ข่าววันนี้
หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นในช่วงเย็นวันที่ 29 ต.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมขบวนกองทหารม้านำและตามอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร มายังสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ก่อนทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส จากนั้นอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร มายังวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ดังนั้นจึงขอพาย้อนไปดูประวัติของสุสานหลวง ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร โดยสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสุสานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ด้วยมีพระราชประสงค์จะให้ผู้ที่มีความรักใคร่ห่วงใยอย่างใกล้ชิดคือ พระมเหสี เจ้าจอมมารดา และพระราชโอรส พระราชธิดา ได้อยู่รวมกันหลังจากที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นการสร้างอนุสาวรีย์ของพระมเหสีและเจ้าจอมมารดา เพื่อให้ลูกได้อยู่รวมกับแม่หรืออย่างน้อยในบ้านของแม่ เว้นแต่ในกรณีที่พระราชโอ
งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระศพเจ้านาย นับว่าเป็นประเพณีเพื่อถวายพระเกียรติยศ และถวายความจงรักภักดีอย่างสมพระเกียรติยศ ซึ่งจะมีขั้นตอนประเพณีซับซ้อน มีหลักฐานปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษรมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อย แม้ว่า วิถีปฏิบัติจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่วิธีธรรมเนียมปฏิบัติยังคงสืบต่อมา อาจมีปรับเปลี่ยน ลดทอน หรือ เพิ่มเติมตามความเหมาะสมของบ้านเมืองแต่ละสมัย แต่การสร้างพระเมรุมาศยังยึดคติการทำให้สมพระเกียรติ โดยโลกออนไลน์มีการส่งต่อภาพพระเมรุมาศในสมัยต่างๆ รวมทั้งเจ้านายองค์สำคัญ ซึ่งถือเป็นภาพหาดูได้ยากอีกด้วย พระเมรุมาศ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระเมรุมาศ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพสมเด็จย่า *** Local Caption *** ภาพสแกนจากฐานข้อมูลห้องสมุดภาพ พระเมรุมาศ สำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี *** Local Caption *** ภาพสแกนจากฐานข้อมูลห้องสมุดภาพ พระเมรุมาศ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระเมรุมาศ ในหลวง รัชกาลที่ 8 พระเมรุมาศสมเด็จพระ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 ต.ค.60 นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงของจังหวัดหนองคาย ได้อัญเชิญพระโกศและถุงบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์จากพระเมรุมาศจำลอง วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย มายังท่าเรือหายโศก เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ก่อนจะนำลงเรือของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตหนองคาย ประกอบพิธีลอยเถ้าดอกไม้จันทน์กลางแม่น้ำโขงบริเวณพระธาตุกลางน้ำที่จมอยู่กลางแม่น้ำโขง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายได้นำโปรยเถ้าดอกไม้จันทน์ลงในแม่น้ำโขง ตามด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหนองคาย รอง ผอ.กอ.รมน.หนองคาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย นายกเหล่ากาชาดหนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ทั้ง 2 ท่าน และผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตหนองคาย
วันที่ 27 ตุลาคม 2560 ที่พระเมรุมาศจำลอง สวนสาธารณะธาราเทศบาลเมืองกระบี่ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีอัญเชิญเถ้าดอกไม้จันทน์เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ร่วมพิธี จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ร่วมพิธี ร่วมกันบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์ลงในถุงบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์ก่อนวางมาลัยกรบนโกศและถุงบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์ และอัญเชิญมาประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ หลังเสร็จพิธีแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดอัญเชิญเถ้าดอกไม้จันทน์เข้าประกอบขบวนรถอัญเชิญเถ้าดอกไม้จันทน์จากอีก 7 อำเภอ ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังท่าเทียบปากคลองจิหลาด ต.ไสยไทย อ.เมืองกระบี่ เพื่อประกอบพิธีลอยเถ้าดอกไม้จันทน์สู่ท้องทะเลอันดามันผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดกระบี่ได้สรุปการวางดอกไม้จันทน์ รายงานผลการวางดอกไม้จันทน์ของจังหวัดกระบี่ที่สวนสาธารณะธารา 27,000 คน อ.อ่าวลึก 13,715 คน อ.เขาพนม 13,500 คน อ.เกาะลันตา 1,400 คน อ.คลองท่อ
รัฐบาลเปิดให้ดาวน์โหลดแผ่นพับที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่แจกให้ผู้เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2560 เลขาธิการพระราชวังกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญเสด็จและเริ่มยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระบรมอัฐิเข้าพระบรมมหาราชวัง จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากพระที่นั่งทรงธรรม โดยมี 8 ตำรวจหลวง นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ ธงชัยราชกระบี่ยุทธ นำเสด็จตามขบวนอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเข้าริ้วไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารออกทางประตูพระเมรุมาศด้านเหนือ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ขบวนพระบรมราชอิสริยยศเลี้ยวขวาถนนตัดเข้าพระเมรุมาศ ออกถนนราชดำเนินในเลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน เวลา 11.16 น. ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศยาตราเข้าสู่พระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี ถนนจักรีจรัณย์ ขบวนพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย คู่เคียง อินทร์ พรหม พระกลด บังพระสูรย์ พัดโบก แยกออกไปเลี้ยวถนนหน้าศาลาสหทัยสมาคมเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยที่เกยประตูหลังวัดพระศรี
เมื่อเวลา 9:00 น. วันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนปักหลักรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ริ้วขบวนที่ 4 ซึ่งเป็นขบวนอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวก แจกจ่ายดื่ม โดยประชาชนทุกคนต่างพร้อมใจหันหน้าไปทางจุดตั้งของพระเมรุมาศ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในท้องสนามหลวง พร้อมพนมมือไหว้ในช่วงที่มีการประกอบพิธีเก็บพระบรมอัฐิภายในพระเมรุมาศ ด้าน นางชูศรี โรจนกร อายุ 68 ปี จากจ.กาฬสินธุ์ เล่าว่า มาถึงสนามหลวงตั้งแต่เมื่อเช้า วันที่ 26 ต.ค. และปักหลักอยู่ในท้องสนามหลวงตั้งแต่เวลา 23:00 น. เพื่อรอเข้าร่วมชมพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ ในช่วงเช้า โดยเมื่อวานช่วงงานพระราชพิธีฯ สิ่งที่สัมผัสได้คือ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไร้เงาเมฆฝน แต่พอพิธีทุกอย่างผ่านไป กลับมีฝนเทลงมาอย่างหนัก เหมือนกับท้องฟ้ากลั้นความเสียใจต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงร้องไห้ออกมา หลังพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯเสร็จสิ้นแล้ว ในใจรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ใน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบท้องสนามหลวง บริเวณจุดวางดอกไม้จันทน์ หน้ากองสลากเก่า มีประชาชนบางส่วนปักหลักและทยอยเดินทางมาชมชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 4 เชิญพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระบรมราชสรีรางคารโดยพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย จากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนอยู่ตลอด ทั้งนี้ ประชาชนบางส่วนได้รับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ ผ่านจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ โดยนางประยูล บำรุงรัตน์ อายุ 63 ปี ซึ่งกำลังนั่งชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธี อยู่กับสามีชื่อนายอุดม บำรุงรัตน์ อายุ 70 ปี เปิดเผยว่า ตนและสามีเป็นคนชุมพร เดินทางมาท้องสนามหลวงเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ด้วยรถไฟ พร้อมทั้งเตรียมข้าวเหนียวและข้าวกวนหลายกิโลกรัมมาแบ่งปันให้กับคนที่ท้องสนามหลวงด้วย นางประยูล กล่าวว่า เมื่อตนมาถึงกรุงเทพฯที่สถานีรถไฟธนบุรีในเวลากลางคืน ซึ่งไม่มีรถรับส่งเลย ตนจึงตัดสินใจเดินเท้ามายังสนามหลวงพร้อมสามี ซึ่งปกติร่างกายของตนไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก เมื่อ
วันที่ 27 ต.ค. ณ พระเมรุมาศจำลอง สนามบินเก่า ฝูงบิน 416 อ.เมือง จ.เชียงราย ท่านเจ้าคุณพระรัตนมุนี รองเจ้าคณะ จ.เชียงราย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานฝ่ายฆารวาส พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ข้าราชการและประชาชนประกอบพิธีทำบุญ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หลังมีการเผาดอกไม้จันทน์เรียบร้อยแล้ว จากนั้นคณะนำเถ้าบรรจุในถุงเพื่อจะนำไปรวมกับเถ้าดอกไม้จันทน์จากทั้ง 18 อำเภอ ณ บริเวณลานหน้าที่ว่าการ อ.เชียงแสน เพื่อจะร่วมกันนำไปลอยภายในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่ตรงแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว ต่อไป โดยนายณรงค์ศักดิ์มีกำหนดจะนำเถ้าดอกไม้จันทน์ทั้งหมดที่นำไปรวมกัน ณ ลานหน้าที่ว่าการ อ.เชียงแสน ไปยังบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดแรกที่แม่น้ำโขงไหลสู่ประเทศไทยและกลายเป็นพรมแดนไทย-สปป.ลาว โดยมีแม่น้ำรวกชายแดนไทย-เมียนมา ไหลมาบรรจบเป็นสามเหลี่ยมทองคำ 3 ประเทศดังกล่าว เพื่อนำลงเรือแม่น้ำโขงจำนวน 3 ลำประกอบ ด้วยเรือแม่น้ำโขงเดลต้า เรือกาสะลองคำ 1 และเรื
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ศูนย์อำนวยการและประสานงานการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย (มท.) สรุปรายงานสถานการณ์และภาพรวมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ว่า เหตุการณ์โดยรอบบริเวณพิธีเป็นปกติทุกจังหวัด โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีที่สถานที่วางดอกไม้จันทน์ทุกจังหวัดและอำเภอทั้งสิ้น 878 แห่ง จำนวน 16,160,884 คน ทั้งนี้ สำหรับกรุงเทพฯ มีจำนวน 2,965,856 คน มีผู้เข้าร่วมพระราชพิธีรวมทั้งสิ้น 19,126,740 คน
