ข่าววันนี้
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) จับมือพันธมิตรธุรกิจ FundRadars สตาร์ทอัพในโครงการ Bangkok Bank InnoHub เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ “BF Mobile Application” ซึ่งจะช่วยนำพากองทุนบัวหลวง เข้าสู่เทคโนโลยี ดิจิทัลอย่างเต็มภาคภูมิ ภายใต้แนวคิด ‘มองโลกผ่านกองทุนบัวหลวง’ “BF Mobile Application” จะเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกการเข้าถึงข้อมูลและทำธุรกรรมต่างๆ แก่ลูกค้าผู้ถือหน่วยลงทุน เป็นการประกาศความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทค (FinTech : Financial Technology) ระดับโลกโครงการแรกในประเทศไทย ที่จัดขึ้นโดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทค พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจการเงินในอนาคตของไทย นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า บริษัท ได้ร่วมกับ FundRadars ซึ่งเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกจากโค
สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงงานอุตสาหกรรมรวม 80 ราย ยื่นขอรับคำปรึกษาและขอรับเครื่องหมาย “รสไทยแท้” จาก 13 เมนูที่กำหนดมาตรฐานไปเมื่อปีที่แล้ว และเพิ่มอีก 5 เมนูใหม่ในปีนี้ เดินหน้าเผยแพร่ความรู้เรื่องมาตรฐานอาหาร “รสไทยแท้” และมาตรฐานการจัดการอาหารปลอดภัย คาดมีบุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 1,000 ราย นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปี 2561 นี้ สถาบันอาหารได้รับงบประมาณจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ในการดำเนินงานโครงการ “ยกระดับมาตรฐานรสไทยแท้อุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาดโลก (Authentic Thai Food For the World)” เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตอาหารในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการอาหารของไทยให้มีคุณภาพปลอดภัยและมีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสม รักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของอาหาร “รสไทยแท้” โดยการให้การรับรองมาตรฐาน “รสไทยแท้” ให้กับร้านอาหารไทย และผลิตภัณฑ์อาหารจากโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าให้แก่อาหารไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก อันเป็นการส่งเสริมธุรกิจบริการร้านอาหารไทย และยกระดับอาหารไทย
ในห้วงช่วงนี้ถ้าจะถามว่าจะทำอะไรดี จะปลูกอะไรดี จะขายอะไรดี… ผู้ที่ถูกถามคงจะอึดอัดลำบากใจมิใช่น้อย เพราะเศรษฐกิจของประเทศไทยในหลายด้านไม่ค่อยจะดี และอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนในหลากหลายมิติ เช่นการปรับยุทธศาสตร์ชาติในระยะยาวเป็น 10 ปี 20 ปี ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าการที่เราวางแผนยาวนานเกินไปนั้น จะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่กับโลก “ดิจิตอล” ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น แต่ก่อนเป็นวีดิโอเทป แล้วเปลี่ยนเป็น วีซีดี ดีวีดี มาตอนนี้กลายเป็น ดาวน์โหลด หรือดูจากยูทูปแทน และปัจจุบันมีเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) มาแทนที่ทำให้นักร้องและบริษัทที่ขายเทปในอดีตต้องปรับเปลี่ยนวิถีการทำงาน และวิธีขายกันแทบไม่ทัน ถ้ารูปแบบการตั้งกฎระเบียบต่างๆ ไม่ยืดหยุ่น ไปยึดหรือล็อคมากๆ เข้า ในระยะยาววิถีชีวิตของลูกหลานในอนาคตจะสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลในยุคนี้วางไว้หรือไม่ หรืออาจจะกลายเป็นเรื่องล้าหลังกับโลกในอนาคต ทำให้การพัฒนาประเทศเจออุปสรรคจากกฎที่ตั้งไว้ในปัจจุบันก็เป็นได้ และเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับผู้ที่จะวางแผนอนาคตของชาติ หลายท่านคงจะทราบกันดีว่าประเทศชาติของเรากำลังมุ่งไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ต้องการก้าวข้ามไปสู่การเป็
วิถีการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษาในยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนที่ไม่หยุดอยู่แค่ในห้องเรียนและห้องสมุดอีกต่อไป เพราะการเรียนการสอนในยุคปัจจุบันเน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ เป็นผู้เริ่มตั้งคำถาม และออกค้นคว้าหาข้อมูลจากสิ่งต่างๆ รอบตัว “ศูนย์การค้า” จึงกลายเป็นจุดนัดพบที่สำคัญ สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแลกเปลี่ยนความรู้ ทำการบ้าน ค้นหาไอเดียใหม่ๆ เช่นเดียวกับ ศูนย์การค้า เดอะสตรีท ที่ได้แชร์พื้นที่ส่วนกลาง สร้างเป็น “Co-Learning Space (โค เลิร์นนิ่ง สเปซ)” ให้นักเรียนนักศึกษามาใช้พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ร่วมกันได้ 24 ชม. นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สตรีท รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กล่าวว่า “พื้นที่ Co-Learning Space (โค เลิร์นนิ่ง สเปซ) เกิดขึ้นจากการมองเห็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่มาใช้บริการในศูนย์การค้า และมาใช้พื้นที่ต่างๆ เพื่อท่องตำรา ทำงานกลุ่ม และติวหนังสือ ทางศูนย์การค้าจึงได้แชร์พื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้นี้ขึ้นมา โดย “Co-Leaning Space” ของศูนย์การค้า เดอะสตรีท รัชดา มีพื้นที
ตูน ปิดเซตสุดท้าย 676 กิโลต่อสุราษฎร์อีกคืน ยอดบริจาคพุ่ง273 ล้าน พักหยุดวิ่ง 1 วันก่อนเข้าชุมพร เมื่อเวลา 21.10 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ตูน บอดี้สแลม และทีมวิ่งก้าวคนละก้าว ได้วิ่งถึงเส้นชัยที่หน้าหน่วยบริการประชาชน และ อบต.คันธุลี อ.ท่าชนะ หลังจากวิ่งออกจากสามแยกบ้านห้วยไผ่ ต.ป่าเว อ.ไชยา ระยะทางรวม 24 กิโลเมตรจบเซตที่ 3 ซึ่งเป็นเซตสุดท้ายของวัน โดยมีดาราแหม่ม จินตรา สุขพัฒน์ เหมี่ยว ปวันรัตน์ นาคสุริยะ และหมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ ร่วมเข้าเส้นชัยด้วย ซึ่งมีนายวิสูตร อินทกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ ให้การต้อนรับพร้อมมอบเงินสมทบจากหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ 246,246 บาท และครูนักเรียนโรงเรียนพะโต๊ะวิทยา อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ที่อยู่นอกเส้นทางวิ่งเดินทางนำเงินมาร่วมสมทบด้วย ท่ามกลางประชาชนที่รอต้อนรับอย่างแน่ขนัด อย่างไรก็ตาม ก่อนถ่ายภาพเข้าเส้นชัย ตูน ได้แวะร่วมร้องเพลงแสงสุดท้าย กับนักเรียนชั้นประถมใน อ.ท่าชนะ ที่นำเครื่องดนตรีมาเล่นอย่างสนุกสนานเป็นกันเองท่ามกลางเสียงตบมือ โดยไม่มีทีท่าแสดงความเหนื่อยล้าออกมา ทั้งนี้ พิธีกรประจำรถนำขบวนของทีมวิ่งก้าวคนละก้าว ได้ประกาศว่าในวันพรุ่งนี้(18 พ.ย.60) ตูน
บริษัท เอช อาร์ เซ็นเตอร์ จำกัด ได้เผยผลสำรวจค่าจ้างและสวัสดิการ, HR Benchmark 2560/61 ภายใต้การอำนวยการของอาจารย์รุ่งโรจน์ อรรถนานิทธิ์ เป็นปีที่ 10 ที่ HR Center ดำเนินการมา ทั้งนี้ ในครั้งนี้เป็นการให้ข้อมูลแนวโน้มการปรับค่าจ้างและจ่ายโบนัสประจำปี 2560, วุฒิการศึกษาที่มีอัตราแรกจ้างสูงสุด, ตำแหน่งงานที่มีเงินเดือนสูงสุด โดยพบว่าปีนี้มีจำนวนองค์กรที่เข้าร่วมสำรวจเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก 10% รวมเป็น 377 องค์กร แบ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ 1) Manufacturing 2) Service และ 3) Trading แยกออกได้เป็น 22 กลุ่มธุรกิจ ครอบคลุมทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยกลุ่มธุรกิจที่มีองค์กรเข้าร่วมมากที่สุดคือกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ (67 องค์กร) รองลงมาคือกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (39 องค์กร) และลำดับสาม คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (27 องค์กร) อัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษา เป็นการสำรวจค่าจ้างที่องค์กรกำหนดไว้ในการจ้างนักศึกษาที่จบใหม่ในวุฒิต่าง ๆ ที่ตลาดส่วนใหญ่ต้องการ พบว่าบางองค์กรรับเฉพาะผู้มีประสบการณ์แล้ว จึงไม่ได้กำหนดอัตราแรกจ้างไว้ โดยพบว่าวุฒิการศึกษาที่ตลาดต้องการมากที่สุด คือ อันดับหนึ่ง คือ ปริญญา
ตลาดเบียร์ คึกรับหน้าขายปลายปี “ไฮเนเก้น” จับมือเกรฮาวด์รุกดีลิเวอรี่ ผุดกิมมิกใหม่ เสิร์ฟเบียร์คู่มื้ออาหารถึงที่ เอาใจสายปาร์ตี้ทุกแนว ราคาเริ่มต้น 6,500 บาท ด้าน “ช้าง” รุกขายเบียร์สดผ่านเอเย่นต์ ส่งตรงถึงงาน ไม่ต้องรอลานเบียร์ ส่วน “สิงห์” รีครูตสาวเชียร์ จัดเต็มรับหน้าขาย ส่งยูเบียร์ขวดเล็กบุกเซเว่นฯ เพิ่มโอกาสขายใหม่ ต่อยอดกระป๋อง นอกจากกิจกรรมลานเบียร์ที่ทุกค่ายพร้อมใจกันจัดเพื่อกระตุ้นหน้าขายในช่วงปลายปีแล้ว ขณะนี้ทั้งไฮเนเก้น ช้าง และสิงห์ ต่างก็พร้อมใจส่งกิมมิกใหม่ ๆ เข้ามาปลุกตลาดยกกำลังสอง เพื่อเร่งยอดขายปีนี้ให้เติบโตตามเป้าที่วางเอาไว้ หลังจากมู้ดของผู้บริโภคและบรรยากาศภาพรวมเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา ไฮเนเก้น ปูพรมดีลิเวอรี่ นางสาวภัททภาณี เอกะหิตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้นและสตรองโบว์ ในกลุ่มบริษัททีเอพีระบุว่า บริษัทได้จับมือกับแบรนด์ร้านอาหารเกรฮาวด์ เปิดตัวบริการ “สตาร์ เดลิเวอรี เซอร์วิส” หรือบริการดีลิเวอรี่เซตอาหารและเบียร์ไฮเนเก้น (ดราฟต์เบียร์) พร้อมเสิร์ฟถึงที่ รับกับการเฉลิมฉลองในช่วงปลายปี สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการอาหารและเครื่อง
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กระแสของ “คราฟต์เบียร์” หรือเบียร์ที่ผลิตจากผู้ผลิตรายเล็กมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของผู้ผลิต และจำนวนแบรนด์ ที่ทยอยดาหน้าเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีร้านค้าที่เปิดขายคราฟต์เบียร์ที่หนาตาขึ้น รวมถึงบาร์เบียร์ที่ขายเฉพาะคราฟต์เบียร์ก็มีผุดขึ้นทั่วสารทิศทั้งในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ถึงวันนี้ แม้ว่าสัดส่วนของคราฟต์เบียร์ยังมีไม่ถึง 1% ของตลาดเบียร์ที่มีมูลค่ากว่า 1.8-2 แสนล้านบาท แต่เบียร์พันธุ์ใหม่ก็มีทิศทางการเติบโตที่น่าติดตามไม่น้อย จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองหาอะไรแปลกใหม่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากสินค้าเมนสตรีมทั่วไปตามท้องตลาด ทำให้คราฟต์เบียร์ที่มีลูกเล่นจากสไตล์ที่มีอยู่จำนวนมากได้รับความนิยม เช่นเดียวกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ ซึ่งผู้บริโภคถูกเอดูเคตเกี่ยวกับเบียร์หลากหลายประเภท ทำให้ตลาดไม่จำเจอยู่แค่เบียร์บางชนิดเท่านั้น ที่ผ่านมา คราฟต์เบียร์ อาจจะยังเป็นรสนิยมเฉพาะกลุ่ม ขณะที่ช่องทางจำหน่ายหลัก ๆ ก็จำกัดอยู่เพียงผับบาร์ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตบางเชน บางสาขาที่สำคัญ ราคายังสูงกว่าเบียร์ในท้องตลา
เป็นอีกประเด็นร้อนในโลกโซเชี่ยล เมื่อสมาชิกหมายเลข 3404260 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ตั้งกระทู้หัวข้อ “ผู้เช่า มหาภัย เช่าบ้าน 8 เดือน สภาพ..ขับรถเบนซ์มาเช่าบ้าน มาดูผลลัพธ์” ก่อนเผยเรื่องราวของบ้านที่ปล่อยให้เช่าว่า ได้ปล่อยบ้านให้คนเช่าเมื่อเดือนม.ค. โดยคนที่มาเช่าก็ดูดีและขับเบนซ์มา แถมยังหน้าตาหล่อและผู้หญิงก็สวย ซึ่งทำงานอยู่บริษัทใหญ่สร้างคอนโดขาย ที่ผ่านมาก็จ่ายค่าเช่าครบทุกเดือน แต่ตอนออกมีค้างค่าไฟ 3,900 บาท แต่ที่ชวนตกตะลึงและช็อกสุดๆ เมื่อเจ้าบ้านต้องมาเจอสภาพบ้านที่คนเช่าทำไว้อย่างเละ โดยโซฟาใหม่ๆ ก็ใช้จนสกปรก เฟอร์นิเจอร์ไม้ในบ้านชำรุดแทบทุกมุม กระจกก็มีรอยร้าว แถมยังปล่อยให้น้ำรั่วจนฝ้าทะลุเป็นรู แม้จะได้เงิน 40,000 บาท จากการออกก่อนสัญญาของผู้เช่า แต่จากความเสียหายที่ทิ้งอาจมากกว่า
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ช่วงเดือนตุลาคม – มีนาคมของทุกปี เป็นฤดูกาลที่ประเทศไทยนำเข้าส้มแมนดารินจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวนมากโดยผ่านด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง กรมวิชาการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมาพบปัญหาการมีใบและกิ่งส้มติดมากับผลส้มไม่เป็นไปตามพ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507และข้อตกลงตามพิธีสารไทย-จีน ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช ที่อาจติดมากับใบและกิ่งส้ม จะทำให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจที่สำคัญในประเทศไทย รวมทั้ง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร ด่านตรวจพืชแหลมฉบังจึงจัดทำแผนเฝ้าระวังและควบคุมการนำเข้าส้มแมนดารินจากจีน โดยจัดประชุมร่วมกันระหว่าง เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืช เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ผู้ประกอบการและตัวแทนผู้ประกอบการนำเข้า เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติการตรวจปล่อยและนำเข้าผลส้มแมนดารินให้เป็นไปตามเงื่อนไขการนำเข้าของกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยขอความร่วมมือกำหนดสถานที่ตรวจร่วมสินค้าเกษตร ระหว่างศุลกากรกับด่านตรวจพืชแหลมฉบัง พร้อมกับกำหนดวิธีสุ่มตรวจ โดยเปิดสินค้าทุกตู้คอนเทรนเนอร์ 100 % กำหนดรูปแบบในการสุ่มเปิดตรวจ 2 รูปแบบ โ
