ข่าววันนี้
วันที่ 30 มิ.ย. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี คุณปัทมา กฤตสหัสวัต (พลเมืองดี) พา น.ส.บุณยนุช เขียวลี อายุ 17 ปี พร้อม ด.ญ.บุญสิตา เขียวลี อายุ 8 เดือน ลูกสาวซึ่งพิการไม่มีรูจมูกและเยื่อหุ้มสมอง เดินทางมาพบ นางปวีณา เพื่อขอความช่วยเหลือ น.ส.บุณยนุช กล่าวว่า ตนมีความรู้น้อยเพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ก่อนหน้านี้ก็ทำงานรับจ้างจนได้รู้จักกับแฟนหนุ่มและตั้งท้องขึ้นได้ประมาณ 1 เดือน ฝ่ายชายก็ได้ทิ้งไป ตนต้องอุ้มท้องและดูแลพ่อซึ่งอายุกว่า 60 ปี ที่ป่วยมีอาการทางสมองหลังจากตกจากที่สูงขณะที่ทำงานก่อสร้าง ทุกวันนี้พ่อก็ไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเพราะไม่มีบัตรประชาชนมานานกว่า 20 ปีแล้ว หลังบ้านถูกไฟไหม้ เอกสารต่างๆ ก็ถูกเผาไปกับกองเพลิง เมื่อจะไปทำบัตรก็มีปัญหาเพราะไม่สามารถหาเอกสารมายืนยันตัวตนได้ ทุกวันนี้พ่อจะมีอาการปวดหัวเป็นประจำ บางครั้งสิ่งที่พูดออกมาก็จะขัดแย้งกับการกระทำเพราะมีอาการทางสมอง จะไปหาหมอก็มีค่าใช้จ่ายสูง ส่วนลูกสาวของตนวัย 8 เดือน ตั้งแต่คลอดออกมาก็ไม่มีรูจมูกและเยื่อหุ้มสมองเหมือนเด็กคนอื่น ซึ่งหมอก็มาตรวจพบตอนที่ท้องได้ 8 เดือนแล้ว ก็ต้องปล่อยให้คลอ
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ในช่วงวันที่ 1-4 ก.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง แต่บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ส่วนในช่วงวันที่ 5-6 ก.ค. ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 30 มิ.ย. – 1 ก.ค. และในช่วงวันที่ 5 – 6 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ภาคเหนือ – ในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.–1 ก.ค. และในช่วงวันที่ 5–6 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนของภาค ส่วนในช่วงวันที่ 2 – 4 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – ในช่วงวันที่ 30 มิ.ย. – 1 ก.ค. และ ในช่วงวันที่ 5 – 6 ก.ค. ม
เมื่อที่30มิถุนายน ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พร้อมด้วยนายเฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ทนายความอาสามูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นางอรกัลยา พุ่มพึ่ง โจทก์ที่ 1 และนางกัลยทรรศน์ ติ้งหวัง โจทก์ที่ 2 รวมทั้งตัวแทนผู้บริโภคที่ซื้อกระทะโคเรียคิง รวม 74 ราย ได้ยื่นฟ้อง บริษัท วิซาร์ด โซลูชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกระทะโคเรียคิง ซึ่งส่งมอบสินค้าที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามคำโฆษณา ต่อแผนกคดีคุ้มครองผู้บริโภคในศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหายมากกว่า 1,650 ล้านบาท พร้อมทั้งยื่นขอดำเนินคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มด้วย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง กล่าวว่า เป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภคครั้งสำคัญเป็นการใช้กฎหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐานการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งชัดเจนว่าเป็นปัญหาการขายสินค้าหรือส่งมอบสินค้าที่ไม่เป็นไปตามการโฆษณาของบริษัทที่ขายกระทะโคเรียคิง คาดว่ามีผู้บริโภคที่เสียหายมากกว่า 500,000 คน หากพิจารณาจากตัวเลขการนำเข้ากระทะมาจำหน่ายไม่น้อยกว่า 1 ล้าน 3 หมื่นใบ หรือพิจารณาจากงบโฆษณาอันดับหนึ่งที่มากถึง 1,651 ล้านบาท ในปี 2559 แต่เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ซื้อกระทะโคเรีย
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ภาพรวมรอบครึ่งปีขณะนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 2560) พบว่าการท่องเที่ยวไทยมีการขยับเพิ่มทั้งรายได้ 852,038.62 ล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยว 16,818,556 คน เติบโตขึ้นกว่าปี 2559 กว่า 5.61% และ 3.91% ตามลำดับ โดยข้อมูลมีความสอดคล้องกับการคาดการณ์ ของ World Travel and Tourism Council (WTTC) ที่ได้วิเคราะห์ว่า ความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศไทยเติบโตอย่างมาก และมีแนวโน้มจะเติบโตมากขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า นับจากปี 2016 เป็นต้นมา โดยในปี ค.ศ. 2016 ประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (Visitor exports) รวมมูลค่า 53.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 78.6 ของรายได้จากมูลค่าการส่งออกด้านการบริการ (Service exports) ของประเทศ หรือคิดเป็นร้อยละ 19.1 ของรายได้จากมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการ (Goods and Services) โดยรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็น 17% ของ GDP ในปี 2559 ทั้งนี้ WTTC ยังคาดการณ์อีกว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้ามูลค่าเพิ่มสาขาการท่องเที่ยวจะขยายตัวสูงที่สุด ซึ่งจะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 6.7 ส่วนมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประ
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดทำโครงการสำรวจข้อมูลผู้มีรายได้น้อย หลังจากผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2560 โดยจะจ้างนักศึกษาในช่วงปิดเทอมจำนวน 7 หมื่นคน เพื่อมาสำรวจข้อมูลสภาพความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ 14.1 ล้านคน นายธเนศ รุ่งโรจน์ชัยพร รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติประสานกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่นั้นๆ ทั่วประเทศ โดยจะใช้นักศึกษา 7 หมื่นคน ลงพื้นที่สำรวจผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนไว้ โดยเริ่มวันที่ 20 ก.ค. – 18 ส.ค. 2560 ซึ่งมีค่าจ้างแบบละ 60 บาท มีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ดูแลควบคุม และมีค่าตอบแทนต่างหาก “ต้องขอความร่วมมือผู้มีรายได้น้อยให้รายละเอียดและข้อมูลเป็นไปตามความจริง เพื่อข้อมูลที่ได้นำไปช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด โดยจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลแต่อย่างใด เพราะเป็นความลับและมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ซึ่งการสำรวจจะต้องใช้นักศึกษาตามพื้นที่ของผู้มีรายได้น้อยนั้นๆ เริ่มรับสมัครนักศึกษาต้นเดือนหน้า”
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2560 นายพงษ์พัฒน์ ขัตพันธ์ ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่พะเยาทุกอำเภอรวม 9 อำเภอ ลงสำรวจข้อมูลผู้ดูแล เจ้าของสุนัข ล่าสุดพบหมาที่มีเจ้าของ 47,000 ตัว และหมาไม่มีเจ้าของหรือหมาจรจัดกว่า 3,000 ตัว รวมทั้งจังหวัดไม่น้อยกว่า 50,000 ตัว และตามข้อมูลทางลับที่น่าเป็นห่วงและน่าตกใจก็คือ พบหมาที่เจ้าของเคยเลี้ยงแล้วเบื่อนำไปปล่อยทิ้งในสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน-ที่สาธารณะ และที่เป็นปัญหาในขณะนี้ก็คือ เจ้าของนำสุนัขไปปล่อยทิ้งไว้ที่วัดพระธาตุจอมทอง เทศบาลเมืองพะเยา นายพงษ์พัฒน์กล่าวอีกว่า ปศุสัตว์แต่ละอำเภอสามารถทำหมันสุนัขจรจัดกว่า 850 ตัว ทำให้จำนวนประชากรสุนัขลดลงตามลำดับ และที่น่าปลาบปลื้มใจอย่างมากของปศุสัตว์จังหวัด กรมปศุสัตว์ ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระปณิธานว่าควรจะมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดในพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ และในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบพื้นที่พะเยา 68 ตำบล 9 อำเภอ อยู่ระหว่างการเตรียมแผนงานการตั้งศูนย์ดังกล่าว ถ้าเป็นรูปธรรมจะมอบหมายให้หน
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วย นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ร่วมแถลงข่าวเปิดมหกรรมบ้านเคหะประชารัฐ ครั้งที่ 2 ซึ่งกำหนดเปิดจองระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน ถึงวันที่ 9 กรกฎาคมที่สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ สำนักงานขายที่มีโครงการตั้งอยู่ และศูนย์ขาย 12 แห่งทั่วประเทศ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า การเปิดจองโครงการบ้านเคหะประชารัฐ ครั้งที่ 2 นับเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาที่สามารถผ่อนชำระได้ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามเจตนารมณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้คัดสรรโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อให้ประชาชนได้จองจำนวน 148 โครงการ 20,817 หน่วย มีรูปแบบโครงการ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 4,865 หน่วยบ้านแฝด 1,462 หน่วย ทาวน์เฮ้าส์ 522 หน่วย ทาวน์โฮม 1,051 หน่
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ชาวบ้านจาก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวนมาก ร่วมกันกระทำพิธีตามความเชื่อ เพื่ออัญเชิญต้นตะเคียนทองโบราณที่จมอยู่ใต้น้ำบริเวณคลองระพีพัฒน์ ติดถนนสายท่าหลวง–ภาชี ให้ขึ้นจากน้ำ เพื่ออัญเชิญไปไว้ที่วัดพุฒาวาส ต.หนองขนาก อ.ท่าเรือ โดยประกอบพิธีกรรมบวงสรวง ประกอบไปด้วยผ้าสามสี พวงมาลัย และผลไม้ต่างๆ แล้วนำสายสิญจน์ไปผูกกับต้นตะเคียน จากนั้นได้ใช้รถเครนหกล้อชักลากขึ้นมา เป็นต้นตะเคียนแบบมีกิ่งแยก ยาวมากกว่า 10 เมตร 20 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางที่โคนต้น 50 เซนติเมตร ได้นำไปไว้ที่วัดพุฒาวาส โดยชาวบ้านต่างยินดี ไชโยโห่ร้อง นำคณะกลองยาวมาตีฆ้องต้อนรับรำรอบต้นตะเคียน พร้อมกับเรี่ยไรเงินเพื่อสมทบทุนในการจัดสถานที่ไว้ให้กับต้นตะเคียน หรือเจ้าแม่ตะเคียนทอง ทั้งนี้ นายถวัลย์ สรวงสิงห์ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/2 หมู่ที่ 5 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้พบต้นตะเคียนต้นนี้ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 3-4 วันที่แล้ว ได้ฝันติดกันถึง 2 คืนว่า มีผู้หญิงมานั่งที่ริมคลองระพีพัฒน์ ลักษณะการแต่งตัว นุ่งผ้าสีชมพู สวมเสื้อแขนยาวลายข้าวหลามตัดสีดำ เกล้าผมมวยนั่งก้มหน้า ไม่พูดไ
เคยถอยห่างจากวงการไประยะหนึ่ง ถึงวันนี้เมฆ วินัย ไกรบุตรกลับมาอีกครั้ง โดยเจ้าตัวเปิดใจในรายการ APOP บันเทิง 34 ทางช่องอมรินทร์ทีวี เมื่อวานนี้ ( 29 มิ.ย.) ว่า ตอนนั้นตัดสินใจผันตัวไปทำธุรกิจ เนื่องจากคิดเอาไว้ตั้งแต่ตอนดังใหม่ๆ เมื่อราวอายุ 30 ว่าตามวัฏจักรของวงการบันเทิงแล้ว น่าจะมีชื่อเสียงต่อเนื่องได้อีก 5 ปี หลังจากนั้นทุกอย่างน่าจะถอยลง ทั้งนี้ธุรกิจที่ทำมีทั้งปุ๋ย ร้านอาหาร สปา ร้านกาแฟ ผับ ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง “เจ๊งหมดนะ ก็คงทำไม่เป็น เราไม่ได้เรียนรูัมันจริง กระบวนการผลิต กฎหมาย แรงงาน พอถึงเวลามันก็ไป ถ้าให้ตี 20 ล้านนี่หมดแล้ว” เขาบอก อย่างไรก็ตามเขาว่าเงินที่เสียไปไม่ได้ทำให้ล้ม แค่ต้องสตาร์ทไหม่ แล้วก็ตัดสินกลับมารับงานในวงการบันเทิง ทั้งนี้เมื่อกลับมาและรับงานถ่ายแบบที่หลายคนมองว่าหวือหวา ออกแนวเซ็กซี่ๆ เจ้าตัวก็ว่านั่นเป็นเรื่องธรรมดา ใจจริงก็แค่อยากโชว์ให้เห็นว่า ยังมีร่างกายที่แข็งแรง อีกทั้งตอนแสดงละครหรือภาพยนตร์ ตั้งแต่อายุ 20 กว่าๆก็ถอดเสื้อแสดงมาตลอด ซึ่งหลังจากนี้คงยังไม่รับ เพราะมีงานโฆษณา และมีภาพลักษณ์ความเป็นพ่อมาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามต้องบอกว่ามี
วันที่ 28 มิ.ย. บีบีซีรายงานจากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านกาแฟดังระดับโลก 3 แห่งในอังกฤษว่า น้ำแข็งที่ใส่ในเครื่องดื่มมีส่วนปนเปื้อนแบคทีเรียจากอุจจาระ มีการลงพื้นสำรวจเครื่องดื่มเย็นจากค่ายกาแฟยักษ์ใหญ่ข้ามชาติประกอบด้วย “คอสต้าคอฟฟี่” “สตาร์บัคส์” และ “คาเฟ่ เนโร” บีบีซีพบว่า เครื่องดื่มจากสามค่ายนี้มีปริมาณแบคทีเรียปนเปื้อนอยู่ในระดับหนึ่ง นายโทนี่ เลวิส ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันสุขภาพสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ปริมาณแบคทีเรียที่พบค่อนข้างน่าเป็นห่วง เครื่องดื่มที่ใส่น้ำแข็ง 7 จาก 10 แก้ว จากค่ายคอสต้า พบการปนเปื้อนแบคทีเรียชนิดเดียวกับที่พบในอุจจาระ ส่วนเครื่องดื่มที่ใส่น้ำแข็งของสตาร์บัคส์และคาเฟ่ เนโร พบว่า 3 ใน 10 แก้ว มีแบคทีเรียประเภทฟีคัลโคลิฟอร์มปนเปื้อน แบคทีเรียชนิดนี้อยู่ในลำไส้ของมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่น ขับถ่ายออกมากับอุจจาระและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ร้านกาแฟสามค่ายยักษ์ใหญ่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อรับมือกับประเด็นนี้แล้ว ค่ายคอสต้าออกคู่มือสำหรับการนำน้ำแข็งมาให้บริการ และขั้นตอนการใช้ตู้น้ำแข็งใหม่ ส่วนสตาร์บัคส์และคาเฟ่ เนโร เริ่มกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง หลังมีกระแสข่าวอ
