ข่าววันนี้
เป็นภาพที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์ เมื่อเพจดัง คุณแม่ยังสวย ได้โพสต์ภาพน้ำหนักของกระเป๋านักเรียนลูก ที่หนักถึง 6 กิโลกรัม ซึ่งต้องแบกไปโรงเรียนทุกวัน พบว่า ผู้ปกครองเข้ามาระบายปัญหาเดียวกัน ว่า เด็กๆ ต้องแบกหนังสือไปเรียนกันแบบหลังแอ่นเลยทีเดียว โดยระบุว่า “วันนี้เอากระเป๋านักเรียน ลูกสาว ขึ้นชั่งกิโล ตกใจมาก ลูกแค่ ป.1 ป.2 ตัวเล็กนิดเดียว แบกกระเป๋า หนัก 6 กิโล แบกแบบนี้ทุกวันค่ะ เราเป็นผู้ใหญ่ แบกยังหลังแอ่นเลย สงสารลูกมาก จัดตามตารางสอนทุกวัน ครูให้เอาหนังสือไปให้ครบ ต้องแบกไปแบกกลับ และห้ามไว้หนังสือที่ รร. อีก เห้อออ…ได้แต่สงสารทำอะไรไม่ได้การศึกษาไทย โรงเรียนอื่นเป็นมั้ยคะ? #แบกหนังสือไปเยอะๆ”
วันที่ 14 กันยายน ที่โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภากรรมการนักเรียน คณะครูและนักเรียนประมาณ 2,400 คน ได้จัดกิจกรรมมุทิตาจิตบริเวณหน้าเสาธง ให้กับนางนวลใย นิลบรรพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูผู้เกษียณอายุราชการรวม 8 คน โดยมีนักเรียนร่วมกันร้องเพลง “รางวัลของครู” มีตัวแทนนักเรียนมอบช่อดอกไม้แสดงมุทิตาจิตแสดงถึงความกตัญญูให้ครูที่เกษียณอายุราชการ จากนั้นนักเรียนทั้งหญิงและชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 450 คน รำกลางสนามโรงเรียน ด้วยเพลงถิ่นไทยงาม ต่อด้วยการเต้นบาสโลบ โดยใช้เพลงของนักร้องชื่อดัง ต่าย อรทัย ท่ามกลางบรรยากาศสุดซาบซึ้งใจของครูผู้เกษียณอายุ ครูผู้สอนและนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม
“ตลาดน้ำคลองมหาสวัสดิ์ บ้านศาลาดิน” เริ่มแล้ว เสาร์ – อาทิตย์นี้ 16-17 กันยายน 2560 และต่อไปก็จะเปิดให้บริการทุกๆ วัน เสาร์-อาทิตย์ บ้านศาลาดิน ตั้งอยู่ที่ ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร มานานนับสิบปีแล้ว ทั้งนาบัว สวนส้มโอ สวนกล้วยไม้ และล่องเรือชมวิถีชีวิตริมคลองมหาสวัสดิ์ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลมหาสวัสดิ์ จึงขยายต่อยอด เปิดตลาดน้ำ บริการนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการพัฒนาชุมชนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดของสินค้าทางการเกษตร ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น มีรายได้มั่นคง นายสุเทพ เพ็งนาเรนทร์ (ยืน) นายสาทิศ เพ็งนาเรนทร์ (นั่ง) นายสุเทพ เพ็งนาเรนทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมหาสวัสดิ์ เปิดเผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ตลาดแห่งนี้มีความโดดเด่นคือ มีการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นพื้นฐาน ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว (ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนอย่างสม่ำเสมอ) อีกทั้งร้านค้าที่ค้าขายเป็นคนในชุมชนที่มีสินค้าดี มีคุณภาพ และที่สำคัญ พยาย
กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อ เปน จนท.ขับรถไฟชาวลำพูน ได้โพสต์ลงในกลุ่ม “ฮา” ฮักลำพูน เพื่อเตือนนักท่องเที่ยวว่า อย่าได้ริทำเช่นนี้อีก โดยระบุว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้ขวางทางรถไฟเพื่อ ถ่ายรูป ที่สะพานขาวทาชมภู ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และโชคดีที่เบรกทัน เพราะเป็นหัวจักรรถไฟเพียงหัวเดียว (ไม่มีโบกี้อื่นๆ) เพราะหากเป็นรถไฟในขบวนที่มีผู้โดยสารไม่สามารถเบรกทันได้ แน่นอน โดยระบุว่า “สถานที่ท่องเที่ยวอยู่ส่วนไหนครับ มายืนขวางทางรถไฟเพื่อให้รถไฟหยุดแล้วมายืนถ่ายรูปกัน อยากถามทำเพื่ออะไรครับ ยังดีที่เป็นรถจักรคันเดียว ถ้าเป็นขบวนแล้วหยุดไม่ได้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาใครต้องรับผิดชอบครับ” “อภัยที่ลงรูปนะครับ ไม่ได้ประจานให้ท่านเสียหายแต่เพื่อเป็นการเรียนรู้ในการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตหากไม่มีการป้องกันจากหน่วยงานที่เกีี่ยวข้อง หลายครั้งที่เจอวิ่งหนีรถไฟบนสะพานเป็นจุดเสี่ยงมากเพราะหากท่านวิ่งสะดุดหินล้มนิดเดียว นั่นคือชีวิตของท่าน เพราะรถไฟไม่สามารถหยุดได้ทันทีครับ” “ปกติพวกเราพนักงานจะระมัดระวังเปิดสัญญาณหวีดแต่ไกลครับ เพราะจะมีคนมาถ่ายรูปบนสะพานป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14 กันยายน นายบรรพต ยาฟอง นายอำเภอเชียงคาน ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจสวนทุเรียน บนยอดภูเขาห้วยยอดกกทอง ต.บุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกทุเรียนพันธุ์ “คักเลย” ที่มีรสชาติอร่อย จะต่างจากทุเรียนในจังหวัดอื่น ซึ่งมีสโลแกน “กลิ่นหอมหวน นวลหนาใหญ่ ในเม็ดเล็ก” ที่มีความหมาย มีกลิ่นหอมแต่ไม่ฉุน มีพูใหญ่เนื้อหนา แต่มีเมล็ดลีบเล็ก จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ผลผลิตออกมาไม่พอกับความต้องการของตลาด ในปีนี้เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนในจังหวัดเลย ต่างเป็นเศรษฐีใหม่ได้จับเงินล้านกันอย่างถ้วนหน้า ทำให้เกษตรกรต่างแห่ปลูก แม้ต้นพันธุ์จะแพงกิ่งละ 350 บาท ยังมียอดสั่งจองกิ่งพันธุ์ไม่พอจำหน่าย นายบรรพต กล่าวว่า บนภูเขาห้วยยอดกกทอง ในตำบลบุฮมเป็นพื้นที่ป่า แต่เป็นป่าที่เสื่อมโทรม ชาวบ้านได้บุกรุกทำกินมากว่า 30-40 ปีมาแล้ว ส่วนใหญ่จะปลูกผลไม้เกือบทุกชนิดที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ไม่ว่ามะม่วง ฝรั่ง มะละกอ กล้วย ที่ชาวบ้านปลูกและส่งไปต่างประเทศ โดยเฉพาะมะม่วงในตำบลบุฮม จะเป็นผลไม้ที่ส่งออกมากที่สุดในภาคอีสาน สร้างรายได้ให้กับตำบลบุฮมกว่า 200 ล้านบาทต่อปี บนเขาห้วยยอดกกทอง สภาพดินเป็
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภาคเหนือ-อีสานรับฝนหนักถึงหนักมากจากพิษพายุ “ทกซูรี” ที่จะเคลื่อนผ่านประเทศเวียดนาม ระหว่าง 15-17 ก.ย. ส่วนเรือเล็กทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยก็ควรงดออกจากฝั่งเพราะคลื่นลมรุนแรง ด้าน ปภ. ประสาน 12 จังหวัดภาคกลาง บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาชะลอการปลูกข้าวนาปรังรอบ 2 หรือ ข้าวนาปีต่อเนื่อง เพราะต้องใช้พื้นที่ทุ่งนา เป็นแหล่งรับน้ำที่หลากจากภาคเหนือ เพื่อป้องกันผลผลิตได้รับความเสียหาย เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 13 ก.ย. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุฯ เรื่องพายุโซนร้อน “ทกซูรี” (DOKSURI) ฉบับที่ 3 ความว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา พายุโซนร้อน ทกซูรี บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านอ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 15 ก.ย. โดยจะมีผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 15-17 ก.ย. ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงห
หลังออกมาประกาศเหตุผล เลิกทำตัวที่ดูเป็นคนจนที่พยายามรวย ปอย-ตรีชฎา กลับถูกด่าว่าคนใช้แบรนด์เนมเข้าไปอีก ล่าสุด อั๋น-ภูวนาท ที่รู้จักปอย โพสต์ไอจีข้อความว่า “มีโอกาสได้รู้จักปอย ผ่านคุณจ๋ามาเรื่อยๆ มองอยู่ห่างบ้างใกล้บ้าง ปอยคิดเยอะ เพราะอยากมั่นใจว่าสิ่งที่ปอยทำนั้นดีและเหมาะสมที่สุดทั้งเพื่อตัวเอง ครอบครัวและเพื่อความเข้าใจที่ดีงามในสังคมที่ปอยเป็นตัวแทนอยู่ หลายครั้งคิดเยอะมากจนอาจทำให้บางคนงง ผมก็เคยงงกับความคิดเยอะของปอย แต่เวลาที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า คิดเยอะดีกว่าคิดน้อย ปอยมาไกลมากและน่าภูมิใจกับความพยายามจะดีที่สุด กับบทสัมภาษณ์นี้ก็เช่นกัน มันเป็นการแบ่งปันมุมมองที่น้องเรียนรู้ในแบบของปอยเอง พอดีในแบบของปอยเองโดยไม่ได้ เอาพอดีของเราไปตัดสินพอดีของคนอื่น อั๋นก็ใช้ แบรนด์เนม บางชิ้นก็ภูมิใจมากทำงานเก็บเงินอยากได้อยากมี บางชิ้นก็โง่จังซื้อมาทำไม มั่นใจว่าผมและปอยจะยังคงช็อปปิ้งต่อไปแน่นอนครับ แต่ด้วยความพอดีที่เป็นแบบของเรา ถือโอกาสมาช่วยน้องอธิบายว่าน้องไม่ได้มีเจตนาว่าใครที่ใช้แบรนด์เนมเลยนะ เพราะผมก็ใช้ ปอยก็จะยังใช้ แต่ใช้แบบพอดีของเรา เราแต่ละคน ก็เดินทางตามหาพอดีของเรากันไป
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดงาน “มหกรรมสินค้าชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก คลิกเดียว ครบ : พบความรู้ ชอปของดี ชิมของอร่อย” นำเสนอสินค้าที่คัดสรรแล้วพร้อมจำหน่ายออนไลน์ กว่า 300 ร้านค้า และยังมีกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสำหรับภาคประชาชน จากกูรูที่มีชื่อเสียง ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย ใกล้ตัว ทั้งในรูปแบบเวทีสัมมนาวิชาการ การอบรมสร้างอาชีพดิจิทัล การจัดแสดงนิทรรศการ และนวัตกรรมด้านดิจิทัล อีกทั้งยังมีการจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงประชาชนให้เข้าถึงช่องทางการซื้อขายสินค้าออนไลน์ สามารถสั่งซื้อได้โดยตรงจากผู้ผลิต จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานได้ระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน นี้ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า “ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” เป็นนโยบายที่มุ่งหวังการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยการวางรากฐานของเ
เป็นดราม่าจานร้อน จากเว็บไซต์พันทิป หลังมีสมาชิกสาวรายหนึ่งมาตั้งกระทู้ร้องเรียน ระบุว่า “จอดรถ รพ.สงฆ์โดนค่าจอด 1,380 บาท เกินไปไหมคะ?” เนื้อหาสรุปได้ว่า วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าของกระทู้ไปทำธุระแถวโรงพยาบาลสงฆ์ เลยไปจอดรถที่โรงพยาบาล เพราะกลัวว่าจะหาที่จอดยาก ที่จอดรถเปิด 05.00 น.-18.00 น. เจ้าของกระทู้จะไปจอดเวลา 11.30-18.00 น. คิดค่าจอดแล้วประมาณ 170 บาท เจ้าของกระทู้ถือว่าทำบุญให้โรงพยาบาล แต่แล้วตอนจะเอารถออก เอาออกไม่ได้เพราะไม้กั้นไม่เปิด คอมพิวเตอร์ระบุเวลา 18.00.56 ซึ่งเลยกำหนดเวลาปิดมาแล้ว เจ้าของกระทู้ไปขอกับทางโรงพยาบาล โดยบอกว่า นาฬิกาในรถตนเป็นเวลา 17.59 น. เท่านั้น แต่โรงพยาบาลไม่ให้ เพราะต้องยึดตามคอมพิวเตอร์ ตอนนี้ระบบปิดหมดแล้วไม่มีใครทำงาน สรุปว่าต้องจอดค้างไว้ เช้าวันต่อมาเวลา 05.00 น. เจ้าของกระทู้ไปเอารถคืน ต้องเสียค่าจอด 1,360 บาท ตกใจมาก สอบถามได้ความว่า ค่าจอด 12 ชั่วโมงแรก 200-300 บาท ค่าจอดเกิน 12 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 100 บาท และค่าจอดค้างคืน 300 บาท เจ้าของกระทู้รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง จึงตั้งกระทู้เพื่อสอบถาม ความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิก
วันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หรือ เมฆ มังกรบิน เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นยี่ห้อ “แม็กซ์ นาโน” ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หลังมีการนำน้ำมันเครื่องดังกล่าวส่งตรวจพิสูจน์ โดยทาง สคบ.ระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา และทางคุณเมฆก็ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางในการตรวจสอบคุณภาพสินค้า วันนี้คุณเมฆ มาให้การต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้นพบว่ามีข้อกล่าวหาที่จะดำเนินคดี 2 ข้อหา คือติดฉลากไม่ถูกต้อง และโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เป็นการเพิ่มแรงม้า ประหยัดน้ำมัน เพิ่มอัตราเร่ง และลดการสึกหลอได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปรากฎในข้อมูลนี้ โดยคุณเมฆ ยอมรับเรื่องฉลาก ส่วนการโฆษณาเกินจริง คุณเมฆ อยากให้มีการพิสูจน์เสียก่อน โดยให้ สคบ.เป็นคนกลางในการตรวจพิสูจน์ให้ ด้าน เมฆ มังกรบิน กล่าวว่า วันนี้มาด้วยความบริสุธิ์ใจตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ ส่วนการชี้แจงฉลาก มีผู้เสียหาย 1 ราย ขอความรับผิดชอบที่ใช้แล้วเกิดความเสียหายเกี่ยวกับรถจยย. ทางบริษัทยินดีรับผิด
