ข่าววันนี้
เอบีซีนิวส์รายงานผลการจัดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2017 โดยฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจของนิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ จากการสำรวจ 140 เมืองใหญ่ทั่วโลก ปรากฏว่า เมืองเมลเบิร์นของออสเตรเลีย ยังคงรั้งอันดับ 1 เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 7 เมลเบิร์น / Picture: istockSource:Supplied อันดับ 2 คือกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ส่วนอันดับ 3 4 และ 5 ล้วนอยู่ในประเทศแคนาดา ได้แก่ เมืองแวนคูเวอร์ เมืองโทรอนโต และ เมืองคัลการี ขณะที่เมืองเมืองแอดิเลดของออสเตรเลียครองอันดับ 5 ร่วม เพิร์ธ/ Picture: istockSource:Supplied อันดับ 7 ได้แก่ เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย อันดับ 8 เมืองโอ๊คแลนด์ ของนิวซีแลนด์ อันดับ 9 เป็นของกรุงเฮลซิงกิ ฟินแลนด์ และอันดับ 10 เมืองฮัมบูร์ก ถิ่นเหนือของเยอรมนี ฮัมบูร์ก เยอรมนี ติดท็อปเทน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานมหกรรมรวบรวมการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งในอนาคต จัดโดย บริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว จำกัด ว่า ไม่เฉพาะประเทศไทยแต่ทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทาย 2 เรื่อง คือ การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ และการได้รับผลกระทบรุนแรงจากเทคโนโลยี ซึ่งการดูแลสังคมสูงอายุเป็นสิ่งจำเป็น เพราะในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้นใน 10-15 ปีข้างหน้า และจะสร้างภาระให้งบประมาณแผ่นดิน ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณดูแลผู้สูงอายุสูงถึง 600,000-700,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่งบประมาณของประเทศอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพออย่างแน่นอน และจะทำให้เกิดวิกฤตทางการคลังในอนาคต ดังนั้น รัฐบาลและกระทรวงการคลังจึงเร่งปรับปรุงโครงสร้างในระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกันรายได้เพื่อการยังชีพของผู้ชรา เพื่อเร่งส่งเสริมการออม โดยล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่ระหว่างการพิจารณากฎหมายกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างการพิจารณาอัตรากรอบกเงินสมทบและสะสมเงินในกบช. ไว้ที่ 3% ช่วง 3 ปีแรก และปีต่อไป 5% อัตราสูงสุดไม่เกิน 7% ซึ่งหลังจากพิจารณาแล้วเสร็จ จะนำเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจา
วันที่ 17 ส.ค. เฟซบุ๊ก California Lottery เผยภาพชายชาวไทย ถูกหวยขูด (Scratcher) ของสหรัฐอเมริกา คว้ารางวัลแจ็กพ็อตก้อนโต 5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 166 ล้านบาท เวลาต่อมา เว็บไซต์ Siamtownus.com (สยามทาวน์ยูเอส) รายงานว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่า มีคนไทยในสหรัฐอเมริกาถูกลอตเตอรี่แบบขูด ด้วยเกมส์ที่มีชื่อว่า Platinum Payout ที่ผู้เล่นต้องจ่ายเงินเล่น 20 ดอลลาร์ หรือราว 660 บาท เพื่อโอกาสคว้าแจ็กพ็อต 5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 166 ล้านบาท สรุปว่าทางเฟซบุ๊ก California Lottery ได้ออกมาเผยภาพของผู้โชคดีแล้ว คือ นายอุทัย แก่นทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้ถูกรางวัลหวยขูดในครั้งนี้ และกลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในหมู่คนไทยในสหรัฐอเมริกา
“บิ๊กตู่” ลั่นอีก 20 ปี คนไทยรายได้ต่อหัวเฉลี่ยเดือนละ 37,500 บาท GDP โต 5 % ขีดความสามารถในการแข่งขันติด “ท็อปเท็น” ของโลก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่ การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ตอนหนึ่ง ว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพ เป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่สำคัญ คือ คนไทยมีรายได้ต่อหัว เฉลี่ย 450,000 บาท/คน/ปี, เศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ย 5% ต่อปี โดยมีอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ต่ำกว่าอันดับ 10 ของโลก ภายในปี 2579 และเราต้องเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ ให้ได้ร้อยละ 40 ซึ่งเป็นหนี่งในตัวชี้วัดของการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลปัจจุบันนี้ ได้แก้ปัญหาเดิมๆ ของพี่น้องประชาชน และของประเทศ รวมทั้งวางรากฐานการพัฒนาไว้ ในหลายเรื่อง โดยยึดหลัก “ศาสตร์พระราชา” ที่ว่า “…การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชน ในการประกอบอาชีพ และตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่น เป็นพื้นฐานนั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดเพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเอง ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า ระดับที่สูงขึ้นต่
ดิ อินดิเพนเดนต์ ของอังกฤษรายงานว่า นายอเล็กเซย์ ชาโปวาลอฟ มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย จูงมือนางคเซเนีย ซาริตซีน่า บางแบบแม่ลูกสองวัย 27 ปี วิวาห์กันอย่างเป็นทางการและอลังการ ที่โรงแรมบาร์วิฮา ลักชัวรี่ วิลเลจ ในกรุงมอสโกของรัสเซีย หลังคบหาอยู่ด้วยกัน 5 ปี เซริตซีน่าเคยอวดของขวัญชิ้นใหม่ผ่านโลกโซเชี่ยลที่ได้จากนายชาโปลอฟ เป็นเพชรเม็ดมหึมาขนาด 70 กระรัต มูลค่าสูงกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่บรรยากาศวิวาห์จัดอย่างธีมสีขาวอย่างปราณีต ตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวนับร้อย ส่วนเจ้าสาวก็โดดเด่นด้วยชุดกระโปรงยาวลวดลายดอกไม้เรียงลายสลับซับซ้อนตลอดทั้งวัน ส่วนเค้กแต่งงานนั้นมีทั้งหมด 8 ชั้น ที่ออกแบบให้ดูเหมือนลอยตัว พร้อมประดับด้วยโคมระย้าลูกปัด พร้อมจัดการแสดงนักดนตรีที่ชื่นชอบของทั้งคู่บ่าวสาว คือ โปลีนา กาการินา นักร้องสาวจากเวที ยูโรวิชั่น และ วงดนตรีร็อก “เลนินกราด” นางซาริตซีน่าโพสต์ข้อความในอินสตาแกรมของตัวเองว่า “ไม่น่าเชื่อเลย ขอบคุณเพื่อนที่ช่วยกันแชร์วันแห่งความมหัศจรรย์นี้กับดิฉัน ขอบคุณทุกคนและครอบครัวที่น่ารักค่ะ” นางซาริตซีน่าและสามีใหม่แบ่งเวลาใช้ชีวิตด้วยกันที่นครดูไบและรัสเซีย โดยภรรยาสาวจะโพสต์ภาพ
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก คุณ สวน มูลมัง ได้โพสต์ภาพและคลิปวีดีโอที่สาวน้อยคนหนึ่งกำลังไถนาเพื่อใช้ปลูกข้าว พร้อมระบุว่า “เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็เหมือนกับว่าเปิดโอกาสให้ตัวเองได้มีโอกาสพบกับความสำเร็จในหลายๆด้าน เมื่อโอกาสไม่เข้ามาก็เตรียมแขนขาให้พร้อมแล้วก้าวเดินไปคว้าโอกาสนั้น” หลังจากคลิปวีดีโอนี้เผยแพร่ออกไปได้มีคนแชร์จำนวนมาก พร้อมแสดงความเห็นชื่นชมสาวน้อยรายนี้ ว่ามีความสามารถตั้งแต่อายุยังน้อย อีกทั้งยังมีความขยันหมั่นเพียรอีกด้วย
โรงเรียนบ้านควนเก อ.ท่าแพ จ.สตูล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล เปิดร้าน “ควนเกบาร์เบอร์” ตัด สระ ไดร์ผมฟรีให้แก่นักเรียนในโรงเรียน ตามโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อการมีงานทำ และนโยบาย 1 โรงเรียน 1 อาชีพ 1 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมทักษะอาชีพนักเรียนแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหานักเรียนชาย และหญิงมีผมยาวผิดระเบียบ ไม่สะอาด และป้องกันนักเรียนเป็นเหาแพร่ระบาดในโรงเรียนอีกด้วย สร้างความพึงพอใจแก่นักเรียน ครู โดยเฉพาะในผู้ปกครองเป็นอย่างมาก “ควนเกบาเบอร์” ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2559 ด้วยงบประมาณโครงการโรงเรียนดีประจำตำบล จำนวน 20,000 บาท เริ่มแรกนำไปจัดซื้อปัตตาเลี่ยน เก้าอี้ตัดผม และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการตัดผมชาย ได้เชิญนายสมาน อีดหมาด ซึ่งมีอาชีพตัดผมในท้องถิ่นเป็นวิทยากรสอนตัดผมให้แก่นักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ ป.5-6 ที่มีความสนใจ จำนวน 10 คน ใช้เวลาเรียนช่วงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ สัปดาห์ละ 4 วันๆ ละ 2 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 เดือน มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลัดเปลี่ยนมาเป็นหุ่นทดลองให้ฝึกปฏิบัติตัดผมกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งนักเรียน
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก นก พนิดา ศรีเพชร สมาชิก อบต.ต้นยวน อ.พนม โพสต์ข้อความ “ชื่นชมคนดี น้องคนนี้เป็นแม่บ้านของปั๊ม ปตท.บ้านตาขุน พบเงินจำนวน 100,000 บาท บริเวณเซเว่นฯใน ปตท.ตาขุน คืนเจ้าของเป็นที่เรียบร้อยค่ะ” พร้อมภาพผู้หญิง 2 คน ส่งซองสีน้ำตาลในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง จึงไปตรวจสอบพบว่า ผู้เก็บเงินได้ชื่อนางนงเยาว์ ดาววงษ์สี ทำงานแม่บ้านที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านตาขุน ริมถนนทางหลวงบ้านตาขุน-พนม อ.บ้านตาขุน ส่วนเจ้าของเงินชื่อนางพจนา วิชาชาญ อายุ 38 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี นางพนิดา ศรีเพชร เจ้าของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า นางพจนาได้นำซองกระดาษบรรจุเงินใส่กระเป๋ากางเกงเพื่อจะนำไปคืนให้นางนันทพร ธารายศ พี่สาวที่ อ.พนม ได้ทำตกที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันขณะแวะซื้อของ โดยทราบเงินหล่นหายเมื่อถึงไปถึงบ้านพี่สาวห่างจากปั๊มน้ำมันประมาณ 10 กิโลเมตร จึงให้ตนช่วยประสานไปที่ อ.บ้านตาขุน จนทราบว่านางนงเยาว์ได้พบเก็บไว้รอเจ้าของ และนางพจนาได้ไปรับเงินพร้อมมอบสินน้ำใจให้ 2,000 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก ที่มา : มติชนออนไลน์
เศรษฐกิจยุคนี้ ไม่มีทรัพย์เป็นฐานกำลังที่สำคัญ น้อยรายที่จะกล้าเปิดกิจการเป็นของตนเอง โดยเฉพาะร้านทำผม สิ่งเดียวที่เรียกลูกค้าให้เข้าร้านได้ คือ “ฝีมือ” ฝีมือเป็นทักษะที่ช่างทำผมด้วยกัน ทราบดีว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าจะก้าวขึ้นสู่ระดับแถวหน้า มีลูกค้าจับจองรอคิวชนิดไม่ว่างเว้น ต้องผ่านประสบการณ์การเป็นช่างทำผมมาหลายร้าน ผ่านการประกวดมาหลายเวที มีรางวัลการันตีหลายรางวัล ซึ่งใช้เวลาตกผลึกนานพอสมควร แต่สำหรับคุณวันชัย วัฒนาเดชาพร ที่มีชื่อเล่นเรียกตามลักษณะรูปร่างของเขาว่า “ตี๋” ทักษะเป็นสิ่งที่เขาพัฒนาตนอย่างไม่หยุดยิ่งอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขามีนอกเหนือจากช่างทำผมอื่น คือความไม่ย่อท้อ มีความมุ่งมั่น ทำให้มีวันนี้ วันที่คุณวันชัย เป็นเจ้าของร้านทำผมเอง และมีลูกค้าประจำไม่ขาดสาย ทั้งที่ไม่ได้เปิดหน้าร้านเหมือนเช่นร้านทำผมแห่งอื่น คุณวันชัย ในวัยรุ่น เกเรไปตามประสาวัยรุ่นทั่วไปจนทำให้เรียนไม่จบปริญญาตรีตามที่หวัง แต่เพราะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ทำให้คุณวันชัยผ่านการทำงานมาหลายสาขา ตั้งแต่ครูสอนว่ายน้ำ พนักงานประสานงานลูกค้า พนักงานขาย ซึ่งทุกๆ อาชีพ คุณวันชัยมีความสุขกับอาชีพนั้นๆ มาตลอด กระทั
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถาบันอาร์บีแอล เทรนนิ่ง อคาเดมี (RBL Training Academy) สถาบันฝึกสอนและพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรจากภายในสู่ภายนอกแบบรอบด้านทั้ง 360 องศา เปิดคอร์ส “เคทีซี ซีซันส์ เทรนด์” (KTC Season’s Trend) ครั้งที่ 5 “แต่งสวยอย่างไรให้สำเร็จ” (Dress For Success) ให้กับผู้บริหารและพนักงาน “เคทีซี” เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้หนทางสู่ความสำเร็จจากภายในสู่ภายนอกแบบ 360 องศา ปรับทัศนคติและรู้จักตนเองให้มากขึ้นผ่านทฤษฎีบุคลิกภาพเชิงบวก รวมถึงการค้นหาสไตล์การแต่งตัวให้เหมาะสมกับโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างความประทับใจ และเสริมให้บุคลิกภาพโดดเด่นทั้งงานกลางวันและกลางคืน โดยวิทยากร คุณกรกนก ยงสกุล ผู้บริหารสถาบันฯ และคุณพจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการ – ทรัพยากรบุคคล “เคทีซี” ให้เกียรติร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมใหญ่ “เคทีซี” ชั้น 18 อาคารสมัชชาวาณิช 2 สุขุมวิท 33
