ข่าววันนี้
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 3 กรกฏาคม 2560 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนน้อยในระยะนี้ สำหรับทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันตอนบนเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเ ทศไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศา
นอกจากพาไปเยี่ยมร้านนมประจำชั้น ของสาวใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก แถมงานนี้มี ตู่-ภพธร เป็นแขกเซอร์ไพรส์ รายการ ตีท้ายครัว ที่ทำเอาเจ้าตัวถึงกับตกใจ ก่อนจะไปเปิดบ้านหลังงาม ที่ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยเป็นข่าวใหญ่สุดเศร้า เมื่อบ้านหลังเก่าย่านมีนบุรีเคยถูกไฟไหม้ แต่หลังนี้เป็นบ้านหลังใหม่ ซึ่งมีสาวเชียร์-ฑิฆัมพร มาซื้ออยู่บ้านข้าง และหนุ่มเต้ย-พงศกร ก็อยู่หมู่บ้านนี้ด้วย จนเรียกว่าหมู่บ้านดารา แต่ที่สร้างสีสัน เมื่อระหว่างถ่ายทำรายการ คุณแม่ของสาวเชียร์ ก็เปิดหน้าต่างมาทักทายด้วย นอกจากนั้น สาวใบเปิร์นยังเหมือนมีสัมผัสที่หก โดยเผยว่า เวลานอน รู้สึกเหมือนมีคนมานอนข้างๆ เห็นแขนคน อาจจะเป็นเพราะเตียงไม้สักทองของแม่หรือเปล่า ใบเฟิร์น ยังเผยเรื่องความสัมพันธ์กับท็อป-จรณว่า เมื่อ 2-3 ปี เคยมีอีเว้นต์ด้วยกัน จากนั้นเค้าก็ไลน์มา ส่งรูปมาให้ ล่าสุดก็ไปร่วมวันเกิดฝ่ายชายที่ลพบุรีด้วย
โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปอุบัติเหตุ ที่สามารถถ่ายได้จากกล้องหน้ารถ โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Taweesak Kosinthob ได้เผยแพร่คลิปเพื่อเป็นการเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังเหตุการณ์ดังกล่าว โดยภายในคลิปจะเห็นได้ว่า สภาพถนนมีน้ำเจิงนอง และยังมีฝนตกลงมาประปรายอยู่เป็นระยะ เมื่อมาถึงโค้งแห่งหนึ่ง กระบะที่อยู่ด้านหน้าในเลนขวาพบกับสภาพถนนมีน้ำขังอยู่บนพื้นผิวถนนทำให้เสียหลักและหมุนพุ่งชนเข้าข้างทาง
สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยส่งออกผลิตภัณฑ์ผลไม้ปี 2559 มูลค่าสูงถึง 119,630 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ผลิตภัณฑ์ผลไม้สดมาแรง สัดส่วนส่งออกมากที่สุดร้อยละ 27 ที่มูลค่า 32,412 ล้านบาท ในจำนวนนี้ร้อยละ 52 มีทุเรียนเป็นพระเอก สร้างมูลค่าส่งออกราว 16,800 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ลำไย มังคุด เงาะ และลองกอง คาดปี 2560 ผลไม้สดจะส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งแนวโน้มส่งออกโตแบบก้าวกระโดด ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 53 ที่มูลค่าราว 10,910 ล้านบาท ชี้ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ ในอนาคตจะปรับเป็นแบบผง หรือพร้อมชงมากยิ่งขึ้น หนุนพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก ระยอง จันทบุรี และตราด ใช้จุดแข็งเป็นพื้นที่ผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพ พัฒนาคลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปสู่ตลาดส่งออกควบคู่ไปด้วยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปอย่างยั่งยืน นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา ประเมินว่าไทยมีปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ผลไม้ทั้งหมด 2.8 ล้านตัน มูลค่า 119,630 ล้านบาท มีอัตราเติบโตร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับปี 2558 คิดเป็นสัดส่
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งผลักดันผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากช่องทางการสื่อสารออนไลน์ เปิดตัว 5 แอปพลิเคชันในกลุ่มระบบบัญชีและการบริหารจัดการองค์กร ได้แก่ 1. แอปพลิเคชัน Money Flow 2. แอปพลิเคชัน Billing Flow 3. แอปพลิเคชันStock Flow 4. แอปพลิเคชัน DIP Business Evaluation และ 5.แอปพลิเคชัน DIP Business Plan ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดปัญหาพื้นฐานความยุ่งยากและซับซ้อนด้านระบบการทำบัญชีและการเงิน พร้อมเป็นตัวช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีความรวดเร็ว สามารถลดต้นทุนและขั้นตอนต่าง ๆ ให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยทั้ง 5 แอปพลิเคชันนี้สามารถใช้ได้บนสมาร์ทโฟนและแท็บแล็ต ผ่านระบบปฏิบัติการทั้งแอนดรอยด์และไอโอเอส นอกจากนี้ยังมีบริการออนไลน์อื่นๆ ที่ได้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2559 ที่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปยังคงใช้บริการได้ ได้แก่ www.NEClearning.com , www.bsc.dip.go.th , www.e-consult.dip.go.th ,www.id-society.com ทั้งนี้ จากสถิติ SMEs ที่มีอยู่กว่า 2.8 ล้านรายพบว่า มีเพียง 20% หรือประมาณ 550,000 รายที่นำระบบเทคโนโลยีและเครื่องมือออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการดำเนินอุตสาหกรรม โดย
“คอลลาเจน” เป็นดั่งไอเท็มแห่งความงามที่หนุ่มๆสาวๆ หลายคนต้องการ จนทำให้หลายๆ ผลิตภัณฑ์ ก็ได้นำคอลลาเจนไปเป็นส่วนผสม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นมา นั่นก็คือช่วยให้ผิวเด้ง มีน้ำมีนวล ผิวพรรณสดใส ยิ่งไปกว่านั้น ยังป้องกันและลดเลือนริ้วร้อยให้ผิวของเราอ่อนกว่าไวได้อีกด้วย แม้คุณสมบัติของคอลลาเจนจะเลิศเลอ แต่ไม่น่าเชื่อว่ายังมีอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เคยนำคอลลาเจนมาเป็นส่วนผสม ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่สัมผัสกับผิวของเรามากที่สุดด้วยซ้ำ นั่นคือกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม แต่กลับยังไม่เป็นกระแสในบ้านเรา ในยุคปัจจุบัน มีเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมายในวงการเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เพื่อตอบสนองไลฟสไตล์ของคนยุคใหม่ที่รักสุขภาพและต้องการเลือกสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผิวพรรณและสุขภาพของตนเอง เคยคิดไหมว่า น่าจะมีเสื้อผ้าที่ป้องกันแสงแดดได้ ป้องกันกลิ่น หรือรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวเราได้ เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดกับผิวของเรามากที่สุด แต่คุณสมบัติเหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้หากเสื้อผ้
นักวิชาการด้านพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยภาวะเศรษฐกิจไทยมีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่สถาบันการเงินพยายามลดความเสี่ยงการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL โดยการเข้มงวดในการปล่อยกู้มากขึ้น ดังนั้นถึงแม้ในช่วงนี้ประเทศไทยยังมีโอกาสน้อยที่จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจซ้ำรอย “วิกฤติต้มยำกุ้ง” แต่การเติบโตระดับต่ำอย่างในปัจจุบันเป็นสัญญาณของปัญหารูปแบบใหม่ของเศรษฐกิจไทย ซึ่งก็คือ “ปัญหากับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)”กล่าวคือ การที่เราค่อยๆ สูญเสียความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เปรียบเสมือนสภาวะต้มกบ ที่กบกำลังจะตายอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายจากน้ำที่ค่อยๆ เดือด แนะภาครัฐและเอกชนไทยเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อไม่ให้เกิดการย่ำอยู่กับที่จนกลายเป็น “วิกฤติต้มกบ” เนื่องจากปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านที่เคยล้าหลังกว่าไทยพัฒนาไปมาก หลายประเทศมีการเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น อาทิ เมียนมาร์ กัมพูชา และเวียดนาม เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับความสามารถทางการแข่งขันอย่างรวดเร็ว พร้อมชี้ภาคธุรกิจไทยควรมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องในระยะยาวแ
วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00 น. นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และนายธนยศ ปานขาว นายอำเภอแม่สอด พร้อมฝ่ายทหาร ปกครองอำเภอแม่สอด ลงพื้นที่ตรวจท่าข้ามขนถ่ายสินค้า บ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด และบริเวณด้านพรมเเดน สะพานมิตรภาพ ไทย เมียนมา แห่งที่ 1 อ.แม่สอด จ.ตาก จากกรณีกระเเสการเดินทางกลับประเทศของแรงงานชาวเมียนมา หลังจากประเทศไทย ประกาศ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ที่เดิมมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2560 เป็นต้นไป แม้จะมีการชะลอไปอีก 120 วันก็ตาม แต่เนื่องจากอัตราโทษสูง ทำให้บรรดานายจ้างบอกเลิกจ้าง รวมทั้งบรรดาแรงงานต่างด้าว หวาดกลัวกับอัตราโทษที่สูงจึงเดินทางกลับภูมิลำเนาในประเทศเมียนมาอย่างต่อเนื่องที่ชายแดนอำเภอแม่สอด โดยหลังจากลงไปตรวจพื้นที่ดูความเรียบร้อย ซึ่งวันนี้ก็ยังมีการเดินทางกลับของแรงงานชาวเมียนมาอย่างต่อเนื่อง และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเมียนมา มาคอยรับและดูแลอำนวยความสะดวกให้ในฝั่งจังหวัดเมียวดีด้วย อย่างไรก็ตาม ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายสังเกตุการณ์ พร้อมช่วยอำนวยความสะดวก และดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มความส
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ว่า พ.ร.กดังกล่าวมีบทลงโทษที่สูงเกินไป มีผลใช้บังคับทันทีจ่อว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวางในภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจท่องเที่ยว และบริการ กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มวิถีชุมชนที่จ้างแรงงานต่างด้าว จนรัฐบาลต้องใช้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตาม มาตรา 44 ผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายออกไปอีก 120 วัน ในมาตรา 101, 102, 122 เพื่อให้แรงงานต่างด้าว ดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งกรณีนี้ ถ้ารัฐบาลจัดให้มีศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี แต่รัฐบาลได้ออกมายืนยันว่า จัดตั้งไม่ได้ เพราะขัดต่อบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู 3 ประเทศ คือ ลาว เมียนมา และกัมพูชา รวมไปถึงพันธสัญญาไอยูยู ที่จะทำให้แรงงานต่างด้าวทะลักเข้าไทย ตนจึงมีความกังวลว่าแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมีจำนวนมากนับล้านคนจะสามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในระยะเวลา 120 วัน ได้ทันหรือไม่ เพราะแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ต
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่สภ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ น.ส.วรรณิศา นราแก้ว อายุ 65 ปี แม่ค้าชาวต.บ้านด่าน อ.กาบเชิง เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน พร้อมนำลอตเตอรี่หมายเลข 112360 งวดประจำวันที่ 1 ก.ค.2560 จำนวน 4 คู่ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงิน 24 ล้านบาท มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน น.ส.วรรณิศา เศรษฐินีป้ายแดง เล่าถึงความรู้สึกว่า วันก่อนหวยออกได้พาครอบครัวไปกราบไหว้ขอพรจากหลวงพ่อเฮง ปภาโส ที่วัดบ้านด่าน ต.บ้านด่าน อ.กาบเชิง เพื่อขอให้มีโชคลาภและถูกรางวัลบ้าง โดยหวังให้ชีวิตตัวเองและครอบครัวดีขึ้น พร้อมดลบันดาลใจว่าหากถูกรางวัลจะนำไปทำบุญด้วย จากนั้นได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 112360 งวดประจำวันที่ 1 ก.ค.2560 จำนวน 4 คู่ กระทั่งหวยออกถึงทราบว่าได้สมหวังดั่งใจหมายที่ปรารถนาไว้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากน.ส.วรรณิศา นำลอตเตอรี่มูลค่า 24 ล้านบาทลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้นำลอตเตอรี่เดินทางกลับบ้านบ้านพักพร้อมญาติทันที ก่อนเตรียมนำลอตเตอรี่เดินทางมาสำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ย่านสนามบินน้ำ เพื่อขึ้นเงินรางวัล ซึ่งน.ส.วรรณิศาถือเป็นชาวสุรินทร์คนที่ 3 ที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ถึง
