ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เว็บไซต์ฟอร์บส์ เผยแพร่การจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีของไทย ปรากฏว่า ตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพีของไทย ยังคงเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยมีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 21,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.3 แสนล้านบาท) ขณะที่นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อแห่งวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังคงครองอันดับ 2 ด้วยทรัพย์สินรวมมูลค่า 15,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.24 แสนล้านบาท) ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่มีทรัพย์สินรวมมูลค่า 15,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.2 แสนล้านบาท) อันดับ 4 ได้แก่ นายเฉลิม อยู่วิทยา มีทรัพย์สินรวม 12,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.25 แสนล้านบาท) และอันดับ 5 ได้แก่ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ซึ่งมีทรัพย์สินรวมมูลค่า 4,700 ล้านดอลลาร์(ราว 1.59 แสนล้านบาท) อันดับ 6 ได้แก่ นายกฤตย์ รัตนรักษ์ ทรัพย์สินรวม 3,900 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.32 แสนล้านบาท) อันดับ 7 ได้แก่ นายวานิช ไชยวรรณ ทรัพย์สินรวม 3,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.29 แสนล้านบาท) อันดับ 8 นายแพทย์ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ ทรัพย์สินรวม 2,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.8 หมื่นล้านบาท) อันดับ 9 นายสันติ ภิรมย์ภักด
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 41,005 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น55 % ของความจุอ่างฯ มากกว่าปี 2559 คิดเป็น 8,225 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้การได้ 17,186 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 33% เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลักมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 10,940 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 44% ของความจุอ่างฯ ปริมาณน้ำปีนี้มากกว่าปี 2559 รวม 2,856 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้การได้ 4,244 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 23% เขื่อนใหญ่ทั้งประเทศยังสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 34,207 ล้าน ลบ.ม. หรืออีก 45% ส่วนสภาพน้ำท่าในลำน้ำสายหลักทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ระดับน้ำยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่งและสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก อีกทั้งกรมชลประทานได้ควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 677 ลบ.ม./วินาที ยังไม่ส่งกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนแต่อย่างใด นายสัญชัย กล่าวว่า สำหรับฝนที่ตกหนักในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนทำ ให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่
วันที่ 31 พ.ค. หลังมีการภาพชายคนหนึ่งกำลังใช้ไม้เขี่ยเศษขยะและใบไม้ที่อุดท่อระบายน้ำ ทางสาธารณะขณะฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน เอ่อล้นบนถนนบริเวณชุมชนควนขัน ต.ทับเที่ยง (เขตเทศบาลนครตรัง) อ.เมือง จ.ตรัง จนทำให้มีการกดไลท์ กดแชร์ และแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางถึงการเสียสละตัวเอง พร้อมชื่นชมชายคนดังกล่าว ที่ไม่เห็นแก่ตัวซึ่งหาคนแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ ในสังคมปัจจุบัน จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบหาชายคนดังกล่าวก็พบกับนายเสริมรัก จิตติ อายุ 27 ปี ชายผู้มีน้ำใจและจิตสาธารณะคนดังกล่าว นายเสริมรัก กล่าวว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้วตนเคยดูคลิปวีดีโอเห็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชดำเนินไปช่วยเหลือประชาชนในถิ่นดุรกันดาร พระองค์ทรงเดินลงไปน้ำที่สูงเกือบถึงคอ เมื่อตนเห็นภาพนั้นทำให้เกิดความความรักและศรัทธาต่อพระองค์ฯ จนทำให้เกิดประกายความคิด และตั้งใจว่าจะช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมนับตั้งแต่นั้นมานานนับ 10 ปี ยึดหลักทำดีเพื่อพ่อมาโดยตลอด อะไรที่พอจะช่วยได้ก็ช่วยทันที โดยไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไข และทำโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน บางคนอาจจะคิดว่าตนสร้างภาพ ซึ่งตนไม่
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความกังวลของร้านค้ากับการติดตั้งเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ที่สรรพากรเข้าไปเก็บภาษี ซึ่งกรมรายงานไปยังกระทรวงการคลังแล้วว่า หากร้านค้าใดที่ติดตั้งเครื่องอีดีซีกรมจะพิจารณาคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นอันดับแรกๆ เพราะร้านค้ากลุ่มนี้แสดงความตั้งใจในการติดตั้งเครื่องอีดีซี ดังนั้น การหลบเลี่ยงภาษีของร้านค้าในกลุ่มนี้น้อยมาก “ในการประเมินภาษีของกรมนั้นจะมีการตั้งเกณฑ์ความเสี่ยงในการประเมินของกลุ่มผู้เสียภาษีไว้ ดังนั้น ร้านค้าใดที่ไม่ติดตั้งเครื่องอีดีซีอาจมีความตั้งใจในการหลบเลี่ยงภาษี กรมจะถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงอาจต้องถูกตรวจสอบการเสียภาษีเป็นพิเศษ ถ้าร้านค้าใดที่ทำดีอยู่แล้วคงไม่ต้องมีความกังวลใดๆ เพราะการติดตั้งเครื่องอีดีซีเป็นการอำนวยความสะดวกร้านค้า ทำให้กรมคืนภาษีได้เร็วขึ้น” นายประสงค์กล่าว นายประสงค์กล่าวว่า การติดตั้งเครื่องอีดีซีเป็นแผนหนึ่งในโครงการอีเพย์เมนต์ของรัฐบาล ต้องการให้ไทยลดการใช้เงินสดลง มีเป้าหมายติดตั้ง 5.6 แสนเครื่อง จะตั้งแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2561 ขณะนี้ดำเนินการติดตั
สำนักพระราชวัง ได้เผยแพร่ข้อมูลประวัติความเป็นมาของ “นมเม็ดจิตรลดา” ผ่านทางแฟนเพจ “Information Division of OHM” พร้อมอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เยี่ยมชมการดำเนินงานด้านโคนมด้วย “นมเม็ดจิตรลดา” หรือ “นมเม็ดสวนดุสิต” เป็นของทานเล่นที่ติดปาก และถูกใจคนทุกเพศทุกวัย แต่นอกจากความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการแล้ว เบื้องหลังที่ซ่อนอยู่ใน “นมเม็ดจิตรลดา” ก็คือพระปรีชาสามารถในการแก้ไขปัญหาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความช่วยเหลือเกษตรกร และพระราชทานแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ก่อนที่ “นมเม็ดจิตรลดา” จะเป็นที่นิยมแพร่หลาย และกลายเป็นของหายากในท้องตลาดอย่างทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของ “นมเม็ดจิตรลดา” มาจากภาวะน้ำนมโคล้นตลาดในปี 2512 ขณะนั้นสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมจากตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการสร้างโรงนมผงขนาดย่อมขึ้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตนมผงจากน้ำนมโคที่รับ
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกเนื่องในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวรวมทั้งอ่าวไทยตอนบนเดินเรือด้วยความระมัดระวังเรือเล็กในทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุดีเปรสชั่น “โมรา” (MORA) บริเวณตอนบนของประเทศเมียนมาได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำ
วันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวทราบว่า ภายในบ้านเลขที่ 98 หมู่ 1 ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี มีต้นกล้วยประหลาดออกปลีคล้ายดอกบัวที่กลางลำต้น สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้านในละแวกนั้น หลังจากทราบข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของน.ส.ทวีพร เหล่าบับภา อายุ 26 ปี พนักงานขายห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี บริเวณหลังบ้านพบต้นกล้วยพันธุ์กล้วยตีบ ซึ่งออกปลีกล้วยคล้ายดอกบัว สีเขียวอมชมพู ขนาดปลีกล้วย มีเส้นผ่ากลาง 4 นิ้ว สูง 6 นิ้ว ขณะนั้นมีเซียนหวยจำนวนมากได้พากันดอกไม้ธูปเทียนมาจุดขอหวยกัน เนื่องจากใกล้วันหวยออก น.ส.ทวีพร เปิดเผยว่า กล้วยกอนี้ยายทวดได้นำมาปลูกไว้เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นตนยังไม่เกิด ต้นกล้วยก็ได้แตกหน่อออกมาเรื่อยๆ หลายต้น ก็ได้ตัดต้นกล้วยทิ้งไป แต่ก็แตกหนอออกมาใหม่ตลอด เมื่อวานนี้ตนได้นำผ้าไปตากไว้ที่หลังบ้าน ก็มาพบว่ามีกล้วยอยู่ต้นหนึ่ง มีหน่อประหลาดดังกล่าว ตนเห็นปลีคล้ายดอกบัวจึงได้ยกมือขึ้นไหว้ เพราะเกิดมาเพิ่งเคยเห็นในตอนนั้น ไม่ได้คิดอะไรและยังไม่เล่าให้ใครฟัง โดยส่วนใหญ่ที่พบต้นกล้วยประหลาดนั้น จะออกปลีและหวีที่กลางลำต้น หรือโคนต้น ไม่นั้น
เป็นเรื่องที่ออกแนวขำขันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมีผู้พบนมอัดเม็ด ของประเทศจีน เขียนบนหน้าซองว่า “นมนำเหลือง” ซึ่งชาวเน็ตคิดว่าเป็นเพียงเรื่องขำขันที่เขียนผิด แต่พบว่า เพจ อ้ายจง ได้เขียนถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า พบหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า เป็นความตั้งใจปลอมแปลงนมอัดเม็ดของไทย และระบุว่า เป็นการนำเข้ามาจากประเทศไทย ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
สองสามีภรรยาใช้เวลาว่างจากร้านขายของชำใช้ที่รกว่างริมทางรถไฟปลูกพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิด กะเพรา โหระพา ดูแลรักษาง่ายรายได้ดี เก็บขายได้เงินเข้าครอบครัวเดือนละหลักหลายหมื่นบาท เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ผู้สื่อข่าวทราบว่า มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งขยันทำมาหากินทำมาหากินมีรายได้จากการปลูกพืชผักสวนครัว โดยปลูกพืชริมทางรถไฟในอ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพบกับ นายสังเวียน กลั่นแก้ว อายุ 58 ปี สามี และนางวนิดา พิพัฒน์ผล ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 293/2 ถ.มาลาเบี่ยง ถนนเลียบทางรถไฟ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ปกติอาชีพหลักเปิดร้านขายของชำ ชื่อ ร้านกอไผ่ ปากซอยถนนศรีสุริโยทัย นอกจากนั้น ได้ทำเกษตรปลูกพืชผักสวนครัวเป็นอาชีพเสริม จากการขอใช้ที่ดินข้างทางรถไฟ ตรงข้ามร้านความกว้างประมาณ 15 เมตร ความยาวประมาณ 200 เมตร ตรงข้ามร้านค้าของตนเอง ปรับพื้นที่จากรกร้างปกคุลมด้วยวัชพืช เป็นพื้นที่ปลูกพืชทำรายได้หลากหลายชนิดมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว โดยมีกะเพรา และ โหระพา เป็นพืชหลัก ที่สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวเป็นอย่างน้อย เดือนละ 10,000-30,000 บาท นายสังเวียน เปิดเผยว่า ตนและภรรยาเปิดร้านขายของชำ และพักอาศ
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ จ.สมุทรสงคราม นางทุเรียน รุ่งอรุณเนตร อายุ 51 ปี เจ้าของสวนส้มโอลุงจก ต.บางสะแก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นสวนส้มโอรายใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม มีคนงานในสวนกว่า 10 คน เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนผลผลิตส้มโอขาวใหญ่มีปริมาณน้อยมาก จึงหันมาขายทุเรียนหมอนทองที่กำลังให้ผลผลิตจำนวนมากในขณะนี้ แต่ประสบปัญหาทุเรียนบางลูกที่ตัดมายังไม่สุกขายไม่ได้ จึงทดลองนำไปย่างบนเตาถ่าน พบว่ามีรสชาติดี กลิ่นหอมหวานมัน น่ารับประทาน อีกทั้งกลิ่นทุเรียนไม่แรงเหมือนทุเรียนสุก จึงนำทุเรียนอ่อนมาย่างขายพร้อมกับทุเรียนสุก บริเวณอาสนวิหารแม่พระบังเกิดบางนกแขวก ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ปรากฏว่ามีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาซื้อทุเรียนย่างจำนวนมาก ทำให้ขายทุเรียนที่บรรทุกในรถ 1 คัน หมดในเวลารวดเร็ว “ปกติทุเรียนจะมีกลิ่นแรงมาก บางคนไม่ชอบรับประทาน แต่เมื่อนำมาย่างบนเตาถ่าน ช่วยลดกลิ่นทุเรียนลงได้มาก และเพิ่มความหอมหวานของทุเรียนมากขึ้น โดยขายเป็นลูก ลูกละ 150-300 บาท แล้วแต่ขนาดเล็ก-ใหญ่ ซึ่งราคาจะแพงกว่าทุเรียนสุกประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากบวกต้นทุนค่าเตาถ่านและค่าแรงคนงาน
