ข่าววันนี้
วันที่ 3 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 51 ม.8 บ้านน้ำพ่น ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรฯ หลังได้รับแจ้งมีชาวบ้านที่บ้านดังกล่าวถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 6 ใบ ได้รับเงิน 18 ล้านบาท กลายเป็นเศรษฐีใหม่เมื่อเดินทางไปถึงพบว่า เป็นบ้านปูน 2 ชั้น พบนางสมพร พลขยัน 75ปี ขณะนั้นได้มีชาวบ้านและลูกหลาน มาแสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมากหลังทราบข่าวว่าคุณยายถูกลอตเตอรี่ จำนวน 3 คู่ คือ 392785 งวดที่ 13 ชุดที่ 61 ของวันที่ 1 เมษายน 2560 แต่ยังไม่ได้นำไปขึ้นเงินที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล และใช้ชีวิตตามปกติ นางสมพร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้ทำบุญขึ้นบ้านใหม่พร้อมกับทำบุญให้สามีที่เสียชีวิตไปครบรอบ 1 ปี และด้วยอยากที่จะไปกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธนาคราช และแม่ย่าปทุมมา ที่ป่าคำชะโนด อ.บ้านดุง ที่ประชาชนไปกราบไหว้กันมาก ดังนั้นในวันรุ่งขึ้นก็ได้ชักชวนลูกหลานไปทำบุญและได้ซื้อพวงมาลัยมาทำการสักการะ ปู่ศรีสุทโธนาคราชและแม่ย่าปทุมมา ในครั้งนี้ก็ได้ตั้งจิตอธิษฐาน บอกปู่ว่า ทำไมตนจึงทุกข์ยากลำบากจัง ขอให้ปู่ศรีสุทโธ บรรดาโชคลาภ ให้แก่ลูกด้วย ให้เห็นเป็นตัวเลขเลยไม่ต้องปิดหูปิดตา
เมื่อวันที่ 3 เมษายน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ครั้งที่ 11/2560 เรื่อง มาตรการจูงใจสำหรับภาคเอกชนในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ว่า สถานการณ์เรื่องมลภาวะในพื้นที่กรุงเทพมหานครกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต ขณะนี้ข้อมูลพื้นที่สีเขียวขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ประชาชน 1 คน ต้องการพื้นที่สีเขียว 16 ตารางเมตร (ตร.ม.) แต่ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า มีพื้นที่สีเขียวเพียง 3 ตร.ม.ต่อคน เท่านั้น โดยไม่ได้นับรวมกับจำนวนประชาการแฝง ซึ่งหากนับเพิ่มไปด้วยคงจะเป็นตัวเลขติดลบ กทม.จึงมีแนวคิดเพิ่มพื้นที่สีเขียว เบื้องต้นได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้บริหาร กทม.จัดตั้งคณะกรรมการ มี พล.อ.พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธาน และมีตัวแทนจากสำนักคลังและสำนักสิ่งแวดล้อมเป็นคณะกรรมการ ซึ่งมีหน้าที่กำหนดนโยบายการปลูกและดูแลต้นไม้พื้นที่กรุงเทพฯ พล.ต.ท.อำนวย แถลงอีกว่า สำหรับมาตรการจูงใจของภาคเอกชน คือ หากภาคเอกชนรายใดปลูกต้นไม้และสามารถสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นได้ ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีโรงเรือน โครงการดังกล่าวจะเสริมให้ พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้
วันที่ 3 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบหญิงสาวพิการไม่มีแขนทั้งสองข้างมาตั้งแต่กำเนิด สู้ชีวิตทำงานหาเลี้ยงตัวเองและหลานสาวที่มีลูกวัยเพียงขวบเศษอย่างไม่ย่อท้อ ในพื้นที่บ้านคลองสะท้อน หมู่ 5 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบหญิงพิการดังกล่าวทราบชื่อคือน.ส.รุ่งราวัน การิก อายุ 41 ปี ซึ่งเกิดมาพร้อมความพิการทางร่างกายต่างจากคนอื่นทั่วไป เนื่องจากไม่มีแขนทั้งสองข้าง แต่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่าง ทั้งเรื่องของการทำกิจวัตร ประจำวัน หุงหาอาหาร ปัดกวาดถูบ้าน และรับจ้างทั่วไป ตามแต่ใครจะมีน้ำใจหยิบยื่นโอกาสให้ และไม่เคยที่จะต้องขอหรือเรียกร้องสิ่งใดจากผู้อื่นหรือหน่วยงานใดๆ น.ส.รุ่งราวัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ซึ่งมีฐานะยากจน อาศัยรับจ้างทั่วไปเลี้ยงครอบครัว ซึ่งมีตนและพี่สาวอีกหนึ่งคน แต่พ่อก็มาเสียชีวิตลงเมื่อตนมีอายุได้เพียง 5 ขวบ จากนั้นแม่ก็มีสามีใหม่ ก่อนที่พี่สาวจะมีสามีก็แยกครอบครัวพร้อมกับพาตนมาอาศัยอยู่ที่บ้านของพ่อสามีของพี่สาวที่วังสะท้อน อ.วังน้ำเขียว ด้วยความครอบครัวของพี่สาวนั้นยากจน พี่สาวกับสามีจึงทิ้งลูก 3 คน เอาไว้กับตนและพากันไ
นายโอภาส ซิมฟ้า เจ้าของโรงงาน “หีบศพเทพทอง” เปิดเผยว่า ผลิตโลงศพมานานกว่า 27 ปี ขายปลีกขายส่งทั่วประเทศ ที่ผ่านมาเริ่มจากการผลิตโลงศพธรรมดาตามความต้องการของประชาชนแต่ละพื้นที่ เนื่องจากทรงโลงในภาคกลางและภาคใต้มีความแตกต่างกัน ล่าสุดได้ผลิตโลงบ้าน หลังจากได้ไอเดียจากงานศพคนไทยเชื้อสายจีน มีการเผาเครื่องกงเต๊กทั้งบ้าน รถยนต์ จึงมีแนวคิดนำภาพบ้านจากกงเต๊ก มาใส่ไว้ด้านหน้าโลงศพ เนื่องจากคนไทยมีความเชื่อว่าโลงศพถือเป็นบ้านหลังสุดท้าย จึงนำภาพบ้านหรูมาใส่ด้านหน้าโลงบ้านติดแอร์มีให้เลือก 3 แบบ “ขณะนี้โลงบ้านได้รับความนิยมพอสมควร ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีบรรพบุรุษหรือผู้สูงอายุป่วยเสียชีวิต บอกว่าเมื่อนำไปประดับตกแต่งในงาน ทำให้สร้างความแปลกใหม่ไม่โศกเศร้า คล้ายกับการส่งบรรพบุรุษหรือคนที่เราเคารพเข้าไปนอนในบ้านตามปกติ และขณะนี้มีลูกค้าบางรายไม่ต้องการภาพบ้านตามภาพที่ผมนำมาจากเว็บกูเกิล แต่ต้องการบ้านของตัวเองไปปรากฏบนโลงศพ ก็จะต้องไปถ่ายภาพบ้านความคมชัดสูงและนำมาผลิตเพื่อวางทาบ สำหรับโลงบ้านมีราคาสูงกว่าโลงปกติเพียง 1,000 บาทเท่านั้น ต่อไปจะมีการผลิตโลงเด็กมีภาพลายการ์ตูนที่พ่อแม่รู้ว่าเด็กชอบ
เป็นอีกคลิปไวรัลจริงๆ โดยคลิปนี้โพสต์โดยคุณ Chartchay Noisakul ระบุว่า “วูดดี้! มาเห็นคลิปนี้ มีร้องไห้เลย” ลองคลิกดูเลยแล้วจะรู้ว่าฮาขนาดไหน ทำไมยอดคนดูจึงมีมากกว่า 1.6 ล้านวิวทีเดียว ขอบคุณคลิปจากเฟซบุ๊ค Chartchay Noisakul ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ร่างปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ได้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ทั้ง 3 วาระแล้ว โดยภายในเดือนเม.ย.นี้ สนช.จะส่งร่างแก้ไขกลับไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาก่อนลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดจะมีผลบังคับใช้เดือนกันยายนนี้ พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังจัดทำกฎหมายลูก ซึ่งจะกำหนดหลักเกณฑ์พฤติกรรมทางการค้า และเตรียมพร้อมแยกสำนักงานแข่งขันทางการค้าออกมาเป็นองค์กรอิสระ รวมถึงการคัดเลือกคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (บอร์ด) ชุดใหม่ กฎหมายที่ปรับปรุงใหม่จะส่งผลดีต่อการกำกับดูแลธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมกฎหมายจะใช้โทษอาญา ทำให้การดำเนินการต้องใช้ระยะเวลานาน แต่กฎหมายใหม่ได้เพิ่มโทษทางปกครองทำให้บอร์ดแข่งขันฯมีอำนาจในการสั่งหยุดพฤติกรรมได้ทันที และสั่งปรับโทษทางปกครอง เพื่อหยุดความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่หากธุรกิจที่ถูกโทษทางปกครองไม่เห็นด้วย สามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้เช่นกัน ส่วนโทษทางอาญาหากสรุปผลมีมูลความผิดชัดเจนแล้ว จะส่งให้อัยการทำเรื่องฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญา จ
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบที่ 2 วันนี้เป็นวันแรก โดยจะดำเนินการต่อเนื่อง ไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค. 2560 เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยที่เป็นปัจจุบันและจัดสวัสดิการช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเมื่อปีที่แล้วมีประชาชนไปลงทะเบียนทั้งสิ้น 8,375,383 ราย แต่เป็นผู้มีสิทธิ์ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 1,500 บาท และ 3,000 บาท จำนวน 7,715,359 ราย โดยในจำนวนนี้ได้รับเงินโอนไปแล้ว 7,525,363 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 97.5 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด ส่วนที่เหลือไม่ได้รับเงินโอนเนื่องจากไม่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ไม่ไปติดต่อกับธนาคาร หรือบัญชีติดอายัด ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับโครงการนี้เป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นช่องทางให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยโดยตรง โดยฝากเชิญชวนให้ผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่ประกาศไว้ไปลงทะเบียนได้ที่ ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน และ ธ.ก.ส. ทุกสาขา สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานเขตใน กทม. เพื่อรับบัต
ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) กล่าวถึงกรณีนโยบายรัฐบาล “ เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” (Universal Coverage for Emergency Patients : UCEP) กำหนดให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ได้ทุกแห่ง เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินในระยะ 72 ชั่วโมงแรก ว่า จากการติดตามในช่วง 1 วันที่ผ่านมา มีการติดต่อสอบถามมายังศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต โทร. 02 872 1669 มีผู้สอบถามเข้ามา 56 ราย ในกลุ่มนี้เข้าเกณณ์ฉุกเฉินวิกฤต 25 ราย ไม่ข้าเกณฑ์ 31 ราย และนอกนั้นอีก 120 ราย ซึ่งไม่ใช่ผู้ป่วยแต่สอบถามเกี่ยวกับรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิฯ ยังได้จัดทำข้อมูลเผยแพร่ในชื่อชุด 9 ข้อควรรู้ก่อนใช้สิทธิ์ UCEP ให้ประชาชนไว้ใช้ศึกษาก่อนเพื่อทำความเข้าใจก่อนใช้สิทธิ UCEP ซึ่งชุดข้อมูลมีรายละเอียดดังนี้ 1. UCEP คืออะไร UCEP คือ นโยบายรัฐบาล “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” Universal Coverage for Emergency Patients (UCEP) กรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนนอกคู่สัญญา 3 กองทุน(กองทุน
วันที่ 2 เม.ย. ที่จังหวัดชัยนาท ผู้สื่อข่าว รายงานว่า มีชาวชัยนาท ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 จำนวน 3 ราย เข้าแจ้งความเพื่อบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองชัยนาท เป็นสลากจำนวน 5 คู่ รวมมูลค่า 30 ล้านบาท ประกอบด้วย นายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี อยู่ตำบลในเมือง อ.เมือง ถูก 3 คู่ 18 ล้านบาท นางบุญชู (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี อยู่ตำบลกะบกเตี้ย อ.เนินขาม ถูก 1 คู่ 6 ล้านบาท และ นางมัณฑนา (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี อยู่ตำบลชัยนาท อ.เมือง ถูก 1 คู่ 6 ล้านบาท นางบุญชู เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ประกอบอาชีพรับจ้างอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลท่าชัย อำเภอเมืองชัยนาท โดยปกติมีคนขี่จักรยานเข้าไปขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นประจำ ซึ่งขายเงินเชื่อ ครั้งนี้คนขายสลากฯ ได้เดินทางเข้าไปขายที่โรงงานในช่วงสายของวันที่ 1 เมษายน เด็กขายสลากขอให้ช่วยซื้อกลัวขายไม่หมด จึงช่วยซื้อไว้แล้วแบ่งกับป้ามัณฑนา คนละใบ ซึ่งเป็นเลขเหมือนกัน พอตกเย็นผลสลากฯ ออกมาปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 จึงชวนกันไปแจ้งความบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองชัยนาท ได้คุยกับครอบครัวแล้วจะเดินทางไปขึ้นเงินที่กองสลากฯ ในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) ทั้งน
จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เพชร พลอย โพสต์ข้อความขอแชร์ประสบการณ์ หลังจากที่เปิดบัญชีกับธนาคารแห่งหนึ่ง จากนั้นพนักงานธนาคารได้ชวนให้ทำประกันในคราวแรก 2 ฉบับ จากนั้นพนักงานธนาคารขอให้ซื้ออีก จึงซื้อไปทั้งสิ้น 5 ฉบับ ซึ่งเป็นการทำประกันอุบัติเหตุให้กับสามีจากนั้นพนักงานได้ขอให้ซื้ออีก แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เนื่องจากซื้อไปหลายฉบับแล้ว ต่อมาประมาณ 4 เดือนหลังจากทำประกัน สามีได้ประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์แหกโค้ง เสียชีวิตคาที่ จากนั้นจึงได้ติดต่อไปยังบริษัทประกันภัย แต่ถูกบริษัทให้เรารอด้วยเหตุผลที่ว่าไม่เชื่อว่าสามีเราเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทั้งที่มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงจาก สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่เกิดเหตุ และตำรวจปราบปรามภาค 4 โดยได้สรุปว่าเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ จักรยานยนต์แหกโค้ง คอหัก เสียชีวิตคาที่ จากนั้นบริษัทได้ให้ชุดสืบสวนชุดใหม่มาทำการสอบสวน จากการสอบสวนของกองบังคับการ กองปราบปราม 3 สรุปว่า ไม่พบว่าการเสียชีวิตของผู้ตายเกิดมาจากอุบัติเหตุแต่อย่างใด บริษัทจึงจำเป็นต้องยึดถือผลการสอบสวนคดีดังกล่าว ประกอบการพิจารณาจ่ายสินไหม เนื่องจากกรมธรรม์ฉบับนี้เป็นประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทา
