ข่าววันนี้
นางลิเลียน เบต์ตองกูร์ ทายาทธุรกิจเครื่องสำอางลอรีอัลซึ่งถูกจัดให้เป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกและเป็นคนรวยอันดับ 14 ของโลกเสียชีวิตแล้วขณะมีอายุ 94 ปี โดยแถลงการณ์ของครอบครัวระบุว่าเธอเสียชีวิตที่บ้านพักอย่างสงบ จากการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของเธอเมื่อปี 2560 พบว่าสูงถึง 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,360 ล้านล้านบาท โดยลิเลียนได้สละตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัทเมื่อปี 2555 และไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะมากนัก แต่ต้องกลายเป็นข่าวอื้อฉาวเมื่อตกเป็นเหยื่อที่ถูกคนใกล้ชิดหาประโยชน์เนื่องจากถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเสื่อม ซึ่งมีผลต่อความสามารถในการคิด การจดจำ รวมถึงความประพฤติ ทั้งนี้ บุตรสาวของลิเลียนได้ยื่นฟ้องศาลเนื่องจากเห็นว่ามารดาถูกคนใกล้ชิดหาประโยชน์ โดยหนึ่งในช่างภาพที่ตีสนิทกับลิเลียนได้รับของกำนัลมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงภาพเขียนของปิกัสโซ่ ศิลปินชื่อดังระดับโลก รวมถึงพื้นที่กว้างใหญ่บนเกาะเซเชลส์ โดยศาลตัดสินให้ลิเลียนอยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัวเนื่องจากปัญหาสุขภาพดังกล่าว กระทั่งมาเสียชีวิตในที่สุด ที่มา มติชนออนไลน์
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านสามารถนำหมู่คณะให้ทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยพร้อมเพรียงกัน บังเกิดความสามัคคีร่วมแรงกัน งานสำเร็จเป็นผลดีเยี่ยม แต่เรื่องส่วนตัวยังร้อนรุ่มกลุ้มใจอยู่ ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านพยายามทำกิจการตามความสามารถ ถ้าไม่ฟังเสียงผู้อื่นมากนักได้ก็จะเป็นการดี ความสามารถในส่วนบุคคลของท่านยังเป็นที่ยอมรับพอสมควร มีผู้จ้องเอารัดเอาเปรียบท่านอยู่บ้าง ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านจะศึกษาค้นคว้าพิจารณาปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ดวงชีวิตของท่านเหมือนอยู่ใกล้ผู้โชคดีอย่างใหญ่หลวง ซึ่งท่านก็พลอยปลื้มไปด้วย บริวารทำงานสำเร็จไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้าหรือเล่าเรียน ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านได้รับความเดือดร้อนรำคาญเพราะอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เช่น คนของท่านพร้อมแต่เครื่องมือขัดข้อง บริวารมีโอกาสแสดงความสามารถในทางส่วนตัว เป็นที่ชื่นชมยินดีของท่าน ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านมีโชคดีหลายเรื่องด้วยกัน กิจการงานขยายตัวตำแหน่งหน้าที่จะขยายออกไปอีก ผู้ใหญ่จะให้ลาภเป็นทองรู
นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารเสนอผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เห็นชอบ ซึ่งอยู่ระหว่างสรุปข้อพิจารณาต่างๆ เช่น ข้อกฎหมาย โดยจะใช้งบประมาณในการสนับสนุนทั้งหมด 150 ล้านบาท สำหรับแพ็กเกจเบื้องต้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ส่งออกไปต่างประเทศ จะต้องมีมูลค่าการส่งออกไม่เกิน 1 แสนเหรียญสหรัฐ ต่อ 1 ราย โดยเอ็กซิมแบงก์จะช่วยสนับสนุนค่าธรรมเนียมการทำสัญญาประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 3 หมื่นบาทต่อราย คาดว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีส่งออกประมาณ 5,000 ราย จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่งออกทั้งหมด 2.5 หมื่นราย ส่วนเงินงบประมาณที่จะนำมาสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่งออก แนวทางเบื้องต้นจะใช้เงินจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งจะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ สสว. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบก่อน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ส่งออกไปต่างประเทศ ได้รับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวน จาก
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเตรียมวงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการรายย่อย เช่น พ่อค้า แม่ค้า ที่เป็นผู้ค้าริมทาง หรือสตรีตฟู้ด และผู้ค้าในตลาดสดทั่วประเทศ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย คิดอัตราดอกเบี้ย 0.4-0.6% ต่อเดือน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับชาวฐานรากทั่วประเทศ คาดว่าจะปล่อยครบวงเงินกู้ภายใน 1 ปี ช่วยเหลือผู้ค้าได้ราว 2 หมื่นราย สำหรับเงื่อนไขของสินเชื่อสตรีตฟู้ด ต้องเป็นบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ประกอบกิจการขายอาหาร หรือค้าขายมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี มีสถานที่ประกอบการแน่นอน สามารถติดต่อได้ ระยะเวลาผ่อนชำระคืนสูงสุดไม่เกิน 10 ปี การค้ำประกันจะมีหลักทรัพย์ หรือไม่มีหลักทรัพย์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร แต่สามารถใช้บุคคล หรือบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกันได้ โดยธนาคารจะพิจารณาหากเป็นผู้ค้าสตรีตฟู้ตขายริมทางจะให้กู้ไม่เกิน 2-5 แสนบาทต่อราย แต่หากกู้เพื่อปรับปรุงห้องแถวใช้ค้าขายจะให้กู้ได้สูงสุด 3 ล้านบาท
ในช่วงนี้ดวงชะตาของหลายคนอาจมีการเปลี่ยนแปลง หมอแก้ว แม่นชัวร์ ได้เปิดดวงชะตาของคนเกิดทั้ง 7 วัน ดวงตั้งแต่วันนี้จนถึง 24 ก.ย. 2560 เริ่มจากดวงคนเกิดวันอาทิตย์ การงาน อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ใหญ่อุ้มชู มีโปรเจ็กต์งานใหม่เสนอมาให้เพื่อพิสูจน์ความสามารถ จัดไปได้เลยดีแน่นอน ด้านการเงินหมุนเงินได้คล่อง ส่วนความรักมีเกณฑ์เจอคนรักต่างวัยที่มาสนับสนุน แต่ด้านสุขภาพให้ระวังปวดหลังเรื้อรัง ดวงคนเกิดวันจันทร์ มีเกณฑ์ประชุมบ่อยๆ ทำให้ทำงานไม่ทัน การเงินควรใช้จ่ายอย่างประหยัด เพราะเงินส่วนใหญ่จะหมดไปกับการจ่ายค่ารักษาพยาบาลคนสูงวัยในครอบครัว เช่นเดียวกับสุขภาพของคุณเองที่มีโรคไมเกรนเป็นโรคประจำตัว ส่วนเรื่องความรักมีเกณฑ์เจอคนรักที่สูงวัยกว่าเกือบ 10 ปีมาชอบพอ ดวงคนเกิดวันอังคาร ต้องเดินทางจึงจะได้งานดี และโปรเจ็กต์จะได้จบง่าย ส่วนการเงินจะมีมาเรื่อยๆ ด้านสุขภาพระวังเจ็บป่วยปวดหลังเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม ส่วนความรักมีเกณฑ์เจอคนรักต่างชาติต่างแดนหรือต่างภาษา ดวงคนเกิดวันพุธ การโยกย้ายงานหรือรออนุมัติอะไรบางอย่าง ต้องรอไปก่อน การเงินจับมือซ้ายจ่ายออกมือขวา ด้านสุขภาพระวังปวดหัวเข่าน้ำในข้อไม่พอ ส่วนเรื่องความ
หลังสำนักพระราชวัง ประกาศว่า วันที่ 30 ก.ย.ที่จะถึงนี้ เป็นวันสุดท้ายของการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทำให้มีประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพอย่างเนืองแน่นทุกวัน เฉลี่ยวันละ 50,000-60,000 คนขึ้นไป เจ้าหน้าที่จึงตั้งเต็นท์ไว้รองรับเพิ่มทั้ง 2 ฝั่งถนนราชดำเนินใน ส่งผลให้การรอคิวเข้ากราบถวายบังคมต้องใช้เวลานานกว่าช่วงที่ผ่านมา โดยเฉลี่ย 3-8 ชั่วโมงขึ้นไป นับจากวันนี้เหลือเวลาอีกเพียง 9 วัน ที่ประชาชนจะมีโอกาสได้เข้ากราบพระบรมศพ และเนื่องจากมีผู้มาเข้าคิวรอจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม สำหรับการรอเป็นเวลานาน พว.ปริณ ธรรมเขมภัทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สถาบันประสาทวิทยา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ที่จุดปฐมพยาบาลบริเวณหน้าศาลหลักเมือง กล่าวว่า ภายหลังมีประกาศว่าจะเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในวันที่ 30 ก.ย.เป็นวันสุดท้าย ทำให้ประชาชนเดินทางมากันจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้เวลารอคิวนาน ประกอบกับบางวันมีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้ประชาชนมีอาการวิงเวียนศีรษะและหน้ามืดเป็นลม เข้ามาใช้บร
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 21 ก.ย. ที่มณฑลพิธีด้านหน้าโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศหลังการบูรณปฏิสังขรณ์ออกจากโรงราชรถ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมี พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี พิธีบวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศหลังการบูรณปฏิสังขรณ์ออกจากโรงราชรถเพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตามโบราณราชประเพณีและเฉลิมพระเกียรติอย่า
เมื่อวันที่ 21 กันยายน สำนักพระราชวังแจ้งว่า เนื่องด้วยสำนักพระราชวังจะดำเนินการจัดเตรียมพื้นที่ภายในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร จึงขอเปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 เป็นวันสุดท้ายตามที่ประกาศเพื่อทราบไปแล้วนั้น ทั้งนี้ เพื่อให้การเตรียมการทุกด้านเรียบร้อยสมบูรณ์ และสมพระเกียรติ จึงขอเปิดการเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 เช่นกัน และจะเปิดให้เข้าชมได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ทีมา : มติชนออนไลน์
เป็นอีกเรื่องราวที่สะเทือนใจคนเป็นแม่ เมื่อเว็บไซต์มิเรอร์รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษของคุณแม่ที่พาลูกชายวัย 6 สัปดาห์ที่ป่วยหนัก ไข้ขึ้นสูงถึง 39.1 องศาเซลเซียส ก่อนเรียกรถพยาบาลให้มารับไปพบแพทย์ แต่สุดท้ายต้องรอรถนานนับช.ม.ก่อนเจ้าหน้าที่จะมารับไปโรงพยาบาล เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเด็กน้อยวัย 6 สัปดาห์ที่ไข้ขึ้นสูงยังไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากห้องฉุกเฉินมีคนไข้เยอะมาก โดยต้องนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินเกิน 1 ช.ม. ส่วนลูกชายก็มีอาการผื่นลามไปทั่วตัว เมื่อคุณแม่สอบถามพยาบาลว่าเมื่อไหร่จะได้พบแพทย์ ก็ได้รับคำตอบว่าต้องรอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากเวลาผ่านไป 1 ช.ม. คุณแม่ก็มาถามเจ้าหน้าที่อีกว่าลูกจะได้พบหมอเมื่อไหร่ ก่อนได้รับคำตอบเช่นเดิมว่าต้องรอ พร้อมให้ยาลดไข้กับเด็ก เมื่อรออยู่นานหลายช.ม. คุณแม่ทนไม่ไหวก่อนจะลุกไปโวยวายว่าลูกชายป่วยหนักมาก และต้องการเจอหมอ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังแจ้งให้รอเรียกชื่อ ซึ่งสุดท้ายก็ต้องรอเช่นเดิม หลังจากนั่งรอที่โรงพยาบาลกว่า 6 ช.ม.ครึ่ง เด็กน้อยวัย 6 สัปดาห์ก็ได้พบหมอ ผลการตรวจพบเป็นหลอดลมอักเสบ ซึ่งไม่ต้องจำเป็นต้องรับยาใดๆ และสามารถกลับบ้านได้เ
ประชาชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกทยอยเดินทางมารับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้เป็นวันแรกของการมอบบัตรให้กับประชาชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในด้านของการช่วยค่าครองชีพในด้านต่างๆ บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนตามนโยบายรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 กันยายน ที่สำนักงานคลังจังหวัดพิษณุโลก ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกทยอยเดินทางมารับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้เป็นวันแรกของการมอบบัตรให้กับประชาชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในด้านของการช่วยค่าครองชีพในด้านต่างๆ บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนตามนโยบายรัฐบาล โดย นายเจษฎา โพธิจินดา คลังจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกของการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่รัฐบาลได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ในส่วนของ จ.พิษณุโลก มียอดผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 2 แสนกว่าราย และมีผู้ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ อาทิ กระทรวงการคลัง สำนักงานที่ดิน สำนักงานสรรพากร และธนาคาร มีผู้ผ่านการตรวจสอบได้รับบัตรจำนวน 1.6 แสนราย ประชาชนสามารถตรวจสอบผู้มีสิทธิ และสามารถเดินทาง
