ข่าววันนี้
งาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 ควบคู่กับพิธีมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายในมหกรรม Thailand Friendly Design & Tourism for All Expo 2025 อย่างยิ่งใหญ่และงดงาม เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2025 ณ ฮอลล์ 101 ไบเทค บางนา โดยมีเด็ก เยาวชน และครอบครัว เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสร้างสรรค์ อบอุ่น และเป็นมิตรกับทุกคนในสังคม ภายในงานมีการนำเสนอแฟชั่นโชว์จากเด็กและเยาวชน ถ่ายทอดพลังความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และตัวตนของเด็กยุคใหม่ พร้อมพิธีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเยาวชนที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์อย่างมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และเหมาะสมกับวัย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการผลักดันจากผู้บริหารและภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ • คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคณะกรรมการ FTI Influencer และประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย • คุณณัฐริกา ทวิชาวัฒน์ ประธานจัดงาน และ CEO ณายด์ สตูดิโอ • คุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมอินฟลูเอนเซอร์และเคโอแอลแห่งประเทศไทย และกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน CLMVT+China สภาอ
ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและผู้คนมองหาความสมดุลระหว่างชีวิตกับสุขภาพ “อาหาร” จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่เติมเต็มร่างกาย แต่เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจ และสะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละชาติอย่างลึกซึ้ง ปี 2025 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอาหารโลก จากยุคที่เน้น “ความหรูหราและภาพลักษณ์” สู่ยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ “ความเรียบง่ายและความหมาย” ในทุกมื้ออาหาร เทรนด์ “อาหารเพื่อใจและสุขภาพ” (Comfort Food) กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก สะท้อนแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจทั้งโภชนาการ ความอบอุ่นใจ และความยั่งยืน มากกว่าการจัดจานเพื่อความสวยงาม สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ ม.รังสิต มุ่งมั่นจะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเชฟรุ่นใหม่ ที่พร้อมใช้ความคิดสร้างสรรค์และพลังแห่งอาหารไทย ขับเคลื่อนความสุขและความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยอาหารนานาชาติ (IFT) ชี้ว่า ผู้บริโภคกว่า 68% ทั่วโลกเลือกอาหารที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ความทรงจำ และสุขภาพจิต มากกว่าอาหารหรูหราราคาแพง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคทั่วโลก เช่น สหรัฐอเม
“กรุงศรี” (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เผยผลสำรวจทักษะทางการเงินของคนไทยปรับตัวสูงขึ้น 71.4% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการมีความรู้ทางการเงิน เพื่อต่อยอดไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมเผยอินไซต์พฤติกรรมของคน 4 เจเนอเรชัน ในยุคสมัยใหม่ที่มีโจทย์ชีวิตแตกต่างกัน คุณมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ ผู้บริหารสายงานบริหารแบรนด์และการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การเงิน เกี่ยวข้องกับ ‘ความยั่งยืน’ อย่างไร หรืออาจมองว่าความยั่งยืนเป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การเงินเกี่ยวข้องกับเกือบทุกมิติของชีวิต และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง” ความตระหนักรู้ด้านการเงินของคนไทย มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากรายงาน Saving Behavior Survey : Decoding the Saving Habits of Thai Consumers 2025 ที่รวบรวมข้อมูลโดยวิจัยกรุงศรี ชี้ว่า ทักษะทางการเงินของคนไทยมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 71.4% เพิ่มขึ้นจาก 67.4% ในปี 2563 และสูงกว่า
#SMEsSurvivor ขอย้อนไปราว 3-4 ปีก่อน ซึ่งหลายคนคงพอจำได้ และยอมรับว่า “บรรทัดทอง” คือย่านสตรีตฟู้ดและไลฟ์สไตล์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จากถนนเงียบๆ ใกล้มหาวิทยาลัย สู่จุดหมายของนักกิน นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ และนักลงทุนรุ่นใหม่น้อยใหญ่ ประกอบกับคอนเทนต์หลากหลายที่กลายเป็นกระแสไวรัลจากโซเชียลมีเดีย ทำให้ “ร้านดัง” ผุดขึ้นแทบทุกเดือน กระทั่งเกิดปรากฏการณ์ “แห่ลงทุน” ทั้งจากผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงแบรนด์ทุนหนา ส่งผลให้บรรทัดทอง กลายเป็น “สนามแข่ง” ที่ไม่ได้วัดกันแค่รสชาติ แต่รวมถึงเงินทุน ความเร็ว และพลังการตลาด เมื่อมี “ดีมานด์” จากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่รายย่อย แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมากระทั่งกลายเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นั่นคือ ค่าเช่าพื้นที่ที่พุ่งขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ หลายโซนเริ่มขยับปรับราคาขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ผู้ค้ารายเล็กที่เติบโตมากับช่วงเริ่มต้น หลายรายเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว และทยอยถอนตัวออกจากพื้นที่ แต่ก็มีผู้ค้ารายใหญ่ทุนหนากว่า พร้อม “เสียบ” ในทุกทำเล แต่เมื่อล่วงเข้าปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศการ “ลงทุนใหม่” ในหลายโซนของบรรทัดทอง กลับเกิดเห
เมื่อวันที่ 22 ธันวามคม นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่ สธ. เสนอ โดยจะมีการส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาซึ่งอาจจะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนที่จะส่งกลับมาที่ สธ. เพื่อปรับปรุงประกาศก่อนจะส่งให้ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ต่อไป โดยเบื้องต้นคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ หลักสำคัญของกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว จะเป็นการยกระดับร้านจำหน่ายกัญชาที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ อย่างถูกต้องกว่า 10,000 ใบอนุญาต ให้มาเป็นสถานพยาบาล หรือคลินิกที่มีการขออนุญาตกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และขออนุญาตกรมการแพทย์แผนไทยฯ ในการจำหน่ายสมุนไพรควบคุมกัญชาตามกฎหมาย “ซึ่งหมายความว่า ร้านที่มีใบอนุญาตขายกัญชาอยู่แล้ว ต้องไปทำเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
ดีป้า จัดพิธีปิดโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 1 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมประกาศความสำเร็จของการพัฒนาและยกระดับศักยภาพเยาวชนไทยผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีระดับนานาชาติ จำนวน 16 หลักสูตร จาก 9 ประเทศชั้นนำทั่วโลก โดยมุ่งสร้างเครือข่ายเยาวชนที่มีทั้งองค์ความรู้ ทักษะ และวิสัยทัศน์สากล พร้อมนำประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ได้รับกลับมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชน สังคม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่เยาวชนผู้สำเร็จการศึกษาในโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 1 โดยมี ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ พร้อมคณะผู้บริหารจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ตลอดจนเยาวชนผู้แทนอำเภอจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความประทับใจ และความภาคภูมิใจของผู้เข้าร่วมโครงการจากทุกภาคส่วน โดยไฮไลต์อยู่ที่เวที Showcase & Sharing ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้แทนเยาวชนจากทั้ง 1
ในปัจจุบันที่โลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มีคนไทยจำนวนมากตกเป็นเหยื่อและสูญเสียทรัพย์สินไปแล้วหลายหมื่นล้านบาทให้กับมิจฉาชีพออนไลน์ โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยข้อมูลว่า ในช่วงเวลา 5 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม 2567 – กุมภาพันธ์ 2568 มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 11,348 ล้านบาท แม้ว่าจะลดลงจาก 14,683 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน แต่ถือว่ายังน่าเป็นห่วง เนื่องจากประชาชนบางส่วนขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ ในขณะที่มิจฉาชีพได้พัฒนากลอุบายหลอกลวงได้แนบเนียนและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินหน้าเชิงรุกในการสร้างความตระหนักรู้และเสริมภูมิคุ้มกันให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง พาไปเจาะลึก 5 รูปแบบกลโกงยอดนิยม เพื่อให้แยกแยะระหว่างข้อมูลจริงกับกลโกง พร้อมเน้นย้ำถึงจุดอ่อนสำคัญที่ทุกคนต้องสังเกตก่อนที่จะสูญเสียทรัพย์สินให้กับมิจฉาชีพ 1. หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล/สิทธิพิเศษ/วัตถุประสงค์อื่นๆ รู
ความน่ารักของ “โมเน่กับโซล” ยังตกพี่ๆ ได้อยู่หมัด ล่าสุดกับปรากฏการณ์ สร้างยอดขาย 1 ล้านบาท ใน 5 นาที จากการไลฟ์ขาย “ไทยดม” แบรนด์ยาดมสมุนไพรสัญชาติไทย ที่ใช้เวลาพัฒนาสูตรและคุณภาพนานกว่า 1 ปี ของ พีท-กันตพร หาญพาณิชย์ ทายาทโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ กับ แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย ที่หลงรักแฝดทั้งสอง จนยกให้เป็น Friends Of Thaidom ก่อนหน้านี้ พีท เคยโพสต์ใบ้การเปิดตัว Friends Of Thaidom ไว้ในเฟซบุ๊ก ซึ่งอธิบายรายละเอียดไว้ว่า “และแล้วไทยดมก็มีผลิตภัณฑ์ตัวพิเศษออกมาจนได้ ครั้งแรกกับการร่วมมือกับ Thai Artist ในการดีไซน์ตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ และเพื่อที่จะได้เข้ากับการเปิดตัว Friends Of Thaidom ของเรา ขอเปิดตัวให้เห็นตัว Limited ของเราในวันที่ 15 ธ.ค. 68 และจำหน่ายครั้งแรกใน Live ซึ่งเป็น Online Exclusive เท่านั้นใน TikTok ช่อง Kambum_live วันที่ 18 ธ.ค. 68 นี้” และในวันต่อมา ก็ได้เฉลยว่า โมเน่กับโซล คือ Friends Of Thaidom ทำให้เหล่าแฟนคลับที่หลงรักแฝดทั้งสอง รอคอยการไลฟ์ในครั้งนี้ กระทั่งเมื่อวาน (18 ธ.ค. 68) โมเน่กับโซล ได้ไปร่วมไลฟ์ขายไทยดมกับ แก้มบุ๋มและพีท โดยสามารถทำยอดขายได้ 3 แสนบาทใน 1 นาที
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโดยรวมในปี 2568 ส่งผลให้ผู้บริโภคที่กำลังวางแผนสร้างบ้านชะลอการตัดสินใจออกไป เหตุจากขาดความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ “หาดใหญ่” เมื่อรวมกับปัจจัยที่ไม่ส่งผลเชิงบวกมากนัก ทั้งค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงที่ปรับขึ้น การแข่งขันทางตรงจากบริษัทรับสร้างบ้าน และการแข่งขันจากดีเวลอปเปอร์ ที่กระโดดลงมาชิงเม็ดเงินในตลาดนี้กันมากขึ้น ทำให้ตลาดรับสร้างบ้านเต็มไปด้วยโจทย์ที่ยากและท้าทายสำหรับผู้ประกอบการทุกราย ปีแห่งการประคองตัว นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) กล่าวว่า จากภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2568 อยู่ในภาวะตลาดที่ฟื้นตัวช้าจากปัจจัยรอบด้านที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของภาคธุรกิจมากนัก ทั้งจากเสถียรภาพทางการเมืองไม่นิ่ง เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศค่อนข้างทรงตัวและถดถอยในบางช่วงเวลา ส่งผลทางตรงต่อกำลังซื้อผู้บริโภคที่ขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนและใช้จ่ายที่นำไปสู่การชะลอการตัดสินใจสร้างบ้านในปีนี้ออกไปก่อน สะท้อนได้จากสถิติ 3 ไตรมาส (ม.ค. – ก.ย.) ของปี&nbs
ในยุคที่วิถีชีวิตคนไทยต่างมีไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบทำให้อาหารพร้อมรับประทานเป็นที่นิยมมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มนิยมบริโภคเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่ในใจคนไทยยังคงโปรดปรานรสชาติเมนูอาหารในบ้านที่คุ้นเคยอยู่เสมอ ซีพีแรม ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน จึงตอบโจทย์ความต้องการนี้ด้วยเมนูยอดฮิตที่แทบทุกคนต้องเคยลิ้มลองกันมาแล้ว นั่นก็คือ “ข้าวกะเพราถาดสีแดง ใน 7-Eleven” ที่ยังคงความอร่อยจัดจ้าน หอมกลิ่นใบกะเพรา พร้อมรสเผ็ดซ่า อันเป็นเอกลักษณ์ของซีพีแรม ซึ่งวันนี้เราจะมาไขความลับความอร่อยของข้าวกะเพราซีพีแรม พร้อมเจาะลึกแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เป็นมากกว่าการสร้างสรรค์รสชาติ แต่คือความมั่นคง-ความยั่งยืนทางอาหารที่แท้จริง ปัจจุบัน เมนูข้าวกะเพราของซีพีแรม มีกำลังการผลิตรวม 5.6 ล้านถาดต่อวัน และใช้ใบกะเพราสดวันละมากกว่า 1.36 ตัน (เฉพาะใบ) โดยเมนูกะเพรายอดนิยม 3 อันดับแรกคือ ข้าวกะเพราไก่คั่ว ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว และข้าวกะเพราหมู ซีพีแรม ให้ความสำคัญกับใบกะเพราอย่างมากซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลัก เพราะเป็นวัตถุดิบหลักที่เป็นกุญแจสำคัญต่อรสชาติ แต่ถึงแม้กะเพราจะเป็นพืชที่ปลูกง่าย
