ข่าววันนี้
เมียนมาเตรียมเปิด 7 เขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่หนุนลงทุน เอกชนชี้โอกาสธุรกิจเทรดดิ้ง-ค้าปลีกสดใส MIC ชงกฎหมายใหม่ให้ต่างด้าวถือหุ้นได้ 35% ผ่อนปรนธุรกิจต่ำกว่า 200 ล้านเหรียญฯ ไม่ต้องขออนุญาต พร้อมปรับสิทธิลดภาษีนิติบุคคล 3-7 ปี นายชูชาติ เมฆตระการ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่หารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งเมียนมา( Myanmar Investment Commission : MIC) ได้รับทราบข้อมูลว่า ปีนี้เมียนมาจะปรับปรุงกฎหมายจัดตั้งบริษัท (Company Act) โดยจะอนุญาตให้บริษัทต่างชาติเข้าไปถือหุ้นได้เพิ่มขึ้นเป็น 35% ซึ่งการปรับกฎหมายนี้จะให้กับธุรกิจกลุ่มค้าปลีก และกลุ่มเทรดดิ้งมากขึ้น จากปัจจุบันที่กฎหมายหากแค่เพียงมีต่างด้าวถือหุ้นแค่ 1% ก็จะถือว่าเป็นต่างชาติ และจะไม่ได้อนุญาตให้เข้าไปเปิดร้านค้าปลีก หรือโมเดิร์นเทรดได้เลย โดยไม่แบ่งแยกบริษัทต่างชาติ หรือบริษัทในประเทศ มีแต่ Company Act ฉบับเดียว “นโยบายส่งเสริมการลงทุนของเมียนมาที่ผ่านมาเปิดกว้างมากขึ้น โดยอนุญาตให้นักลงทุนต่างด้าวถือหุ้น 100% ในบางธุรกิจที่ต้องการรับถ่ายทอดเทคโน
นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ กรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า “การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ.2540 พ.ศ. …. ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการพัฒนาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องตอบสนองต่อวิถีการดำเนินชีวิตหรือ Lifestyle และการพัฒนาของเครื่องมือทางการเงินที่เปลี่ยนไป เพื่อเป็นทางเลือกให้มีแหล่งเงินทุน ช่วยให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและช่วยให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวต่อเนื่อง สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ คือการขยายขอบเขตการทำธุรกรรมจากเดิมที่ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยสามารถซื้อกองสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากผู้ขายสินเชื่อ 2 กลุ่มคือ สถาบันการเงิน และ ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเพิ่มให้สามารถซื้อกองสินเชื่อจากผู้ประกอบธุรกิจที่ให้สินเชื่อโดยการรับจำนองอสังหาริมทรัพย์ ให้เช่าซื้อ หรือ ให้เช่าแบบลิสซิ่งได้ โดยบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะนำกองสินเชื่อเหล่านี้มา
เชิญชวนผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจแฟรนไชส์เที่ยวงาน Smart SME Expo 2017 งานแสดงธุรกิจครบวงจรและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี จัดโดย บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้แนวคิด “Total SMEs Solution” รวบรวมโซลูชั่นพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อคุณ โดยมีโซลูชั่นต่างๆ 5 โซลูชั่น คือ 1.ตั้งต้นธุรกิจ 2.ขยายตลาด 3.สร้างแบรนด์ 4.พัฒนาสินค้า และ 5.ที่ปรึกษา พร้อมด้วยพันธมิตรทุกหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ สถาบันการเงิน และเอกชน กว่า 500 บูธ บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ณ ฮอลล์ 3-4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2560“ครบวงจรทุกด้านธุรกิจในงานเดียว” ผู้ประกอบการท่านใดสนใจจองบูธได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 09-4915-4624 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-6314-1482 หรือ www.smartsmeexpo.com
แม้จะเคยตกอยู่ในภาวะเจ็บปวด น้องธันย์ ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ ที่เคยประสบอุบัติเหตุรถไฟฟ้าทับขาทั้งสองข้างที่ประเทศสิงคโปร์ ขณะอายุเพียง 14 ปี จนต้องถูกตัดขา แต่เด็กสาวสามารถก้าวข้ามความเจ็บปวด และใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติอีกครั้ง ความสดใสและมองโลกในแง่ดีของน้องธันย์เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ได้รับเลือกเป็น “ผู้สำรวจความสุขคนไข้” ของโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล น้องธันย์ ขณะนี้อายุ 21 ปีเป็นหนึ่งในผู้ได้รับเลือกเป็นผู้สำรวจความสุขคนไข้ ที่จะได้รับเงินเดือนสูงถึงเดือนละหนึ่งล้านบาท น้องธันย์ ที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่คณะวารสารฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ เผยว่า ขอบคุณทุกคน เหมือนมอบประสบการณ์กลับมาให้ธันย์และเหมือนมอบชีวิตใหม่ให้ 6 ล้านบาทเอาไปซื้อขาคู่ใหม่ได้เลย ขาที่ใส่อยู่มีอายุ 5 ปี ราคาคู่ละ 5 ล้าน เป็นขาที่ดีที่สุดในโลก สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานให้ เพราะทรงเห็นว่าธันย์ช่วยเหลือสังคมต่อได้ ธันย์ก็เลยตั้งปณิธานที่ท่านมอบให้ว่า เราจะใช้ขาคู่นี้ให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ คือ ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เราไม่คิดว่าร่างกายจะเป็นอุปสรรค และจะทำงานนี้อย่างเต็มที่” ลองไปฟังดูว่างานนี้
เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 25 มิ.ย. ที่วัดราษฎร์บำรุง (หงอนไก่) ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีพิธีบวชสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งงานนี้ถือเป็นงานช้างที่สุดในรอบปีและในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพราะผู้ที่เข้ารับการอุปสมบททั้ง 3 รูปนั้น เป็นหลานชายของนายอำนวย หุ่นลำภู ประธานสภาเทศบาลตำบลสวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เจ้าของธุรกิจก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ (โรงงาน) รายใหญ่และเป็นประธานการจัดงาน โดยนายอำนวยขอจัดให้ยิ่งใหญ่สมกับที่ใครๆ ในพื้นที่ยกให้เป็นเจ้าพ่อธุรกิจการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ จึงจัดเต็มกับสิ่งของที่จะโปรยทาน มีทั้งเงินสดธนบัตรฉบับละ 500 และ 1,000 บาท รวมทั้งสิ้น 300,000 บาท รถจักรยานยนต์ 6 คัน สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 8 เส้น สลากกินแบ่งรัฐบาล 10,000 ฉบับ น้ำดื่ม 300 โหล และ ข้าวสารหอมมะลิถุงละ 5 กิโลกรัมอีก 2,500 ถุง รวมมูลค่าทั้งหมดเกือบ 2 ล้านบาท https://www.youtube.com/watch?v=BeT-WlMrjlc บรรดาผู้ที่มาร่วมงาน และผู้ที่ทราบข่าวกว่า 5,000 คน ต่างก็มารอการโปรยทาน เมื่อได้เวลาโปรยทานเจ้าภาพก็ให้นาคขึ้นบนกระเช้าของรถเครน 1 คน และมีนายอำนวย หุ่นลำภู ประธานการจัดงาน นายนิว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธรรมศักดิ์ โรจน์วิรุฬห์ นักวิจัยและอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ประดิษฐ์อุปกรณ์ผลิตน้ำบริโภคแบบพกพา แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการบริโภค สามารถนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำดิบที่ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ รวมไปถึงพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยและภัยพิบัติ มีขนาดเล็ก สะดวกแก่การพกพา ผลิตน้ำบริโภคที่สะอาดตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำบริโภคขององค์กรอนามัยโลก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ โรจน์วิรุฬห์ (คนกลาง) และนักศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ เล่าว่า เมื่อปี 2554 เป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งตอนนั้นน้ำดื่มขาดแคลนมาก ตนเองจึงได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ผลิตน้ำขึ้นมาใช้ เพื่อนำน้ำมาบริโภค ซึ่งสามารถใช้งานได้จริง จึงได้พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ โดยมี รองศาสตราจารย์สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ โดยอุปกรณ์ผลิตน้ำแบบพกพา สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการบริโภค นำไปใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำดิบ น้ำประปา น้ำผิวดิน ผลิตน้ำสำหรับบริโภคได้ 1.0 ลิตร ต่อครั้ง น้ำดื่มที่ได้ตามมาตรฐานน้ำดื่มขององค์กรอนามัยโลก หลักการทำง
เป็นอีกหนึ่งเยาวชนไทยที่มีความสามารถระดับเทพ “น้องเก้า” ด.ช.วีรพัฒน์ เทสะรุต อายุ 11 ปี จากโรงเรียนประชาสรรค์วิทยา จ.พิษณุโลก ที่เพิ่งมาออกรายการซูเปอร์เท็น SUPER 10 โชว์ความสามารถทางกีฬาเปตองที่เหลือเชื่อ โดย น้องเก้า มาโชว์ความสามารถเพื่อตั้งเป้าของรางวัลคือ ที่นอนใหม่ให้กับปู่และย่า ที่ตอนนี้เดินขึ้นไปนอนบนบ้านไม่ไหวแล้ว โดยน้องเก้าคิดถึงตอนที่เคยไปแข่งเปตองแล้วได้นอนที่นอนนุ่มๆ จึงอยากให้ปู่และย่าได้นอนที่นอนนุ่มๆ แบบที่ตนเคยนอนด้วย สำหรับน้องเก้า อาศัยอยู่กับปู่และย่าตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อกับแม่ต่างแยกทางไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่น้องเก้าเรียนชั้นอนุบาลเท่านั้น น้องเก้าบอกว่าตัวเองนั้นไม่เหงา และมีความสุขดี โดยน้องเก้าจะช่วยย่าขายกล้วยและตัดกล้วยเป็นประจำ น้องเก้ามีความกตัญญูและรักปู่กับย่ามาก น้องเก้า โชว์ลีลาการโยนลูกเปตองที่ตัวเองถนัด คือเป็นมือตี ด้วยการโยนลูกเปตองโดนลูกเหล็กที่อยู่ห่างจากตัวโดนตรงๆ ทั้ง 3 ลูก จนสร้างความฮือฮาไปทั้งสตูดิโอ สำหรับโจทย์ที่ทีมงานให้น้องเก้าโชว์ความสามารถคือ การโยนลูกเหล็กให้โดนไข่ไก่ ไข่นกกระทา โดยไม่โดนลูกเหล็กที่วางอยู่ด้านหน้า ซึ่งน้อ
Payai TV แฟรงค์วัย 12 ปี สอนน้องๆให้รู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองและเป็นแบบอย่างในการสู้งาน แม้จะไม่มีพ่อแม่ แต่แฟรงค์รักดี พยายามทำงานหาเงินช่วยเหลือครอบครัวและตั้งใจเรียนเพื่ออนาคต แม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ส่วนพ่อต้องโทษ แฟรงค์และน้องชายอีกสองคน คือ ฟิล์ม 10 ขวบ และ เฟิร์ส 8 ขวบ จึงต้องมาอาศัยอยู่กับยายพรวัย 70 ปี ญาติของยายแท้ๆ ของแฟรงค์ นอกจากนี้ยังมีตาช่วง วัย 77 ปี พี่ชายของยายพรที่อาศัยอยู่ด้วยกัน บ้านที่อยู่อาศัยเป็นเพียงเพิงไม้มุงสังกะสียกพื้นสูง ไม่มีประตู ไม่มีความปลอดภัย อยู่กันเพียงเท่านี้ หลานทั้งสามจึงติดตามยายพรไปทุกที่ ช่วงมีงานรับจ้างก็จะออกไปช่วยทุกครั้ง แต่ปัจจุบันนี้ยายพรสุขภาพเริ่มไม่ดี แฟรงค์วัย 12 ปีจึงต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ครอบครัว โดยจะเป็นคนออกไปหางานรับจ้างตามไร่มาทำ ส่วนใหญ่จะรับงานมาแบบเหมาทำ โดยมีน้องชายและยายพรช่วยกันทำได้วันละ 500 บาท ติดตามเรื่องราวของเยาวชนคนเก่งหัวใจแกร่งเพิ่มเติมทาง Facebook : สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง คลิก https://goo.gl/gpQiV7 📍สามารถสนับสนุนทุนการศึกษาให้น้องแฟรงค์และน้องๆได้ทาง ชื่อบัญชี นางอมรา แดงโสภณ และ ด.ช.นันธวั
เพราะการทำงานสมัยนี้แข่งขันกันด้วยสมอง ที่ต้องคิด ต้องสร้างสรรค์ ต้องลงมือทำ หากทำได้สม่ำเสมอ ไม่หมดไฟไปเสียก่อน ชีวิตก็จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ไม่ยาก ซึ่งเป็นเคล็ดลับดีๆ ในการเพิ่มไฟในการทำงานจากเจเนอราลี่ ไทยแลนด์ โดย พญ.มณฑินี แสงเทียน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พญ.มณฑินีกล่าวว่า อาการเบิร์นเอาต์ ซินโดรม (Burn-Out Syndrome) หรืออาการหมดไฟ มักพบเมื่อสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว (work-life balance) เสียไป เกิดความเหนื่อยหน่ายทางอารมณ์ ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน อ่อนเพลีย เสียสมาธิ ความสัมพันธ์กับผู้อื่นมีปัญหา รู้สึกว่ามีความสุขน้อยลง ซึ่งอาจนำไปสู่โรคทางจิตใจและร่างกายอื่นๆ อีกด้วย การป้องกันภาวะเบิร์น เอาต์ สามารถทำได้ด้วยการเริ่มที่ตนเอง ร่วมกับการสนับสนุนจากหัวหน้าและที่ทำงาน ในปัจจุบันมีองค์กรขนาดใหญ่มากมายที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะเป็นผลดีกับพนักงานแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาพยาบาลขององค์กรอีกด้วย เทคนิคง่ายๆ ที่เริ่มได้จากตัวเอง -ดูแลร่างกายและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนอน อาหาร การควบคุมน้ำหนัก และการตรวจสุข
ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจนเกินคำบรรยาย ซึ่งเกิดขึ้นในหลายประเทศ รวมทั้งที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นไปถึง 32 องศาเซลเซียส ทำให้นายโจอี้ บาร์จ พนักงานคอลเซ็นเตอร์วัย 20 ปีของบริษัทแห่งหนึ่งตัดสินใจทำผิดกฎระเบียบว่าด้วยเครื่องแต่งกายของบริษัทที่ห้ามพนักงานนุ่งกางเกงขาสั้นไปทำงาน โดยวันนั้นโจอี้นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินไปทำงาน และทวีตระหว่างขับรถไปยังบริษัทว่า “ถ้าผู้หญิงสามารถนุ่งกระโปรงหรือชุดกระโปรงไปทำงานได้ ผมก็สามารถนุ่งกางเกงขาสั้นได้เหมือนกัน” (เครดิตภาพจาก joey @jBarge) แต่เมื่อไปถึงที่ทำงาน โจอี้ถูกหัวหน้างานสั่งให้ไปเปลี่ยนใส่กางเกงขายาว แต่โจอี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จึงถูกไล่กลับบ้าน พอวันรุ่งขึ้นโจอี้ตัดสินใจ “ประท้วง” กฎระเบียบเรื่องเครื่องแต่งกายของบริษัท โดยนุ่งชุดกระโปรงสั้นสีสันสดใสไปทำงาน โดยคิดไว้ว่าเขาจะต้องถูกไล่กลับบ้านแน่นอน แต่ปรากฏว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับผิดคาด จากข่าวว่า ระหว่างขับรถไปที่ทำงาน โจอี้ได้ทวีตรูปที่เขาอยู่ในชุดกระโปรงสั้นสีสันสดใส พร้อมด้วยข้อความว่า “เดี๋ยวเจอกัน ทวิตเตอร์ เดี๋ยวผมก็ถูกไล่กลับบ้าน” แต่พอไปถึงที่ทำงาน โจอ
