ข่าววันนี้
พณ.สั่งจับตาไฟขึ้น-สินค้าขยับ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3.50 บาทต่อหน่วย เดือนพฤษภาคมนี้ว่า สั่งให้กรมการค้าภายในติดตามผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค จากการปรับขึ้นของราคาพลังงานและค่าไฟฟ้า ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เมื่อราคาพลังงาน อย่างก๊าซธรรมชาติปรับขึ้นจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าขึ้น “จะรู้รายละเอียดภายใน 2-3 วัน เบื้องต้นคาดว่าจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าระดับหนึ่ง แต่คงรอดูผลการศึกษาก่อนว่าต้นทุนสินค้าจากค่าไฟฟ้าปรับขึ้นให้ชัดเจนก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร” นายสนธิรัตน์กล่าว ส.แช่แข็งจี้ทบทวน-ก่อนใช้จริง นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ค่าไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักหนึ่งในต้นทุนการผลิตสินค้าทุกอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมผลิตเพื่อการส่งออก เมื่อค่าไฟฟ้าปรับขึ้นย่อมส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับขึ้นตาม ประกอบกับต้นปีมีการปรับขึ้นค่าแรงงานด้วย และค่าเงินบาทขณะนี้ ถือว่าแข็งค่ากว่าค่าเงินเทียบกับหลายประเทศคู่แข่ง ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกและทำใ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแผนเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีว่า สั่งการให้ทุกหน่วยงานกรมภาษีทั้งสรรพากร ศุลกากร และสรรพสามิต จัดทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ เพราะเห็นว่าการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมยังต่ำกว่าเป้าหมาย แต่ในส่วนกรมสรรพากรยังต้องจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ยอดจัดเก็บยังต่ำกว่าเป้าหมายต่อเนื่อง มอบหมายให้ไปวิเคราะห์ถึงสาเหตุและให้ปรับปรุงการจัดเก็บ โดยให้รายงานทุกเดือน เริ่มเดือนเมษายน 2560 เป็นเดือนแรก สั่งการไปยังกรมสรรพากรให้เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ โดยเน้นในกลุ่มผู้เสียภาษีรายใหญ่ ทั้งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์และนอกตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้ 70-80% ของการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยพบว่าช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การจัดเก็บรายได้ในกลุ่มนี้มีอัตราต่ำกว่าเป้าหมายมาตลอด ทำให้กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาพรวมของรัฐบาล ทั้งนี้อาจจะมีช่องโหว่ที่ทำให้ไม่สามารถเข้าจัดเก็บภาษีได้ โดยเฉพาะการที่คู่สัญญาทำธุรกรรมระหว่างกัน (Transfer Pricing) ระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูกเพื่อเลี่ยงเภาษี อยากให้กรมสรรพากรระมัดระวังในเรื่องนี้เป็
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2560 ซึ่งเป็นพระราชพิธีโบราณที่สืบทอดกันมาช้านานเพื่อความเป็นสิริมงคล บำรุงขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรชาวไร่ชาวนา พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วย 2 พระราชพิธี ได้แก่ พระราชพิธีพืชมงคลซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ ประกอบพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นการทำขวัญเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ เพื่อให้ปลอดจากโรคและเจริญงอกงามสมบูรณ์ จากนั้นจึงเริ่มพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในวันถัดมา ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ เริ่มต้นด้วยการไถหว่านเมล็ดข้าว ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง อันเป็นการส่งสัญญาณการเข้าสู่ฤดูกาลทำนาและเพาะปลูกประจำปีแล้ว ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 11-12 พ.ค. กรมการข้าวซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการปลูกข้าว ณ แปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาในฤดูนาปี 2559 ได้ขอพระราชทานพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งข้าวนาสวนและข้าวไร่ จำนวน 11 พันธุ์ รวมน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งสิ้น 2,865 กิโลกรัม เพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเตรียมเมล็ดข้าวเปลือกพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 100 กิโลกรัม บรรจุในกระบ
จากกรณี เรืออากาศโทแพทย์หญิงนิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์รพ.รัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมผู้เสียหายซึ่งมีอาชีพเป็น แพทย์ วิศวกร ทหาร สจ๊วต และอาจารย์มหาวิทยาลัย กว่า 10 คน รวมตัวกันเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อเอาผิดกับว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงประจำโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง มีผู้เสียหายกว่า 38 คน รวมมูลค่าเสียหายกว่า 64 ล้านบาท โดยอ้างว่าหากลงทุนแล้วจะได้รับผลตอบแทนสูงร้อยละ 6-18 ต่อเดือน แต่พอลงทุนจริงกลับไม่ได้รับผลตอบแทนทุกเดือนตามที่กล่าวอ้าง ก่อนที่ต่อมาทางพนักงานสอบสวน บก.ป.จะแนะนำให้ไปแจ้งความที่บก.ปอศ. เนื่องจากเป็นการฉ้อโกงเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้ว ความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 เม.ย. พ.ต.อ.ปภัชเดช เกตุพันธ์ รอง ผบก.ปอศ. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ.สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ บก.ป. (คอมมานโด) เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง นำหมายค้นศาลจังหวัดตลิ่งชั
นางประนอม โพธิ์ศรี อายุ 49 ปี แม่ค้ากล้วยเปิดเผยว่า ในช่วงนี้กล้วยน้ำหว้าราคาตกต่ำลงและมีออกสู่ท้องตลาดจำนวนมาก โดยเจ้าของสวนกล้วย ขาประจำนำมาส่งก็ต้องรับซื้อกันไปในราคาหวีละ10 บาท บางครั้งขายไม่ออกหวั่นว่ากล้วยจะเน่าเสียก็ต้องยอมขายขาดทุกก็มี โดยในปีที่ผ่านมานั้นราคากล้วยแพงมากเจ้าของสวนเจ้าประจำก็มาส่งขายให้เราตลอด ในช่วงปีนี้พบว่ามีการปลูกกล้วยกันเพิ่มขึ้น และมีออกสู่ท้องตลาดมากขึ้นจึงทำให้ราคาตกต่ำลง นายปรีชา ต่อเนื่อง อายุ 63 ปี เจ้าของสวนกล้วย เผยว่า ในปีนี้เรื่องขโมยลักตัดกล้วยในสวนเริ่มซาลงไปเนื่องจากราคากล้วยที่ต่ำลง โดยปีที่ผ่านมานั้นที่สวนของตนเองจะโดยขโมยลักตัดเป็นประจำเนื่องจากราคากล้วยที่สูงมาก ทำให้มีคนแห่ปลูกกล้วยกันมากขึ้นในปีที่ผ่านมา และมาปีนี้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดพร้อมกันจำนวนมากทำให้ราคาถูกลง แต่ตนเองมีแม่ค้ารับซื้อขาประจำจึงไม่ค่อยเป็นกังวลเรื่องตลาดรับซื้อ นางวิภา เวชสุขุม อายุ 55 ปี แม่ค้ากล้วยตลาดเกษตรสุวพันธุ์ เผยว่า ในช่วงนี้ราคากล้วยเริ่มถูกลงและมีออกมาสู่ท้องตลาดจำนวนมากบางวันรับซื้อไว้แล้วขายไม่ออก ปล่อยไว้นานชักสองสามวันกลัวกล้วยเริ่มสุกงอมก็
นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “การจัดจำหน่ายสินค้า OTOP ขึ้นเครื่องบิน” (OTOP ไทยจากท้องถิ่น บินสู่ท้องฟ้า) ณ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ กรุงเทพฯ โดยมี ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมการตลาด บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ศิลปิน OTOP และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นายอภิชาติกล่าวว่า โครงการ OTOP ขึ้นเครื่องบิน เป็นแนวคิดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ให้จำหน่ายบนเครื่องบินได้ โดยเร่งพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นที่ เล็ก ดี มีคุณภาพ และประสานสายการบินเพื่อนำผลิตภัณฑ์ OTOP ขึ้นไปจำหน่าย และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการ ถือเป็นโครงการหนึ่งที่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้า OTOP สอดคล้องกับนโยบายในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน และยังเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบอีกด้วย โดยกรมการพัฒ
วันที่ 20 เม.ย. ที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมทวินโลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธานกรรมการบริษัทดอกบัวคู่ และโรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายจักรพรรดิ์ ลีเลิศพันธุ์ กรรมการผู้จัดการและครอบครัว ได้แจกเงินผู้สูงอายุชาวปากพนัง ในโครงการ “คืนความดีสู่สังคม” โดยมีการแจกเงินแก่คนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทั้งอำเภอ 18 ตำบล จำนวน 4,406 คน แจกคนละ 300 บาท พร้อมผลิตภัณฑ์ดอกบัวคู่รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทท่ามกลางความดีใจของผู้สูงอายุ นายจักรพรรดิ์กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการตั้งแต่สมัยดร.บุญกิจ ลีเลิศพันธ์ บิดา ซึ่งท่านเป็นชาว อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มาแต่กำเนิด เมื่อไปทำธุรกิจประสบผลสำเร็จก็ได้มาสร้างโรงแรมที่บ้านเกิดเมืองนครคือโรงแรมทวินโลตัส และอยากจะตอบแทนบุญคุณแผ่นเกิดเมืองปากพนัง จึงจัดโครงการแจกผู้สูงอายุชาวปากพนังที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 24 แล้วที่จัดติดต่อกันมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อคืนความดีสู่สังคมโดยไม่คิดถึงสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด และจะทำต่อไปทุกปี
เป็นคลิปสุดน่ารักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก Pornpimon Srivirun ได้โพสต์คลิปลงในกลุ่มคนรักสุนัขพิทบูล เป็นสุนัขชื่อเจ้าขนุน ที่ขึ้นรถกระบะไปร่วมเล่นน้ำกับคนอื่นๆในเทศกาลงานวันไหล โดยมีคนเข้ามาขอปะแป้งที่หน้าของเจ้าขนุนอย่างคึกคัก แต่เจ้าของก็ได้ระบุว่า “พอมีสาวเข้ามาสาดน้ำ ทำระรื่น💦💦 🐶🐶แต่พอผู้ชายเข้ามาปะแป้ง ทำมองตาขว้าง🐶🐶 ” ซึ่งคลิปดังกล่าวได้รับการแชร์และเป็นที่สร้างรอยยิ้มในความน่ารักของเจ้าขนุนด้วย
ภาพคนยืนโบกไม้โบกมือในอุโมงค์ภาพนี้ ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก “ผู้บ่าวไทบ้าน ปลาร้าพลัดถิ่น” ซึ่งนำมาโพสต์พร้อมชืนชมทั้งสองคนที่เตือนให้ระมัดระวัง และหยุดไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนขึ้น แม้ว่าบริเวณดังกล่าวจะถือว่าอันตรายก็ตาม โดยระบุว่า “ขอบคุณที่ช่วยเหลือสังคม 15:00น.วานนี้ในอุโมงค์ดินแดง ผมกะลังขับรถลงมาพอดี ยินเห็นสตรี 2 ท่านนี้ร้องเสียงดังพร้อมโบกไม้มือเเจ้งว่ามีคราบน้ำมัน เกรงมอเตอร์ไซค์จะล้มซ้ำซ้อนเช่นก่อนหน้านี้ คอยโบกช่วยเหลือ จนผมใด้วิทยุประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาถึง..ขอบคุณที่ช่วยเหลือสังคมเพื่อช่วยรถอุบัติเหตุร่วมกัน”
เมื่อวันที่ 19 เมษายน เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นเผยแพร่การจัดอันดับตลาดสดที่ดีที่สุดในโลก ปรากฏว่า มีตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. ติด 1 ใน 10 ของตลาดสดที่ดีที่สุดในโลกด้วย โดยตลาดสดอันดับ 1 ได้แก่ ตลาด ลาโบเกเรีย ในนครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารที่น่าหลงใหลที่สุดแห่งหนึ่งของบาร์เซโลนา เชื่อว่าถือกำเนิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ในฐานะเป็นตลาดขายหมู อันดับ 2 ได้แก่ ตลาดปลาสึกิจิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งปลาและตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสัตว์ทะเลขายอยู่ว่า 400 ชนิด อันดับ 3 ได้แก่ ตลาดยูเนียน สแควร์ ฟาร์มเมอร์ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และอันดับ 4 ได้แก่ ตลาดสด อ.ต.ก. ในกรุงเทพฯ ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้าต่างๆมากมาย มีทั้งผักและผลไม้ที่มาจากต่างประเทศ และผลไม้ของไทย โดยภายในตลาดมีความสะอาดและสว่าง ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้ออาหารทะเล ขนมและกับข้าวได้สะดวกมากขึ้น สำหรับอันดับ 5 ได้แก่ ตลาดเซนต์ ลอว์เรนซ์ นครโทรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา อันดับ 6 ตลาดโบโรห์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ , อันดับ 7 ได้แก่ตลาดเกรตา อาเยอร์ ประเทศสิงคโปร์ , อันดับ 8 ได้แก่ ต
