ข่าววันนี้
ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ครั้งที่ 1 ว่า ตนได้ลงนามแต่งตั้ง น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ พร้อมแต่งตั้งนายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ขึ้นเป็นเลขาธิการกฟก. และจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การจัดทำหนี้ของเกษตรกร 2.คณะอนุกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบและยืนยันข้อมูลหนี้สินของเกษตรกร 3.คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงสร้างและกฎหมายของกฟก. 4.คณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบปี 2560-61 สำหรับคณะอนุกรรมการชุดที่1 และ2 ทำหน้าที่วางกรอบดำเนินการเรื่องของการจัดสรรหนี้และการกำหนดหลักเกณฑ์ตรวจสอบ ส่วนคณะอนุกรรมการชุดที่3 และ4 ทำหน้าที่แก้ไขโครงสร้างการทำงานของกฟก. ศึกษาเรื่องของกฎหมาย เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ รวมถึงเรื่องการจัดการงบประมาณด้วย ก่อนนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาต่อไป “คณะกรรมการชุดใหญ่จะทำงานแทนคณะกรรม
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า การจ้างงานในไตรมาส1/2560 มีทั้งสิ้น 37.4 ล้านคน ติดลบ 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการจ้างงานภาคการเกษตร ติดลบ 1.4% เนื่องจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปสู่ภาคนอกเกษตรต่อเนื่องช่วงปี 2557– 59 เพราะประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง ประกอบกับแรงงานส่วนหนึ่งออกจากกำลังแรงงานเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะที่แรงงานใหม่ลดลงจากผลตอบแทนไม่แน่นอนและไม่จูงใจ ส่วนการจ้างงานภาคนอกการเกษตร ติดลบ 0.3% โดยสาขาอุตสาหกรรม ติดลบ 1.5% และสาขาก่อสร้าง ติดลบ 8.7% เนื่องจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชยนยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ยกเว้นการจ้างงานสาขาโรงแรมและภัตตาคาร ยังขยายตัวได้ 4.2% สาขาการขนส่ง/เก็บสินค้า ขยายตัว 2.9% และสาขาขายส่ง/ขายปลีก ขยายตัว 0.9% ตามการบริโภคครัวเรือนและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี “ตัวเลขผู้ว่างงานมี 4.6 แสนคน หรือคิดเป็น1.2% สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 0.97% ถือเป็นการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น ทั้งผู้ที่เคยและไม่เคยทำงานมาก่อน ขณะที่ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยยังคงทรงตัว สะท้อนการผลิตยังไม่ฟื้นตัวเต็ม “ ในส่วนค่า
เมื่อเวลา 09.00.น.วันที่ 26 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.พิสิษฐ์ บุญมีสุข พนักงานสอบสวน สภ. หนองเสือ ได้รับแจ้งจากนางกาญจนา จันตรี อายุ 48 ปี ว่าตู้เติมเงินยี่ห้อบุญเติม ถูกมิจฉาชีพขโมยยกไปทั้งตู้ จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นร้านมินิมาร์ทชั้นเดียว อยู่บริเวณหน้าปากทางคลอง 9 อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี พบนางกาญจนา และชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ นางกาญจนา กล่าวว่า ตนเองเปิดกิจการร้านมินิมาร์ทหาขายของทั่วไปมันนานหลาย 10 ปีและได้มีการสั่ง ตู้เติมเงินยี่ห้อบุญเติมมา ติดตั้งบริเวณหน้าร้านของตนเองปรากฏว่าพอตื่นนอนมาเมื่อเวลา 07.00.น.ของวันนี้( 26 พ.ค.60) ปรากฏว่าตู้เติมเงินทั้งตู้ได้ถูกมิจฉาชีพยกไปทั้งตู้เหลือไว้เพียงเสาอากาศให้ไว้ดูต่างหน้าเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเวลาประมาณตีสามของวันนี้ได้ยินเสียงสุนัขเห่ากันเป็นจำนวนมากแต่ตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะว่า ตู้เติมเงินติดตั้งมาตั้งนานไม่เคยถูกขโมยโดยตนเองคาดว่าน่าจะเกิดจากเศรษฐกิจในช่วงนี้ไม่ค่อยดีจึงทำให้โจรขโมยชุกชุมประกอบกับยาเสพติดเกิดขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำร
จากกรณีที่ สกินแคร์ยี่ห้อดัง ออกแคมเปญ 1 โพสต์บริจาค 10 บาท โดยระบุว่า ให้โพสต์รูปขาวดำบนอินสตาแกรม พร้อมทั้งติดแฮชแทก ชื่อยี่อห้อสกินแคร์ดังกล่าว พร้อมชื่อแคมเปญ และมีข้อจำกัดว่า จะบริจาคสูงสุด 100,000 บาท โดยกรณีดังกล่าว มีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก โพสต์รูปขาวดำ พร้อมติดแฮชแทก ซึ่งก็ไม่เข้าข่ายการบริจาคเนื่องจากเงื่อนไขอยู่บน อินสตาแกรมเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้ความเห็นอีกว่า เมื่อครบ 100,000 บาท หรือ 10,000 รูป ก็น่าจะเข้ามาแจ้ง เพราะจนถึงขณะนี้ คาดว่า มีผู้โพสต์ไปเกินจำนวนดังกล่าวมากแล้ว และผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือ สกินแคร์เจ้าดังนั่นเอง รวมทั้งความเห็นที่ว่า ถ้าอยากจะบริจาคเงิน 1 แสนบาท ก็บริจาคไปเลย ไม่เห็นต้องมาทำแคมเปญแบบนี้ ในขณะที่ บางส่วนก็บอกว่า เงื่อนไขที่ทางสกินแคร์กำหนดมาก็ชัดเจน นักท่องโซเชียลอ่านไม่ดีเอง หรือแม้กระทั่งว่า ถ้าไม่อยากร่วมแคมเปญ ก็เฉยๆ เสีย หรืออย่างกรณี ของเพจดัง “อีเจี๊ยบเลียบด่วน” ก็ออกมาโพสต์ว่า “…ทางสินค้าเค้าก็ไม่ผิด ทางคนร่วมแคมเปญก็ไม่ผิด แต่ใจจริงๆผมว่า จะโปรโมทหรือไม่ ก็ยังได้เงินเข้ามูลนิธินะ ไม่อยากให้ไปต่อว่าทางสินค้า เ
นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่ากรมป่าไม้จะส่งเสริมการสร้างป่าในเมืองแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกว่า 7 หมื่นแห่ง เพื่อสร้างเป็นพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา กรมป่าไม้ได้จัดทำโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในการสนับสนุนดูแลพื้นที่เสื่อมโทรมและพันธุ์กล้าไม้ให้กับหน่วยงานภาคเอกชนที่สนใจจะขอฟื้นฟูพื้นที่ที่กรมป่าไม้ได้จัดไว้ โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 20 หน่วยงาน มีพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูดูแลไปแล้วกว่า 4,153 ไร่ สำหรับในปีนี้ “เราได้เตรียมเพาะกล้าไม้พันธุ์ดีอีกหลากหลายชนิด อาทิ ไม้เศรษฐกิจ และไม้มีค่าที่สามารถตัดขายได้กว่า 50 ล้านกล้า เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน และองค์กรต่างๆ ที่สนใจ ทั้งนี้ สามารถขอรับกล้าไม้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ และสถานีเพาะชำกล้าไม้ของกรมป่าไม้ 108 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำในการปลูกและดูแลกล้าไม้แต่ละชนิดให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย”นายชลธิศ กล่าว อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงขั้นตอนการขอรับกล้าไม้ว่า สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถขอรับกล้าไม้เพื่อนำไปปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเองได้รา
วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ เรื่อง“ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2560) “ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ในช่วงวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2560 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งจะได้รับผลกระทบ โดยมีรายละเอียดดังนี้ – ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร – ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล – ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด – ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนตกหนักบางแห่งสวนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นคราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี – สำหรับภาคใต้ จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่และตร
รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เผยว่า ได้รับเชิญจากหอการค้าฝรั่งเศส-ไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่สุดในเอเชีย “SIAL CHINA 2017” ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาร่วมแสดงในงานประกอบด้วย ข้าวต้มมัดไส้ทุเรียนสเตอริไรส์ละข้าวต้มมัดไส้เผือกสเตอริไรส์บรรจุถุงรีทอร์ทเพาช์ โดยบริษัท โรสอารยา จำกัด ,เครื่องดื่มอัดก๊าซที่ใช้น้ำตาลมะพร้าวเป็นสารให้ความหวานและเครื่องดื่มอัดก๊าซที่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมจากกล้วยตาก โดยบริษัท เก้ากรเทรด จำกัด ชาสมุนไพรออแกนิกเพื่อสุขภาพบรรจุซองพร้อมชง “เรวดี” โดยบริษัท โกลเด้นเรย์ จำกัด ในรูปของ “แผ่นชาละลายง่ายในน้ำ” ที่มีจุดเด่น คือ เป็นแผ่นฟิล์มชาละลายง่ายในน้ำที่คงกลิ่น รส สี และความหอมของชา พกพาสะดวก และมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการทดลองตลาด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทองม้วนสอดไส้ช็อกโกแลตขาวผสมกลิ่นรสทุเรียน ของวิสาหกิจชุมชนแก้วเจ้าจอม และผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ Wel-B (เวล-บี) ที่มีวัตถุดิบหลักคือ ถั่วเหลือง งาดำ ฟัก
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนธนาคารเตรียมเปิดตัวสินเชื่อเพื่อส่งเสริมอาชีพกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยสินเชื่อในกลุ่มค้าขายอาหารข้างทาง (สตรีทฟู้ด) เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวห้องแถว ร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านน้ำดื่ม รวมถึงสนับสนุนเช่าซื้อรถขายอาหารเคลื่อนที่ (ฟู้ดทรัก) ซึ่งออมสินพร้อมให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำประมาณ 0.4-0.5% ต่อเดือน ถูกกว่าดอกเบี้ยของโครงการธนาคารประชาชนกว่าครึ่ง เพราะสินเชื่อสตรีทฟู้ดเป็นสินเชื่อที่นำไปหารายได้เพิ่ม หากลูกค้ามีหลักประกัน เช่น มีรถ ห้องแถว สิทธิการเช่ามาค้ำประกัน สามารถกู้ได้ถึง 1 ล้านบาทต่อราย แต่ถ้าเป็นรถเข็นธรรมดา ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย เตรียมวงเงินปล่อยกู้ประมาณ 3 พันล้านบาท คาดว่ามีผู้กู้ประมาณ 1 หมื่นราย นายชาติชายกล่าวต่อว่า นอกจากการสนับสนุนเรื่องสินเชื่อแล้ว ธนาคารได้วางแผนช่วยสร้างแบรนด์และด้านการตลาดให้กับร้านค้าดังกล่าว โดยมีแนวคิดให้ใบรับรองคุณภาพอาหาร มีรายการเรียลลิตี้โชว์เพื่อช่วยโปรโมต โดยขอเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กทม. เทศบาล ในการสนับสนุนจัดพื้นที่ให้
วันที่ 25 พ.ค. รถขายกาแฟโบราณ ที่ชาวบ้านใน ต.พระครู อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รู้จักกันดี คือรถกาแฟโบราณชื่อ “กาแฟสัญญา ดาราทอง” เป็นร้านกาแฟบนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ขายทั้งกาแฟโบราณ ชาเย็น ชาร้อน และเครื่องดื่มแก้กระหายอีกหลายชนิด พร้อมกับดัดแปลงติดตั้งเครื่องเสียง มีการติดตั้งไมโครโฟน บริเวณหน้าคนขับ เจ้าของร้านคือ นายคิน ดีโพธิ์รัมย์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านโนนศิลา ต.พระครู ในแต่ละวันยกเว้นวันฝนตก จะออกจากบ้านไปพร้อมกับภรรยาไปขายกาแฟตามหมู่บ้านต่างๆใน ต.พระครู โดยสามีจะทำหน้าที่ขับรถส่วนภรรยาจะมีหน้าที่ชงกาแฟและเครื่องดื่ม เมื่อถึงจุดที่ต้องการจอดขาย นายคิน จะทำการเปิดเครื่องเสียงพร้อมเปิดซาวด์เพลงแบบคาราโอเกะ ก่อนจะขับร้องเพลงกล่อมลูกค้าที่มาอุดหนุนกาแฟ ทุกครั้งที่จอดขาย เพลงส่วนใหญ่ที่ร้องจะเป็นเพลงลูกทุ่งของ “สายัณห์ สัญญา” นักร้องดังผู้ล่วงลับ เนื่องจาก นายคิน มีเสียงคล้ายกับนักร้องสายัณห์ สัญญา อีกทั้งยังมีเสียงพูดคุยที่เหมือนสายัณห์ ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นต่างมาอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก นายคิน เจ้าของร้านกาแฟ เล่าว่า ขายกาแฟโบราณบนรถจักรยานยนต์พ่วงมาได้ประมาณ 2 ปี ช่วงแรกขายไม่ค่อยดี เพราะไม่ค่
วันที่ 25 พ.ค. ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Jomkwan Wanitchakarnchai เผยเรื่องราวของพลเมืองดี นายชัยยุทธ กัณฑะษา คนขับวินมอเตอร์ไซค์ ที่เก็บเช็คเงินสด 1,200,000 บาท ที่ตกอยู่กลางถนนได้ ตอนนี้อยู่ระหว่างตามหาเจ้าของ โดยนายชัยยุทธ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ระหว่างที่ขับรถรับส่งผู้โดยสารตามปกติ ได้สังเกตเห็นซองกระดาษตกอยู่บนถนน ช่วงก่อนถึงหน้าโรงแรมบางกอกซิตี้ ด้วยความสงสัยจึงลงไปเก็บ พบว่าภายในซองเป็นเช็คเงินสด 4 ใบ ใบละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,200,000 บาท ตนจึงนำเช็คดังกล่าวไปให้ตำรวจที่ สน.พญาไท เพื่อให้ตำรวจติดตามหาเจ้าของต่อไป ทั้งนี้ ในเช็คทั้ง 4 ใบ ลงชื่อ ธิยาดา สมบูรณ์พร หากใครเป็นเจ้าของสามารถติดต่อรับคืนได้ที่ สน.พญาไท
