ข่าววันนี้
เดินหน้าสานต่อโครงการสร้างสรรค์สังคม บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยผลิตภัณฑ์วาโก้ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมด้วยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวโครงการและนิทรรศการ “วาโก้ บราเดย์ บรามีค่า…สร้างอาชีพ รักสิ่งแวดล้อม ปี 6” ภายใต้แนวคิด Zero Waste (ขยะ เท่ากับ ศูนย์) และ Social Enterprise (สร้างอาชีพ สร้างรายได้) อย่างเป็นทางการ ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่น แนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินโครงการต่อเนื่องปีที่ 6 นี้ ตั้งเป้ายอดบริจาคบราสะสมเพิ่มจาก 150,000 ตัว เป็น 200,000 ตัว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายอย่างมีคุณค่า ตลอดจนเป็นอีกหนึ่งโครงการที่กระตุ้นและรณรงค์ให้ผู้หญิงทั่วประเทศหันมาเช็กสุขภาพบราและสร้างบุคลิกภาพที่ดี ด้าน พงษ์สันติ์ วงษ์เสริมหิรัญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์วิจัยพัฒนาและนวัตกรรม บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
วันที่ 3 มี.ค. นางคำปอง เหลาคำ อายุ 66 ปี เดินทางเข้าพบร.ต.อ.สุริยา ผลชู รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความว่าลืมกระเป๋าสะพายสีดำไว้ในรถแท็กซี่ ภายในมีสร้อยคอทองคำหนัก 14 บาท และเงินสด 5,000 บาท หลังเรียกใช้บริการให้ไปส่งที่หมู่บ้านกฤดานคร 19 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงเดินทางมาแจ้งความดังกล่าว ต่อมาพ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบลูย์ชัย รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งว่ามีคนขับรถแท็กซี่มาตามหาคุณป้าที่ลืมกระเป๋าสะพายไว้ที่หมู่บ้านกฤดานคร 19 จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.คลองหลวง ให้ไปรับตัวมา จากการสอบถามนางคำปอง บอกว่าตนได้นั่งรถแท็กซี่มาจากตลาดรังสิต หลังจากกลับมาจากหาหมอที่โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ และได้ให้รถแท็กซี่มาส่งที่หมู่บ้านกฤดานคร 19 เมื่อถึงบ้านก็ได้ลงจากรถทันทีโดยไม่ได้นำกระเป๋าสะพายลงมาด้วย แต่เมื่อตนนึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าสะพายไว้จึงได้มาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านนายสมศักดิ์ แก้วสอนดี อายุ 47 ปี โชเฟอร์แท็กซี่โตโยต้า สีเขียว หมายเลขะเบียน มช 8541 กรุงเพมหานคร บอกว่า หลังตนไปส่งคุณป้าแล้ว ก็ขับรถไปรับผู
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เที่ยวบินของสายการบินไทย ทีจี 963 ที่มีเส้นทางจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน-ภูเก็ต ซึ่งมีผู้โดยสาร 271 คน ลูกเรือและนักบิน 18 คน มีกำหนดออกเดินทางประมาณ 21.30 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ถูกขู่วางระเบิด โดยได้ย้ายผู้โดยสารลงจากเครื่องเข้าพักที่โรงแรม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสัมภาษณ์ผู้โดยสารรายบุคคลทุกคนจนเสร็จในช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้เครื่องบินลำดังกล่าวยังจอดอยู่ตรงบริเวณลานจอด และยังไม่อนุญาตให้นำกระเป๋าและสัมภาระทั้งหมดของผู้โดยสารและลูกเรือออกจากเครื่อง เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบวัตถุระเบิด และยังไม่ทราบรายละเอียดของการขู่วางระเบิดแต่อย่างใด ด้าน ร.อ.ปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีเที่ยวบินที่ทีจี 963 เส้นทาง สตอกโฮล์ม – ภูเก็ต – กรุงเทพฯ ออกเดินทางล่าช้า ว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค. เวลาประมาณ 16.45 น. (เวลาท้องถิ่น) เที่ยวบินดังกล่าวเตรียมออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ขณะทำการขับเครื่องบิน (TAXI) ออกจากบริเวณหลุมจ
โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยชุดโครงการพัฒนาหัวข้อวิจัยเชิงรุกสำหรับภาคอุตสาหกรรม ประจำปี 2560 จัดการบรรยายพิเศษหัวข้อ “รับทุนวิจัยหนุนผู้ประกอบการไทยต่อยอดธุรกิจปั้นเงินล้าน” เพื่อประชาสัมพันธ์ทุนวิจัยของ พวอ. แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน Thailand Industrial Fair 2017 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ให้ได้รับทราบมุมมองในการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาของภาคอุตสาหกรรมและมุมมองจากผู้ประกอบการที่นำผลงานไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ตลอดจนการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และการประชาสัมพันธ์ทุนวิจัย พอว. โดย รศ. ดร.ประเสริฐ ภวสันต์ ผู้อำนวยการ พวอ. ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ รองเลขาธิการ สวทน. กล่าวถึงแนวทางความช่วยเหลือจากภาครัฐสู่ภาคเอกชนว่า มาตรการและกลไกสนับสนุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องมีการวางแผนกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคมมากที่สุด โดยประเด็นสำคัญคือโอกาสและช่องทางสำหรับผู้ประกอบการในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมา
จากกรณีเครือข่ายประชาสังคมออกมาคัดค้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมใช้ ม.44 แก้ปัญหาความล่าช้าคำขอสิทธิบัตรที่ค้างอยู่กว่า 12,000 ฉบับ ซึ่งคาดว่าเป็นคำขอเกี่ยวกับยาถึง 3,000 ฉบับ และเกือบทั้งหมดเป็นคำขอสิทธิบัตรแบบ Evergreening หรือสิทธิบัตรที่ไม่มีความใหม่ เป็นสิทธิบัตรไม่มีวันตายนั้น เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ได้กำชับทาง นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งจะไปประชุมร่วมกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า อย.ทำเรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับยา เพื่อให้ชัดเจน โดยในเรื่องสิทธิบัตร จากนี้ให้ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นคนให้ข้อมูลดีกว่า โดยให้ผู้รับผิดชอบเป็นคนตอบ ส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จะเน้นเรื่องการขึ้นทะเบียนยาเป็นหลัก “เรื่องสิทธิบัตรยาที่เป็นประเด็น ก็ต้องไปแยกกันให้ชัด และอยากให้ไปถามกรมทรัพย์สินทางปัญญาดีกว่า เพราะก่อนหน้านี้ที่ผมได้ยินมาคือ คำขอสิทธิบัตรที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการมี 20,000 รายการ โดยมีประมาณ 12,000 รายการที่จะออกมาใน 3 เดือน ส่วนเรื่องของยาประมาณ 5,0
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2560 ที่ จ.สงขลา มีกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าในตลาดกิมหยง ตลาดดังคู่เมืองหาดใหญ่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่หลายร้อยคน รวมตัวกันประกาศปิดตลาด หยุดขายสินค้า 1 วันในวันนี้ พร้อมกับทยอยเดินทางไปที่สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ เรียกร้องให้มีการทบทวนการเรียกเก็บค่าภาษีเพิ่มจากบริษัทผู้บริหารตลาดกิมหยง โดยได้มารวมตัวกันที่หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ พร้อมป้ายข้อความแสดงถึงความไม่เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม ซึ่งพ่อค้า-แม่ค้าบอกว่า ตลาดกิมหยงนั้นอยู่คู่เมืองหาดใหญ่มานาน ผู้ค้าส่วนใหญ่ได้มีการเซ้งแผงร่วมเป็นเจ้าของตลาด และจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเป็นตัวแทนนิติบุคคลในการบริหารจัดการตลาดในรูปแบบของเอกชน ล่าสุดทางบริษัทได้ส่งหนังสือถึงพ่อค้า-แม่ค้า อ้างว่าเทศบาลนครหาดใหญ่เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมกับทางบริษัท จึงต้องมาเรียกเก็บเพิ่มจากผู้ค้า จากเดือนละ 1,200 บาท เป็น 3,000 บาท หรือเพิ่มอีกเดือนละ 1,800 บาท ซึ่งสร้างภาระให้กับผู้ค้า เนื่องจากปัจจุบันแผงค้าที่มีอยู่ 523 แผงนั้น ส่วนหนึ่งผู้ค้ารายเดิมทำการค้าขาย แต่อีกส่วนหนึ่งเปิดให้เช่าช่วงต่อ ซึ่งผู้เช่าช่วงต้องจ่ายรายเดือนเป็นค่าเช่าแผง
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดตัวโครงการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (YEN-D) ซีซั่น 3 ว่า ปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าชายแดนให้เติบโตแบบก้าวกระโดดโดยมีมูลค่าอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีมูลค่า 1.47 ล้านล้านบาท ด้วยการเดินกลยุทธ์หลัก คือ พัฒนาด่านการค้าชายแดนใหม่ๆ ที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นมา พัฒนาด่านค้าชายแดนเดิมให้มีการนำเอาไอทีมาใช้อำนวยความสะดวก ใช้(จังหวัด)เลยโมเดล ซึ่งพัฒนาผู้ประกอบการที่อยู่ในจังหวัดติดชายแดนทำการค้า และการสานต่อโครงการ YEN-D ผลักดันความร่วมมือให้กับผู้ประกอบการไทยและประเทศเพื่อนบ้าน “มั่นใจว่าโครงการ YEN-D รุ่นที่ 3 จะมีส่วนช่วยขยายการค้าได้เพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะการขยายการค้าเข้าไปยังจังหวัดชายแดนที่มีศักยภาพของประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับไทย โดยรุ่นนี้ได้เชิญผู้ประกอบการเพื่อนบ้านที่อยู่ตามแนวชายแดนเข้ามาร่วมเพิ่มมากขึ้น เช่น ตองยี เมียวดี เมาะลำไย เชียงตุง ท่าขี้เหล็ก ของพม่า พระตะบอง ไพลิน และศรีโสภณ ของกัมพูชา หลังจากจัดโครงการมา 2 ปี ได้รับการตอบรับดี สร้างมูลค่าการค้าได้แล้
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) กล่าวในงานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเอสเอ็มอี ปีงบประมาณ 2560 ว่า ปี 2560 สสว.เตรียมนำสินค้า บริการ จากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) จำนวน 65,000 ราย หรือไม่ต่ำกว่า 100,000 ผลิตภัณฑ์ เข้าจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ โดยขั้นตอนดำเนินการของโครงการนี้ สสว.จะจัดหาผู้เชี่ยวชาญฝึกอบรมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้เข้าใจวิธีการขายสินค้าในระบบอี-คอมเมิร์ซ และเข้าใจวิธีสร้างเวปเพจของตนเองเพื่อจำหน่ายสินค้า นอกจากนี้สสว.จะหาผู้เชี่ยวชาญถ่ายภาพสินค้าและช่วยเขียนคำบรรยายให้โดนใจผู้ซื้อ และนำสินค้าขายผ่านเว็ปไซต์ หรือมาร์เก็ต เพลส ซึ่งเป็นนิยม อาทิ LAZADA Weloveshopping TARAD.COM ให้ช่วยโปรโมทสินค้าให้ในช่วงแรกเพื่อให้สินค้าขายได้จริง ขณะเดียวกันสสว.จะนำสินค้าทั้งหมดจำหน่ายผ่านเว็ปไซต์ SMEs Go Online ของสสว. เพื่อนำสินค้าขายอีกทาง และเน้นตลาดในประเทศก่อนทั้งขายปลีกและขายส่ง ส่วนตลาดต่างประเทศจะเน้นขายปลีกสู่ผู้บริโภคโดยตรง(บีทูซี) เป็นหลัก ที่มา มติชนออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 มีนาคม) นายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ประเด็นปัญหาพลังงานไฟฟ้าของไทยในขณะนี้ โดยมีรายละเอียดระบุว่า มีความพยายามจะบอกว่าประเทศเราไฟฟ้าไม่พอ ต้องซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ แล้วที่เหลืออยู่กว่า 10,000 เมกะวัตต์นั้นคืออะไร การเหลือเหล่านี้คือต้นทุนที่คนไทยต้องจ่ายหลายแสนล้านผ่านค่าไฟฟ้าทุกเดือน ลองมาดูความจริง…เราซื้อไฟฟ้าจากลาวตอนนี้ประมาณ 3,500 เมกะวัตต์ แต่เมื่อไปดูผู้ถือหุ้นแล้ว ล้วนเป็นบริษัทไทยที่ถือหุ้นใหญ่จากโรงไฟฟ้าเหล่านี้ เพียงแต่ตั้งอยู่ในประเทศลาว แล้ว กฟผ.ก็ทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าบนผลประโยชน์ของเอกชนและบริษัทลูกของ กฟผ. 1.เทิน-หินบุน (ลาว) 2.ห้วยเฮาะ (ลาว) 3.น้ำเทิน 2 (ลาว) 4.น้ำงึม 2 (ลาว) 5.บริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด (โรงไฟฟ้าหงสา) นายประสิทธิชัยระบุอีกว่า หากสืบสาวไปดูในลาว เวียดนาม พม่า จะพบว่าทุนไทยนั้นเป็นผู้ลงทุนสำคัญในโรงไฟฟ้าเหล่านี้ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไฟฟ้ากลายเป็นธุรกิจที่แสวงหากำไร จึงเกิดยุทธการอาเซียน เพาเวอร์ กริด เริ่มต้นจากการเอาไฟฟ้าจากลาวไปขายมาเลเซีย โดยผ่านสายส่งในประเทศไทย สาย
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. … ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 3 และเห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ร่างกฤหมายดังกล่าวเป็นการปรับปรุง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 และพ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 มีจำนวนทั้งสิ้น 79 มาตรา โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นไปตามที่กมธ.ได้แก้ไข ซึ่งสาระสำคัญเป็นที่น่าสนใจ อาทิ การมีคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ จำนวน 23 คน โดยมีรมว.สาธารณสุข เป็นประธาน ,คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด พร้อมทั้งกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกมธ.ได้ตัดคุณสมบัติต้องห้าม ที่ระบุว่าห้ามเป็นโรคเสพติดผลิตภัณฑ์ยาสูบออกจากร่างเดิม นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้แก้ไขคำนิยาม “โรคเสพติดผลิตภัณฑ์ยาสูบ” โดยตัดคำ “โรค” ทิ้ง เหลือเพียงคำว่า “เสพติดผลิตภัณฑ์ยาสูบ”เท่านั้น อย่างไรก็ตามเนื้อหาสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว อยู่ที่มาตรา 26 กำหนดไม่ให้ขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแ
