ข่าววันนี้
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำและเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งมีพันธกิจ ทำให้คนไทยมีบ้าน จึงได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ลงอีก0.15% ต่อปี จากเดิม 6.40% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลง0.25% ต่อปี จากเดิม 7.25 % ต่อปี เหลือ 7.00% ต่อปี นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป (MRR) คงไว้ที่ 6.75% ต่อปี เนื่องจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงิน ขณะเดียวกัน ธอส.อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำโครงการสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่ผู้เข้าร่วมโครงการกรอกแบบสำรวจแอพพลิเคชั่นคนไทยมีบ้าน : Home for All เพื่อให้เกิดเม็ดเงินกระจายสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงแทนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR โดยจะมีการประกาศรายละเอียดของโครงการในเร็วๆ นี้ นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อเป็นก
(จังหวัดแพร่) นักวิชาการของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ แนะนำวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อลดและป้องกันความเสี่ยงจากภาวะอากาศแปรปรวน เน้นดูแลสุขภาพสัตว์และโรงเรือน น.สพ.ดำเนิน จตุรวิธวงศ์รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านสัตวแพทย์บริการวิชาการ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาลทำให้อากาศแปรปรวน ทั้งอากาศร้อนจัดสลับกับมีฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศไทย บางพื้นที่ต้องเผชิญกับพายุฤดูร้อน และอากาศเย็นในวันเดียวกัน ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ทำให้อัตราการกินอาหารและประสิทธิภาพการผลิตลดลง จึงมีคำแนะนำในการเลี้ยงสัตว์แก่เกษตรกรเพื่อเตรียมการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การเลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนระบบปิดปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ หรือระบบอีแวป เกษตรกรต้องควบคุมการทำงานของพัดลมและเยื่อกระดาษหน้าโรงเรือนให้เหมาะสม อย่าให้ร้อน เย็น หรือชื้นเกินไป ซึ่งจะกระทบต่อสัตว์ทำให้เกิดความเครียด ควรปรับสภาพภายในโรงเรือนให้สัตว์อยู่สบาย รวมทั้งควรเตรียมเครื่องสำรองไฟและน้ำมันเชื้อเพลิงให้พร้อมสำหรับกรณีไฟดับ เพื่อให้พัดลมทำงานได้ตามปกติ และต้องซ่อมแซมหลังคาให้ดี
เช้าวันนี้ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เล่าถึงความคืบหน้าการรวบรวม ผลงานของ คสช. 3 ปี …หรือที่ผ่านมา 1,095 วัน เพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. อนุมัติให้มีการชี้แจงผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย พร้อมด้วยการบอกว่า “ผมว่าผลงาน คสช.อยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่ประชาชนยอมรับ” มีการอธิบายต่อว่า แม้เรื่องการจัดระเบียบสังคมบางส่วนอาจมีผู้ที่มีผลกระทบไม่พอใจบ้าง ส่วนการดูแลประชาชนทุกเรื่อง เช่น เรื่องภัยพิบัติทหารจะออกไปดูแลก่อนและกลับทีหลังทุกครั้ง รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนที่เข้ามาร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมที่มีปัญหาเป็นแสนๆ ล้านๆ เรื่องก็มาแก้ไขในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจนเป็นรูปธรรม และ คสช.ยังสนับสนุนงานโครงการต่างๆ ของรัฐบาล “ในภาพรวมผมพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากการฟังเสียงสะท้อนของประชาชนในสังคม” ส่วนตอนนี้หนึ่งในปัญหาหลักที่ทุกคนมองว่ารัฐบาลคสช.จะเดินหน้าประเทศไทยด้วยวาระเศรษฐกิจคืบหน้าหรือไม่ “บิ๊กเจี๊ยบ” บอกเลยว่าที่มองว่ายังไม่ดีขึ้นนั้
จากกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เห็นชอบรายงานแนวทางการปฏิรูปภาษี ที่มีการเสนอให้รัฐบาลปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT อีก 1% นั้น นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เป็นเพียงการเสนอแนวคิด เพื่อให้รัฐบาลตัดสินใจเท่านั้น ยังไม่มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ การจะปรับเพิ่ม VAT สามารถทำได้ โดยเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เห็นชอบ แล้วจึงประกาศเป็นนโยบายบังคับใช้ ซึ่งการปรับเพิ่ม VAT ควรทำในภาวะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้นกว่านี้ แต่ต้องดูรายละเอียดรายงานของ สนช. ด้วยว่า มีการเสนอปรับลดภาษีส่วนอื่นชดเชยด้วยหรือไม่ ขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า รายงานของคณะกรรมาธิการใน สนช. ไม่ได้ระบุว่า ต้องปรับขึ้น VAT ในปีใด แต่เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการที่รัฐบาล มีแผนใช้เวลา 1 ปี เพื่อประเมินการปรับ VAT ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนกันยายนนี้ หากรัฐบาลมีมติปรับขึ้น VAT ตามกำหนด หรือในช่วงภาวะเศรษฐกิจไทยยังค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างเปราะบาง เศรษฐกิจระดับรากหญ้ายังมีปัญหาเช่นในปัจจุบัน อาจทำใ
สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอยูโพล) เผยผลสำรวจดัชนีความเครียดของคนไทยในเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ในภาพรวมประชาชนมีความเครียดน้อย โดยมีคะแนนความเครียดเฉลี่ยเท่ากับ 2.26 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5 คะแนน เพิ่มจาก 2.18 ในการสำรวจเมื่อครั้งที่ผ่านมาเมื่อเดือนมกราคม ถึงแม้ประชาชนส่วนใหญ่ 70.59% จะรู้สึกเบื่อหน่าย รองลงมา 62.86% ไม่มีความสุขเลย ตามด้วย 49.46% รู้สึกหมดกำลังใจ และ 41.82% ไม่อยากพบปะผู้คน เรื่องที่ทำให้เกิดความเครียดมากที่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจ/การเงิน โดยเฉพาะปัจจัยที่เกี่ยวกับราคาสินค้าแพง ปัญหาหนี้สิน/รายรับไม่พอกับรายจ่าย และสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เป็นต้น รองลงมา คือ เรื่องการเรียน โดยเฉพาะปัจจัยเกี่ยวกับผลการเรียน การศึกษาต่อ และเนื้อหาการเรียน เป็นต้น อีกด้านหนึ่งที่ประชาชนมีความเครียดสูง คือ เรื่องการงาน โดยเฉพาะปัจจัยเกี่ยวกับสวัสดิการและค่าตอบแทน ความก้าวหน้าในอาชีพ และปริมาณงานที่ทำ/ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ เป็นต้น ขณะที่คนในต่างจังหวัดมีความเครียดสูงกว่าคนในกรุงเทพฯ โดยคนต่างจังหวัดมีความเครียดในเรื่องเศรษฐกิจ/การเงินมากที่สุด รองลงมา คือ เรื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศที่ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ลำปาง โดยมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ท้องฟ้ามีเมฆมากและอากาศมีความชื้นสูง ในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้แมงมันที่อยู่ในรูใต้ดินตามพื้นที่ไร่ สวน ใต้ต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆทุกอำเภอออกมาจากรูเพื่อหาอาหาร ทำให้ชาวลำปางพากันออกมาเก็บแมงมันนำไปประกอบอาหารจำนวนมาก เนื่องจากเป็นอาหารขึ้นชื่อที่หารับประทานได้ยาก และแมลงชนิดนี้จะออกมาจากรูที่อยู่อาศัยใต้ดินเพียงปีละครั้งในช่วงย่างเข้าสู่ฤดูฝนเท่านั้น โดยชาวบ้านนำแมงมันที่เก็บได้นำมาคั่วหรือตำใส่น้ำพริกรับประทาน โดยเฉพาะที่ อ.เมืองปาน วังเหนือ แจ้ห่ม ห้างฉัตร เสริมงาม เถิน แม่พริก แม่เมาะ แม่ทะ และ อ.เมืองลำปาง ชาวบ้านต่างออกมาเก็บแมงมันกันอย่างคึกคักตามไร่สวน ที่ว่างเปล่าหรือทั่วไป นอกจากนำมาเป็นอาหารแล้วยังนำไปขายที่ตลาดในราคากิโลละ 2,00-2,500 บาท หรือขายเป็นขีดราคาขีดละ 200-250 บาท ชาวบ้านที่หาแมงมันในเขตอ.เมืองลำปาง กล่าวว่า ใช่วงกลางวันชาวบ้านจะพากันนำจอบ เสียม ไปขุดหาไข่แมงมันตามที่ดินรกร้างซึ่งจะต้องวันเฝ้ารูแมงมันค่อนวันกว่าจะได้ เพื่อนำไปขายเพราะราคาสูง แต่ละปีแมงมันจะออกไข่เพียงครั้งเดียวจึงทำใ
บึงกาฬฝนแรกทำเห็ดเผาะราคาพุ่งกิโลละ 500 บาท เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้เห็ดป่าหลากหลายชนิดเริ่มออก ชาวบ้านจึงเข้าป่าเพื่อหาเห็ดมาจำหน่าย เนื่องจากเห็ดป่าที่ออกในช่วงฝนแรกจะมีรสชาติอร่อย อ่อนนุ่ม ประกอบกับช่วงต้นฤดู เห็ดยังหายาก ทำให้ราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะ “เห็ดถอบหรือเห็ดเผาะ” ซึ่งถือว่าเป็นเห็ดที่อร่อยและราคาแพงที่สุด สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเป็นอย่างดี ซึ่งในเช้าวันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงฝนที่เริ่มต้นปีนี้มีชาวบ้านใน จ.บึงกาฬ เริ่มออกหาของป่ามาวางจำหน่ายตามตลาดสดต่าง ๆ โดยเฉพาะที่บริเวณตลาดนัดไทย-ลาว ในตำบลบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและชาว สปป.ลาว นำ “เห็ดถอบหรือเห็ดเผาะ” มาขายกันอย่างคึกคัก ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูกาลทำให้เห็ดเผาะท้องถิ่นมีราคาสูงมากถึงขีดละ 50 บาท หรือกิโลกรัมละ 500 บาท สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี ส่วนที่เหลือก็นำกับไปเป็นอาหาร สำหรับเห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ ลักษณะเด่นของเห็ดเผาะคือ สีขาว เปลือกบาง กรุบกรอบ ไม่เหนียว เป็นเห็ดลูกกลม ๆ ขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่มีลำต้น ไม่มีราก ทำให้
เมื่อวันที่19 พ.ค. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงกรณีลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงยุติธรรมกว่า 2,000 ราย จะถูกเลิกจ้างในสิ้นปีงบประมาณนี้ เนื่องจากไม่มีงบประมาณว่า โดยปกติกระทรวงยุติธรรมจะมีเงินเสริมงบประมาณซึ่งมาจากดอกเบี้ยอันเกิดจากเงินกลางที่คู่ความนำมาวางไว้ที่กรมบังคับคดีที่นำไปฝากไว้กับธนาคาร กระทรวงการคลังอนุญาตให้กระทรวงยุติธรรมนำไปใช้เสริมงบประมาณได้ โดยให้กำหนดเป็นระเบียบการใช้จ่ายเงินดอกเบี้ยอันเกิดจากเงินกลางของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้ส่งเงินดอกเบี้ยอันเกิดจากเงินกลางจำนวนร้อยละ 10 ของยอดเงินดอกเบี้ยคงเหลือทุกสิ้นเดือนมีนาคมและสิ้นเดือนกันยายนของทุกปีเป็นรายได้แผ่นดินโดยให้นำส่งภายใน60 วันนับแต่วันสิ้นเดือนนั้นๆ นับแต่นั้นเป็นต้นมากระทรวงยุติธรรมก็จะได้รับการจัดสรรงบประมาณไม่เป็นไปตามจริงตามภารกิจปกติและภารกิจที่เพิ่มขึ้นของกระทรวงยุติธรรม แต่จะสามารถใช้เงินดอกเบี้ยอันเกิดจากเงินกลาง เพื่อเสริมงบประมาณตลอดมา นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า นำมาใช้ตั้งแต่การปลูกสร้างซ่อมแซมหรือต่อเติมอาคารสถานที่ราชการ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานการประชุมเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน “Thailand Cross Border Trade & Investment Conference” ที่จัดโดยธนาคารแห่งประเทศจีน(Bank of China) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ว่า ประเทศไทยเห็นความสำคัญของกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี(กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่เป็นห่วงโซ่การผลิต(ซัพพลายเชน) สำคัญที่สุดในเอเชีย ซึ่งเราต้องการให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังซีแอลเอ็มวี ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ใช่เพียงจุดใดจุดหนึ่ง โดยการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ของไทยให้มีความแข็งแรง ทั้งนี้จึงต้องการพาร์ตเนอร์(หุ้นส่วน) ต่างประเทศที่ดีอย่างจีนเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากต้องยอมรับว่ากลุ่มเอสเอ็มอีในประเทศไทยยังเติบโตไม่สูงนัก ถ้าเทียบกับการจะก้าวไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ขณะเดียวกันยังเป็นการพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่(สตาร์ตอัพ) ของทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งการผลิต การบริการ และการท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าหากมีการร่วมมือกันระหว่างเอสเอ็มอีไทยและจีนจะส่งผลใ
ที่ป่าไม้ยูคาลิปตัส ริมถนนเข้าหมู่บ้านโนนม่วง ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู มีชาวบ้านจำนวนมากชวนกันออกจากหมู่บ้านเข้าป่ายูคาลิปตัส ที่ห่างออกจากหมู่บ้านไปประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อออกไปหาเก็บเห็ด “เห็ดขมยูคา” ซึ่งกำลังออกดอกในพื้นที่ป่ายูคาลิปตัสจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน สภาพพื้นดินที่เคยร้อนอบอ้าวกำลังชุ่มชื้น ทำให้เกิดเห็ดดิน ชนิดหนึ่งออกดอกในสวนป่ายูคาลิปตัส จำนวนมาก ชาวบ้านจากหมู่บ้านห้วยค้อ ต.บ้านพร้าว อ.เมืองหอนงบัวลำภู พากันนำรถยนต์พาเพื่อนบ้านมาหาเห็ดยูคาลิปตัสกันเป็นคนรถ นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านอีกจากหลายหมู่บ้านขับรถมอเตอร์ไซด์มากันเป็นกลุ่มหาเก็บเห็ดยูคาลิปตัส เพื่อนำไปประกอบอาหารกินกันในครอบครัว ซึ่งบางคนหากได้มาก ก็จะนำไปขาย ในราคา กิโลกรัมละประมาณ 50 บาท สำหรับเห็ดชนิดนี้ ชาวบ้านบอกว่า จะมีรถขม และนำไปปรุงอาหารได้หลายอย่าง โดยเฉพาะแกง สำหรับเห็ดขมป่ายูคาลิปตัสนี้ เวลานำไปทำอาหารรับประทาน จะมีรสชาติออกขมแต่ก็เป็นที่ชอบและนิยมของชาวบ้าน ซึ่งเห็ดชนิดนี้จะเกิดเจริญเติบโตในเฉพาะในป่ายูคาลิปตัสที่มีอายุตั้งแต่ 4-5 ปีเท่านั้นในป่าอื่นๆ จะไม่มี ช่วงนี้เริ่มเข้า
