ข่าววันนี้
นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้มีข่าวลือว่าทางการเมียนมาจะปิดศูนย์ตรวจสัญชาติจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานขอยืนยันว่าศูนย์ฯ ยังคงให้บริการตามปกติ และเตรียมจะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่งเป็น 11 ศูนย์ ที่จังหวัดปทุมธานีและนนทบุรีในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะทำให้การตรวจสัญชาติของเมียนมาเสร็จเร็วยิ่งขึ้น โดยขณะนี้มีแรงงานเมียนมาเข้ารับการตรวจสัญชาติและได้รับหนังสือรับรองบุคคล (CI) แล้วจำนวน 531,059 คน แบ่งเป็นกลุ่มบัตรสีชมพู จำนวน 413,048 คน กลุ่มที่ผ่านการคัดกรองความสัมพันธ์การเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง (ใบจับคู่) จำนวน 118,011 คน ปัจจุบันศูนย์ตรวจสัญชาติเมียนมามี 9 ศูนย์คือ 1. ศูนย์ฯ จังหวัดสมุทรสาคร (แห่งที่ 1) ข้างโรงแรมนิวเฟรนด์ ต.ท่าจีน อ.เมือง 2. ศูนย์ฯ จังหวัดสมุทรสาคร (แห่งที่ 2) สถานีขนส่งจังหวัดสมุทรสาครเก่า ข้างตลาดทะเลไทย ต.ท่าจีน อ.เมือง 3. ศูนย์ฯ จังหวัดสมุทรปราการ เลขที่ 1467 หมู่ 1 ถ.เทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ 4. ศูนย์ฯ จังหวัดเชียงราย เลขที่ 889/6-7 หมู่ 9 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย 5. ศูนย์ฯ จังหวัดตาก เลขที
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่โรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง ร่วมกับสกุลช่างแทงหยวก 4 ภูมิภาค เริ่มดำเนินการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันแรก โดย นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการงานในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งเช้าในวันนี้ยังอยู่ในช่วงการพูดคุย แบ่งส่วนงาน ดูกาบกล้วย ลองมีด และลองทักษะฝีมือแกะลวดลายตามที่ได้แบ่งให้แต่ละสกุลช่างไปดำเนินงาน เนื่องจากต้นกล้วยตานีที่นำมาแทงหยวกเป็นต้นกล้วยจากจังหวัดจันทบุรี มีเนื้อนิ่มแตกต่างจากกล้วยที่อื่นๆ จึงต้องมีการซ้อมก่อนลงมือทำจริง โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังช่วยดูแลและอำนวยความสะดวก นายบุญชัย กล่าวอีกว่า นายช่างจะเริ่มลงมือแทงหยวกจริงๆ ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 23 ตุลาคมเป็นต้นไป เพราะช่วงค่ำจะเป็นช่วงที่เงียบสงบ ลมเย็น ทำให้นายช่างมีสมาธิมากที่สุด โดยจะทำทั้งวันทั้งคืนไปจนถึงวันที่ 24 ตุลาคม และแล้วเสร็จพร้อมกันภายในเวลา 22.00 น. จากนั้นจะเช็คความเรียบร้อยพร้อมเคลื่อนย้ายไปประดับพระจ
วันที่ 23 ต.ค. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) มีมติมอบรางวัลเกียรติยศ “ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน”ประจำปี 2560 ให้แด่ 1.ปู่คออี้ หรือนายคออิ มิมี ผู้เฒ่าชาวกะเหรี่ยง อายุ 106 ปี ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวบ้านใจแผ่นดินในป่าแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 2.คุณศรีสว่าง พั่ววงศ์แพทย์ วัย 86 ปี นักพัฒนาอาวุโสที่ทำงานภาคประชาชนมายาวนาน 3.นายสุแก้ว ฟุงฟู อายุ 57 ปี นักต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมด้านสิทธิในที่ดินและทรัพยากร ทั้งนี้จะมีพิธีมอบรางวัลในวันที่ 14 ธ.ค. 60 สำหรับ ปู่คออี้ เกิดที่ต้นน้ำภาชี มีพี่น้อง 6 คน เมื่อเป็นหนุ่มได้ย้ายไปอยู่บ้านบางกลอยในพื้นที่ใจแผ่นดินซึ่งเป็นป่าใหญ่ในผืนป่าแก่งกระจาน ในวัยหนุ่มปู่คออี้ได้ท่องเที่ยวในพงไพรจนทะลุปรุโปร่ง ซึ่งในครึ่งศตวรรษก่อน การล่าสัตว์ยังเป็นเรื่องปกติของผู้ที่อาศัยอยู่กับป่า ปู่คออี้เป็นพรานใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญผืนป่าแห่งนี้ ซึ่งชุกชุมด้วยสัตว์มากมาย จนทำให้นักนิยมไพรจากกรุงเทพฯไว้ใจให้นำทางรอนแรมในผืนป่าแห่งตำนาน ปู่คออี้ดำรงชีวิตตามวิถีกระเหรี่ยงดังที่บรรพบุรุษสั่งสอน โดยปลูกข้าวไร่และทำการเกษตรแบบหมุนเวียน ปลูกต้นหมากไว้ 2-3 แป
วันที่ 23 ต.ค. เว็บไซต์รีเจียน 64 ของรัสเซียเผยแพร่คลิปปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดแปลกตา เมื่อ บนท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์ถึง 3 ดวง ที่เมืองซาราตอฟ ประเทศรัสเซีย คลิปดังกล่าวถ่ายเอาไว้ในช่วงเที่ยงวัน ขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่กลางท้องฟ้า จากนั้นมีดวงอาทิตย์อีก 2 ดวง ค่อยๆ โผล่ออกมาจากทั้งสอง ก่อนที่เมฆจะบังหายไป จนชาวบ้านที่เห็นต่างเชื่อว่า มีดาวดวงใหม่ 2 ดวง ปรากฏในระบบสุริยะเลยทีเดียว แต่รายงานระบุว่า นี่คือ “เฮโล” (Halo) ปรากฏการณ์แสงที่เกิดขึ้นบนชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ส่วนบน ซึ่งมีกลุ่มเมฆจำนวนมาก ละอองน้ำในชั้นบรรยากาศนี้จะเย็นตัวจัดจนกลายเป็นอนุภาคน้ำแข็งลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ เมื่อแสงมากระทบจะทำให้แสงหักเหเป็นแถบวงแหวนสีรุ้ง หากหักเหที่มุม 22 องศา จะเป็นแถบวงแหวน หรืออาทิตย์ทรงกลด
แหลม มงคล มูลบุญ นักเรียนม.3 โรงเรียนบ้านบุสูง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว พ่ออายุ 73 ป่วยหอบหืด ความดันสูง แม่วัย 59 ปี เป็นโรคลำไส้ เมื่อกินอาหารเข้าไปก็จะอาเจียนออกมาหมด ทำให้ร่างกายซูบผอม พ่อแม่อายุมากและป่วย แต่ทั้งสองยังคงทำงานสานหญ้าคา ถักแห สานลอบ เอาไปขาย ด้วยความคิดว่า ไม่อยากเป็นภาระของลูก แหลมเห็นภาพพ่อแม่ทำงานทุกวันไม่เคยหยุด ตัวเค้าก็เริ่มไปทอดแหหาปลาตอนป.1 จนชั้นป.3 สามารถทอดแหได้เก่ง เด็กเล็กอย่างแหลม หิ้วปลาที่หาได้..ไปเดินขายรอบหมู่บ้าน ความฝันของแหลมคือ อยากมีเงินมาซ่อมบ้าน เพราะหลังคามุงหญ้าและสังกะสีเก่า ไม่อาจทานลมฝน เมื่อตกหนักหรือมีพายุ ทั้ง 9 คน ต้องไปนอนรวมกันอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้าน กระท่อมหลังเล็กของครอบครัว ยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่เมื่อนึกถึง พ่อกับแม่ ที่ร่วงโรยไปทุกวัน แหลมจึงอยากหาทางทำให้ “บ้าน” มั่นคงกว่านี้ รู้ดีว่า สองมือของลูกชายคนเดียวคนนี้ช่วยครอบครัวได้ แหลมจึงไม่รีรอ ตั้งแต่ ม.1 ไปรับจ้างแบกมันสำปะหลัง ไหล่ของเขาต้องแบกเข่งมัน 40-50 กิโลกรัมต่อเที่ยว วันละหลายสิบเข่ง ถึงจะหนักแต่ก็รู้ว่า นี่คือทางรอด ปัจจุบัน แหลม เรียนอยู
วันที่ 23 ต.ค. ในช่วงวันหยุดติดต่อกันวันที่ 3 และยังอยู่ในช่วงปิดเทอม ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ม.12 ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี โดยมีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ พาครอบครัวเดินทางมาพักผ่อนกันอย่างคึกคัก ขณะที่ทางอุทยาน จัดเตรียมความพร้อม ทั้งสถานที่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ คอยดูแลอำนวยความสะดวก ให้กับนักท่องเที่ยวตามปกติ น.ส.หทัยรัตน์ ฉันทะโส อายุ 31 ปี อยู่บ้าน เลขที่ 72/2 หมู่.6 ต.ปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี ที่พาครอบครัวมาพักผ่อน กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงนี้เป็นวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน และยังอยู่ในช่วงปิดเทอม ประกอบกับว่างเว้นจากการทำผลไม้ จึงถือโอกาสพาลูกชาย และพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เดินทางมาพักผ่อนที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เนื่องจากเด็กๆอยากลงเล่นน้ำสัมผัสกับฝูงปลาพลวง จำนวนนับมาก ที่แหวกว่ายอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิด และไม่มีทีท่า วาดระแวงมนุษย์ นับว่าเป็นพฤติกรรมผ่าเหล่าของสัตว์น้ำประเภทปลา หาชมที่ไหนได้ยาก ถือเป็นมนต์เสน่ห์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความหลงใหล และอยากกลับมาเยือนน้ำตกพลิ้วแห่งนี้อีก ขณะที่ นายพิทักษ์ อินทศร หน.อุทยานแห่งชาติ น้ำตกพลิ้ว บ
วันที่ 21 ต.ค. สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย แถลงว่า นางโอลกา อีพิฟาโนวา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซีย หรือสภาดูมา จะเป็นผู้แทนของนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค. นี้
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีกับนักกีฬาแบดมินตันชายหญิงของไทยที่สามารถคว้าแชมป์ในรายการสำคัญระดับโลก ทั้งน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ที่ได้รับชัยชนะจากการแข่งขันรายการซุปเปอร์ซีรีส์ พรีเมียร์ “เดนิสา เดนมาร์ก โอเพ่น 2017” ที่เมืองโอเดนเซย์ ประเทศเดนมาร์ก และน้องวิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ที่คว้าแชมป์แบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ “บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ แชมเปียนชิพส์ 2017” ที่เมืองยอร์กยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า “นายกฯ ชื่นชมเยาวชนทั้ง 2 คนว่า เป็นนักกีฬาฝีมือดีและเป็นความหวังของคนไทย โดยน้องเมย์เคยก้าวขึ้นสู่การเป็นมือหนึ่งของโลกและคว้าแชมป์หลายรายการอย่างต่อเนื่อง ส่วนน้องวิวถือว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ก้าวตามรุ่นพี่ได้เป็นอย่างดี โดยนับเป็นนักตบลูกขนไก่ไทยคนแรกที่ได้รับชัยชนะในประเภทชายเดี่ยวแบดมินตันเยาวชนโลก และยังเป็นรายที่ 4 ของไทยที่ผงาดขึ้นเป็นแชมป์รายการนี้ต่อจากรัชนก อินทนนท์ ในประเภทหญิงเดี่ยว มณีพงศ์ จงจิตรกับรจนา จุฑาบัณฑิตกุล ในประ
เป็นเรื่องราวสุดเศร้า เมื่อสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Surakheat Boonkhwan ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพลงในเฟซบุ๊กกลุ่ม “รักหมา” โดยเล่าเกี่ยวกับสุนัขแสนรักที่เขาและพ่อเลี้ยงไว้ภายในบ้าน โดยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา แม่ของผู้โพสต์พบงูเห่าเลื้อยเข้ามาที่บริเวณหน้าบ้าน ก่อนที่พ่อจะเดินออกมาเพื่อจะหาวิธีจัดการกับงู แต่หารู้ไม่ว่า งูตัวนั้นได้เลื้อยไปหลบอยู่บริเวณถังน้ำ และเป็นช่วงกลางคืนจึงทำให้มองไม่ค่อยเห็น โดยขณะที่งูกำลังเลื้อยเข้ามาใกล้เท้าพ่อ สุนัขตัวนี้เห็นจึงกระโดดงับทันที จนงูตัวนั้นตาย แต่เจ้าสุนัขผู้เสียสละชีวิตก็ต้องตายด้วยเช่นกัน เพราะมันถูกงูกัด เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่ามันก็ถูกงูกัดเช่นกัน โดยผู้โพสต์ระบุว่า “เกิดเรื่องเศร้า ตกเย็นค่ำๆมืดๆ แม่เดินออกมาหน้าบ้าน เจองูเห่าเรียกให้พ่อมาจัดการ งูมันเลื้อยไปหลบข้างถังน้ำ มืดๆพ่อมองไม่ค่อยเห็น พอเขี่ยๆสักพักงูออกมา พ่อก็ไม่เห็น โค้กเห็นพอดีมันเลยงับงูตาย ใกล้ๆเท้าพ่อเลย เมื่อคืนถ้าไม่ได้โค้กพ่อคงโดนงูกัดไปแล้ว แต่เราเองก็ไม่รู้เลยว่าโค้กเองก็โดนกัด ตื่นมาตอนเช้าพ่อก็สงสัยว่าเช้านี้ทำไมโค้กไมวิ่งมาหา เรียกหาทั่วบ้าน เราก็ช่วยตามค
ตั้งแต่ไหนแต่ไร เรามักเห็นนิทรรศการเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่เสมอ หากจะต่างกันออกไปก็ตรงที่จุดประสงค์ของการเล่าเรื่องในนิทรรศการนั้นๆ ว่าจะหยิบเอามุมใดของพระองค์ท่านมานำเสนอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้จัดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชขึ้น บริเวณชั้น 9 ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2560 – 7 มกราคม 2561 โดยรวมภาพถ่ายจากฝีพระหัตถ์กว่า 200 ภาพ ทั้งที่เคยเผยแพร่และไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อนมาให้ชม ภายในนิทรรศการนั้น จัดแบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 ช่วงเวลา คือ ต้นรัชกาล กลางรัชกาล และปลายรัชกาล โดยภาพในช่วงต้นรัชกาล จะแสดงภาพที่พระองค์ทรงฉายพระราชโอรส พระราชธิดา ตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ รวมถึงยังมีภาพที่ทรงฉายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งทุกภาพเหล่านั้นทำเอาหลายคนหยุดยืนชมในพระสิริโฉมอยู่นาน ขณะที่ภาพในกลางรัชกาล ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างหนัก เพื่อให้ประชาชนชาวไทยอยู่ดีกินดี ภาพในช่วงนี้จึงสะท้อนให้เห็นการทรงงานในสถานที่ต่างๆ ผ่านภาพของประชาชนจากทั่วทุกสารทิศที่ต่างมาเฝ้ารอรับเสด็จใน
