ข่าววันนี้
SME D Bank จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนหรือเสริมสภาพคล่อง เพื่อใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างประโยชน์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าของต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะค่าพลังงานปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) นำเทคโนโลยี นวัตกรรม มายกระดับปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ดังนั้น SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง
แม้ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า “เหตุไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเมื่อใด” แต่สัญญาณล่าสุดสะท้อนว่าครัวเรือนไทยจำนวนมากยังมีความเปราะบางทางการเงิน ผลสำรวจสวนดุสิตโพลล์ปี 2568 ระบุว่า 48.32% ของคนไทยมีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน และอีก 35.24% มีเงินสำรองเพียง 1-3 เดือน เท่ากับว่าอย่างน้อย 2 ใน 3 ของคนไทย ยังไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญสำหรับรองรับเหตุฉุกเฉิน หากรายได้สะดุดหรือมีเหตุเร่งด่วนเกิดขึ้น ครอบครัวจำนวนมากอาจตั้งหลักได้ยากตั้งแต่สัปดาห์แรกๆ ด้านสุขภาพก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ “มาโดยไม่บอกล่วงหน้า” เช่นกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคชี้ว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างมะเร็ง หลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของไทย โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเฉลี่ย 227 รายต่อวัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนทั้งภาระค่าใช้จ่าย การตัดสินใจ และแรงกดดันทางใจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน การมี “แผน” ทั้งด้านเงินและด้านใจตั้งแต่วันนี้ จึงช่วยลดต้นทุนความไม่แน่นอนได้จริง วิธีวางแผนการเงินให้ตั้งหลักได้ เคทีซี ถอดบทเรียนจากข้อมูลผู้ใช้และอินไซต์คนทำงาน พบว่า “ความกังว
“ตลาดขนมขบเคี้ยวไทย” ยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง รายงานจาก Savoury Snacks in Thailand โดย Euromonitor ระบุว่า มูลค่าตลาดมีแนวโน้มเพิ่มจาก 55,322 ล้านบาทในปี 2025 เป็น 67,977 ล้านบาทในปี 2030 สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังใช้จ่ายกับสินค้ากลุ่ม Affordable Indulgence อย่างต่อเนื่อง รวมถึงในเรื่องของการกิน ล่าสุด พีช–พชร จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ MAW (มาว) ประกาศเปิดตัวธุรกิจใหม่ในตลาดขนมพรีเมียม โดยเลือกเข้ามาเล่นในเซ็กเมนต์ที่มองว่ายังมีช่องว่างสำคัญระหว่างขนมแมสและขนมนำเข้าระดับพรีเมียม ด้วยการสร้างแบรนด์ขนมที่ตั้งใจยกระดับโมเมนต์ธรรมดาให้พิเศษขึ้น ภายใต้แนวคิด Elevate The Ordinary พีช-พชร กล่าวว่า “เรามองว่าตลาดขนมพรีเมียมในไทยที่ผ่านมา ถูกขับเคลื่อนโดยแบรนด์นำเข้าที่มีต้นทุนสูงจากภาษีและโลจิสติกส์ จนราคาขายไม่เอื้อต่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน ขณะที่ขนมในกลุ่มแมสแม้เข้าถึงง่าย แต่ยังขาดทั้งรสชาติที่แปลกใหม่และความพรีเมียมสไตล์ต่างประเทศ รวมถึงประสบการณ์ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างแท้จริง MAW
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวน ผู้ประกอบการ SMEs ไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาวะสงคราม กติกาโลกที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่เหมือนเดิม การทำธุรกิจจึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือการปรับวิธีคิดและเลือกใช้เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ งาน BOOTCAMP DAY 2026 เวทีสัมมนาสำหรับผู้ประกอบการไทยโดย LINE ประเทศไทย ร่วมกับ THE STANDARD ได้เผยถึงวิธีคิดและแนวทางการใช้เทคโนโลยีผสาน Human Touch เพื่อปรับตัวสู่ยุค Chat Commerce ที่เป็นโอกาสสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ เศรษฐกิจโตช้า-กติกาโลกเปลี่ยน ฉากหลังที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO แห่ง THE STANDARD เผยว่า “เศรษฐกิจไทยในปี 2026 ยังอยู่ในช่วงท้าทาย โดยข้อมูลจาก KResearch คาดการณ์ว่า GDP ไทยปี 2026 จะเติบโตเพียง 1.6% ลดลงจากปี 2025 ที่โตราว 2.0% ด้านการท่องเที่ยวก็ยังชะลอตัว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน ซึ่งยังตํ่ากว่าช่วงก่อนโควิดที่มีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน และแม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวหลังการเลือกตั้ง แต่เศรษฐกิจจริงยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ตั้งแต่สถานการณ์สงครามตะวันอ
ท่ามกลางสมรภูมิร้านอาหารในปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ร้านใหม่ๆ ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ซึ่งการที่จะทำให้ร้านเป็นที่รู้จักและแตกต่างจากคู่แข่งนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับในตอนนี้ แต่สำหรับคุณบาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “Go Went Go : เที่ยว เว้น เที่ยว” กลับเลือกใช้วิธีที่ต่างออกไป เพราะเขาทดลองเปิดร้านใหม่โดยไม่ทำการโปรโมตเลยเป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งเขาก็พบว่าการทดลองนี้ไม่ได้แย่ เนื่องจากย่านถนนจันทน์ เป็นทำเลที่มีชาวออฟฟิศ และมีคนเดินพลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นวันธรรมดาก็ตาม ย้อนกลับไปถึงชื่อบริษัท “โก เว๊นท์ ไก่” คุณบาสเล่าว่า เดิมทีชื่อนี้เกิดขึ้นจากความปั่นของหุ้นส่วนที่คิดชื่อไม่ออก เลยตั้งชื่อนี้ไว้ขำๆ แต่เมื่อนำไปเช็กในเว็บไซต์ดูดวงชื่อมงคล กลับพบว่าเป็นชื่อที่ได้คะแนนภาพรวมสูง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการ ต่อมาในยุคที่ใครๆ ก็ทุ่มงบการตลาด รีวิวร้านตั้งแต่วันแรก แต่คุณบาสกลับเลือกทำสิ่งที่สวนทาง นั่นคือการทดลองเปิดร้านแบบไม่โปรโมตเลยเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อทดสอบศักยภาพของทำเลย่านนี้ และรสชาติอาหารของร้านว่าถูกปากค
จากสถานการณ์ความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” ที่ทวีความรุนแรง กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก และเอเชียคือภูมิภาคที่จะได้รับผลกระทบในเรื่องของ “วิกฤตพลังงาน” ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) พุ่งสูงขึ้น และไทยถือเป็นประเทศที่เจ็บหนักสุด เพราะมีการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงที่สุดในเอเชีย อยู่ที่ 6% ของ GDP เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนในหลายอุตสาหกรรมก็ได้รับผลกระทบตามมา หนึ่งในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนคือ “อุตสาหกรรมการบิน” ล่าสุดมีรายงานว่า การบินไทย ปรับราคาตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% เพื่อรองรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป นอกจากภาคการบินแล้ว อุตสาหกรรมปิโตรเคมีก็ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากน้ำมันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลาสติก ทำให้ “ราคาพลาสติก” มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าในหลายภาคส่วน ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีผู้ค้าส่งหลายเจ้าได้ทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ อาทิ ราคาถุงพลาสติกบรรจุอาหาร จ
เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยเทรนด์การจัดงานแต่งงานของคู่รักไทยในปี 2026 กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยคู่รักรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับ งานแต่งขนาดเล็กที่มีความหมาย (Micro Wedding) การจัดงานที่คำนึงถึง ความยั่งยืน (Sustainable Wedding) และการสร้าง ประสบการณ์ร่วมกันกับคนใกล้ชิด มากกว่าความยิ่งใหญ่ของงาน ข้อมูลจาก SabuyWedding ระบุว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของการจัดงานแต่งงานในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 600,000–800,000 บาทต่อคู่ ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของงาน ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมวิวาห์ของไทยมีมูลค่าประมาณกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี และมีจำนวนคู่สมรสใหม่ประมาณ 260,000 คู่ต่อปี โดยหมวดค่าใช้จ่ายหลักของคู่รักไทยประกอบด้วย สถานที่จัดงานและโรงแรม / แหวนและเครื่องประดับ / บริการถ่ายภาพและวิดีโอ และแพ็กเกจฮันนีมูนและการท่องเที่ยว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคู่รักยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนงบประมาณและประสบการณ์หลังแต่งงานมากขึ้น 3 เทรนด์สำคัญของวิวาห์ปี 2026 จากการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก เคทีซีมองว่าอุตสาหกรรมวิวาห์กำลังขับเคลื่อนด้วย 3 เท
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank ออกสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” สำหรับเอสเอ็มอีรายเล็ก โดยเฉพาะ สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันได้เต็มจำนวน สำหรับสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้ต่อรายสูงสุดถึง 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี นำไปใช้ได้ทั้งลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน และเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ รวมถึง ใช้สำรองเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้สูงสุดถึง 12 เดือน เปิดกว้างหลากหลายธุรกิจ เช่น ร้านโชห่วย/ขายปลีก ร้านอาหาร ธุรกิจดิจิทัล/อิเล็กทรอนิกส์ ร้านขายยา และแฟรนไชส์รายย่อย เป็นต้น สนใจแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ได้ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 ธันวาคม 2569 ณ สาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center โทร. 1357
Garmin ประกาศความสำเร็จผ่านการเผยผลประกอบการประจำปี 2568 โดยสามารถสร้างรายได้รวมทั่วโลกสูงถึง 7.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.28 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า นับเป็นรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 มีรายได้สูงถึง 2.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.6 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ Garmin ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก โดยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกระแสความนิยมของเทคโนโลยีด้านสุขภาพ อุปกรณ์สวมใส่ และกิจกรรมกลางแจ้งที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก เทรนด์สุขภาพ–เอาต์ดอร์มาแรง ดันกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่โต 42% กระแสฟิตเนส สุขภาพ และกิจกรรมกลางแจ้งที่เติบโตทั่วโลก ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการสมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพของผู้บริโภค โดยรายงานสรุปข้อมูล Garmin Connect ประจำปี 2568 ระบุว่า ผู้ใช้งาน Garmin ทั่วโลกมีระดับกิจกรรมการออกกำลังกาย (Activity Level) เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กิจกรรมยอดนิยมยังคงเป็น การวิ่ง การเดิน และการปั่นจักรยาน พร้อม
เมื่อคนตรงกลางเป็นแกนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “Sandwich Generation” คือกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องรับแรงกดดันมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของสังคม แต่ในอีกมุมหนึ่ง พวกเขาก็คือกำลังหลักของระบบเศรษฐกิจ เพราะไม่เพียงสร้างรายได้ให้ครอบครัว แต่ยังต้องดูแลทั้งพ่อแม่ที่กำลังเข้าสู่วัยสูงอายุ และลูกที่กำลังเติบโต เพื่อให้คนข้างบนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และคนข้างล่างมีอนาคตที่มั่นคง ในทางเศรษฐกิจ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชี้ว่า ภายในทศวรรษหน้าไทยจะเข้าสู่ระดับ “Super Aged Society” ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยน ภาระของครอบครัวจึงเปลี่ยนตามไปด้วย วิกฤตเงียบของคนที่อยู่ตรงกลาง การเป็น “เสาหลัก” ของครอบครัวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่แรงกดดันของ Sandwich Generation ในยุคปัจจุบันซับซ้อนมากขึ้น ด้านหนึ่งคือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของพ่อแม่ที่เพิ่มขึ้นตามอายุและความก้าวหน้าทางการแพทย์ อีกด้านคือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูและพัฒนาทักษะของลูกในโลกที่การแข่งข
