผู้ป่วยและโรงพยาบาล ซึ่งก่อนนี้ได้บริจาคผ่านทางเอสเอ็มเอสและวันนี้ขอมาบริจาคด้วยมือของตัวเองด้วย และอยากนำส้มมามอบให้กำลังใจพี่ตูน แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่ได้เจอกับพี่ตูนอย่างที่ตั้งใจเดินเท้าเพื่อที่หวังว่าจะพบกับฮีโร่ และทำอะไรไม่ได้ รู้สึกเสียใจมาก จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่ก็เข้าใจดีว่าพี่ตูนต้องทำภารกิจอื่นๆ อีก
เมื่อวันที่ 15 พ.ย. หลังจากนายอาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม ได้รับพระราชทานดอกไม้ สิ่งของ จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ฯ อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน ช่อดอกไม้ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง มอบให้นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม และคณะโครงการก้าวคนละก้าว พร้อมมีกระแสรับสั่ง ว่า “ขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรง และจิตใจที่เข้มแข็ง และปฏิบัติภารกิจที่ตั้งใจ ให้ประสบความสำเร็จ” โดย ตูน เปิดเผยความรู้สึกภายหลังว่า ผมถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้จากพระองค์ท่าน ทรงเมตตามองเห็นในสิ่งที่พวกเราทำ ตอนนี้แม้ยังไม่ถึงปลายทาง แม้อยู่ระหว่างทางพระองค์ท่านทรงมองเห็นและพระราชทานกำลังใจ พระองค์ท่านไม่ได้ส่งแค่กำลังใจ แต่ยังส่งขนมนมเนย ขนม วิตามิน น้ำ เหมือนยาวิเศษที่ทำให้เราได้ไปต่อ ถ้าเราผ่านไปถึงวันที่ 55 ได้ วันนี้จะเป็นวันที่สำคัญที่สุด ที่พวกเราได้เติมพลัง “พระองค์ท่านไม่ได้มองเห็นเพียงผมคนเดียว แต่ยังชื่นชมทีมงาน ซึ่งผมเองก็ขนลุกเพราะงานนี้มันเกิดขึ้นไม่ได้ด้วยตั
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การแจกซิมอินเตอร์เน็ตฟรี ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียน 11.67 ล้านคนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน คลังมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ เพราะจะทำให้ผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ การประกอบอาชีพต่างๆ ทั้งที่เป็นข้อมูลทั่วไป และข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพรัฐจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งหากผู้มีรายได้น้อยมีช่องทาง มีความรู้เพิ่มขึ้น สามารถประกอบอาชีพ พัฒนาฝีมือแรงงานได้ ในระยะยาวก็จะหลุดพ้นจากการเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ส่วนกรณีที่หากมีการแจกซิมอินเทอร์ เน็ต ฟรีให้กับผู้มีรายได้น้อย และพบว่ามีปัญหา เพราะผู้มีรายได้น้อยบางรายไม่สามารถซื้อสมาร์ทโฟน หรือเครื่องมือที่จะใช้กับซิมได้ กระทรวงการคลัง จะต้องมีการแจกสมาร์ทโฟน พ่วงซิมอินเทอร์ เน็ตฟรี ด้วยหรือไม่ รมว.คลัง กล่าวว่า จะต้องดูอีกที แต่เบื้องต้นซิมอินเตอร์ เน็ต จะมีการจ่ายค่ารายเดือนให้ด้วย โดยจะให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เข้ามาร่วมโครงการ เนื่องจากคงไม่สามารถไปทำสัญญากับบริษัท เอไอเอส ดีแทค หรือ ทรูมูฟ ได้ เพราะจะถูกมองว่าเป็นการไปเอื้อให้เอกชนอีก นายอภิศ
เรื่องราวของโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อสมทบทุนเงินบริจาคให้ 11 โรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ จากอ.เบตง ถึงอ.แม่สาย ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ที่นำทัพโดย “ตูน บอดี้สแลม” นั้น มีอยู่เป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวและภาพความประทับใจที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาพของตูนที่ทุกครั้งเมื่อเห็นคนเฒ่าคนแก่นั่ง ยืนรอ อยู่ริมถนนก็จะวิ่งเข้าไปหา นั่งลงและยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตนตลอด โดย “หมอเมย์” หรือพญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ แพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระรามเก้า แพทย์ที่เราจะเห็นว่าเธอคนนี้จะคอยวิ่งอยู่ข้างกายของตูนตลอด ซึ่งหมอเมย์มีหน้าที่หลักคือการดูแลเรื่องกล้ามเนื้อและการกายภาพบำบัดให้กับตูนนั้น หมอเมย์ได้เล่าความประทับใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Samitada May Sungkapo” ซึ่งเป็นภาพที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ของการวิ่ง โดยเป็นภาพของคุณยายท่านหนึ่งที่พยุงร่างกายเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับไม้เท้าที่ทำจากท่อพีวีซีและเงินในมือที่เตรียมนำมามอบให้กับโครงการดังกล่าว ก่อนจะปล่อยไม้เท้าและยกมือขึ้นรับไหว้ พร้อมรอยยิ้มที่มอบให้กับตูน ทำเอาหมอเมย์อดยิ้มและน้ำตาไหลไม่ได้ ขอบคุณเฟซบุ๊ก
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.สั่งการให้ พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1บก.ป. นำกำลังจับกุมผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เกินกว่าราคาที่กฎหมายกำหนด ประกอบด้วย นางรัชนีกร คำแก้ว อายุ 51 ปี ชาว จ.สกลนคร น.ส.พรมะณี การประกอบ อายุ 43 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด นายสัมฤทธิ์ แถวบุญตา อายุ 32 ปี ชาว จ.เลย และนางอำภา ตองอ่อน อายุ 63 ปี ชาว จ.นครราชสีมา พร้อมสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 20 ใบ และเงินล่อซื้ออีก 2,000 บาท ได้บริเวณด้านหน้าห้างบิ๊กซี ถนนลาดพร้าว แขวงจองพล เขตจตุจักร กทม. โดยมีพ่อค้าแม่ค้าเดินเร่ขายสลากฯให้กับประชาชน จึงทำการล่อซื้อและควบคุมตัวไว้ดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดย นางอำภา ให้การว่า ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่จ.นครราชสีมา ไม่ได้ทำอาชีพอะไร จึงมาพักกับลูกสาวที่ จ.ปทุมธานี ช่วยกันแบ่งเบาภาระลูกสาวโดยไปรับสลากมาจากยี่ปั๊วหน้ากองสลากแถวสนามบินน้ำ ก่อนนำมาเร่ขายย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน เลขไม่สวยรับมาในราคาใบละ 70.40 บาท นำมาขายในราคาใบละ 80 บาท ส่วนสลากชุด 5 ใบ ซื้อมาใบละ 90-92 บาท เนื่องจากเลขสวยเป็นที่นิยมของลูกค้า จึงนำมาขายในราคาใบละ
กรณีขุดพบพระเนื้อสำริดนาคปรกโบราณอายุหลายร้อยปี พร้อมกับกำไลนาค กริชและพระบริวารอีก 10 องค์ ที่บ้านเลขที่ 160 บ้านโคกสง่า ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ของนางบัวลอย อายุ 39 ปี และ นายจำรูญ คำแหง อายุ 46 ปี โดยที่หน้าบ้านพบร่องรอยการขุดเป็นหลุมลึกลงไปประมาณ 2 เมตร และใช้เชือกกั้นไว้ ใกล้กันเจ้าของบ้านชาวบ้านจำนวนมากพากันกราบไหว้พระสำริดนาคปรกโบราณอายุหลายร้อยปี หน้าตักกว้าง 7.5 นิ้ว สูงประมาณ 30 เซนติเมตร สภาพเป็นพระเก่าแก่โบราณ พร้อมกำไลนาค 1 คู่และกริชความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร 1 เล่ม และยังมีพระสำริดนาคปรกบริวารขนาดเล็กอีก 10 องค์ ตั้งบนแคร่และมีเครื่องเซ่นไหว้บูชาอยู่โดยรอบ ซึ่งพระสำริดนาคปรกโบราณและเครื่องบริวาร เป็นสิ่งที่นางบัวลอย คำแหง เจ้าของบ้าน ได้ฝันเห็นและไปพบกับร่างทรงมาทำพิธี แล้วมาทำการขุดที่หน้าบ้าน ลึกลงไป 2 เมตรจึงพบและนำขึ้นมา ซึ่งหลังจากที่นำขึ้นมาชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันมากราบไหว้ เพื่อขอโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ต่อมา นางสาวอรุณี แช่เล้า เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ กรมศิลปกร พร้อมด้วยวัฒนธรรมอำเภอกาบเชิง ลงพื้นที่พบผู้นำชุมชนและเจ้าของบ้านที่ขุดพบพระเ
