ข่าววันนี้
เช้าวันที่ 18 พฤศจิกายน บริเวณยอดดอยอินทนนท์และจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปรอชมแสงแรกของวันใหม่ แต่อุณหภูมิเข้านี้กลับสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน วัดได้ 9 องศาเซลเซียส สร้างความผิดหวังเล็กน้อยแก่นักท่องเที่ยว เนื่องจากทุกคนแอบลุ้นว่าน่าจะเกิดน้ำค้างแข็ง หรือเหมยขายแรกของฤดูหนาวปีนี้ จึงต้องลุ้นกันต่อไป แต่อย่างไรก็ตามบริเวณยอดดอยอินทนนท์ยังคงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 6 องศาเซลเซียส นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เปิดเผยว่า ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ดอกกุหลาบพันปี (คำแดง) เริ่มคลี่กลีบสีแดงสดให้ชื่นชมความสวยงามกลางลมหนาวแล้วในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน และคาดว่าจะเริ่มยานสะพรั่งไปเรื่อยๆ ตลอดฤดูหนาวนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบนักท่องเที่ยวมือบอนเขียนชื่อตนเองไว้ตามแผ่นหินหลายจุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ถือเป็นการรังแกธรรมชาติ เจ้าหน้าที่กำลังแก้ไขและแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวว่าหากพบผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า วันที่ 18 พฤศจิกายน อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงเล็
วันนี้ (17 พฤศจิกายน) โลกออนไลน์มีการแชร์วิชาการเรียนรู้ใหม่ ชื่อวิชา “การตายอย่างมีคุณภาพ” ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Beautiful Death” สังกัดศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ หลังจากมีภาพชื่อรายวิชาดังกล่าวหลุดออกไป ปรากฏว่ามีการพูดถึงกันอย่างมาก ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบางส่วนมองว่าเป็นวิชาที่น่าสนใจและไม่เคยได้ยินมาก่อน บางส่วนเห็นว่าคล้ายกับหลักธรรมทางศาสนา ขณะที่บางความเห็นระบุว่า “เคยเรียนวิชามรณศึกษา แต่ไม่ใช่ที่จุฬาฯนะ เรารู้สึกว่าดี ไม่ได้แบบปลง ธรรมะไรเลยนะ แค่คิดว่ามีประโยชน์ดี” นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าวิชาลักษณะดังกล่าวยังมีอยู่อีกแห่งคือที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ที่อยู่ในชื่อวิชา “ชีวิตและความตาย” อีกด้วย ซึ่งเปิดเป็นวิชาเลือก รับเฉพาะนิสิตปี 3 ขึ้นไป ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ของศูนย์การศึกษาทั่วไประบุถึงวัตถุประสงค์ของวิชานี้ว่า 1.อธิบายความหมายและความสำคัญของการตายและการตายอย่างมีคุณภาพ 2.อธิบายความเชื่อและความคิดเกี่ยวกับความตายในมุมมองต่างๆ 3.วิเคราะห์แนวคิดที่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตและความตายอย่างมีคุณภาพ 4.อภิปรายความสัมพันธ์ของแนวทางการดำเนินชีวิตและกา
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกเนื่องจากทัศนวิสัยลดลง สำหรับตอนล่างของภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2559 คลื่นกระแสลมตะวันออกจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนได้ ในระยะนี้ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ตอนล่างของภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักได้บางแห่ง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-2
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดโรคระบาดในกระบือและเริ่มล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดที่บ้านเขาด้วน หมู่ 9 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นกระบือเจ้าของเดียวกัน จำนวนทั้งหมด 47 ตัว เบื้องต้นได้ตายแล้ว 19 ตัว ซึ่งกระบือดังกล่าวมีนายสุทัศน์ สมทอง อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของ หลังจากเกิดเหตุปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรี ประสานไปยังปศุสัตว์จังหวัดปราจีนบุรี และปศุสัตว์เขต 2 ชลบุรี เข้าไปตรวจสอบพบว่ามีกระบือทั้งเพศผู้และเพศเมียนอนตายเกลื่อนทุ่ง รวมถึงที่กำลังจะตายอีกจำนวนมาก จากนั้นนำกระบือที่ตายใส่รถบรรทุก เพื่อทำการฝังกลบต่อไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าไปควบคุมโรคแล้ว สำหรับกระบือตัวที่ตายได้ทำการใช้วิธีฝังกลบ โดยใช้รถแบ็กโฮขุดหลุมลึกประมาณ 10 เมตร ก่อนนำกระบือที่ตายแล้วทั้งหมดนำมาใส่หลุม ก่อนฝังใช้ปูนขาวโรยลงไปหลุมและฉีดยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันโรคระบาด เบื้องต้นสันนิฐานว่าเป็นโรคคอบวม ขณะนี้ได้ส่งเนื้อเยื่อไปพิสูจน์ที่ปศุสัตว์เขต 2 ชลบุรี พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและป้องกันโดยแยกกระบือไว้ห่างไกล ด้านนายสุทัศน์ สมทอง เจ้าของกระบือ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้
สัปดาห์นี้เจ๊ฮาโกะยังคงพาคุณผู้อ่านอยู่กับ “อิวานกา ทรัมป์” ลูกสาวว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ที่สวยสุด ฮอตสุดเเละดังสุดๆในเวลานี้ (คลิกอ่านเรื่องราวชีวิตของเธอ ที่นี่) อย่างที่รู้ๆว่ากันเเหละว่านอกจากเป็นรองประธานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของพ่อเเล้ว สาวอิวานกายังมีเเบรนด์เเฟชั่นเป็นของตัวเองในชื่อ (ของเธอเอง) “Ivanka Trump” เเละเเล้วล่าสุดก็มีประเด็นดราม่าเกิดขึ้นจนได้ เนื่องจากมีกระเเสติติงมาว่าเธอได้ทำธุรกิจโปรโมทสินค้าเเบรนด์ตัวเองผ่านรายการที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” พ่อของเธอให้สัมภาษณ์ครั้งเเรก ภายหลังชนะเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรายการ 60 มินิตส์ ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระหว่างการให้สัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คูลซีฟของครอบครัวทรัมป์ อิวานกาลูกสาวคนโตของบ้าน นั่งสวยเด่น สวมกำไลหรู มูลค่า 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 460,000บาท) ดูก็ไม่เเปลกอะไรหรอก ถ้าเรามีเเบรนด์ตัวเองเราก็จะใส่ของเราเหมือนกัน เเต่เอ๊ะ…เเล้วมันดร่าม่ายังไง ก็เรื่องมันคงจะปกติเเหละ เเต่วันรุ่งขึ้นก็มีอีเมลขายของส่งไปให้นักข่าว บล็อกเกอร์เเฟชั่นทั่
หมากับแมวยังเป็นเพื่อนกันได้ (อาจจะเป็นเพื่อนรักแบบหักเหลี่ยมโหด) แล้วทำไมสัตว์อย่างแพะกับลิงจะเป็นเพื่อนกันบ้างไม่ได้ ชมคลิปความน่ารักระหว่างเจ้าแพะผู้แบกลูกลิงน้อยกระเตงติดตัวไปตลอดเวลา จะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหนลองชมกันดู ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เมื่อเวลา 20.25 น. วันที่ 17 พ.ย. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 4 ความว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระปรอท (ไข้) สูง แต่ทรงรู้พระองค์ดี ผลการตรวจพระโลหิตพบว่าระดับเม็ดพระโลหิตขาวสูงขึ้น บ่งว่ามีอาการอักเสบ คณะแพทย์ฯ จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผลการตรวจทางรังสีวิทยา พบมีการอักเสบของพระปัปผาสะ (ปอด) คณะแพทย์ฯ จึงได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะ ในวันนี้ พระปรอทลดลง หายพระทัยได้ดี เสวยพระกระยาหารได้ดี คณะแพทย์ฯ จะได้ถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะอีกระยะหนึ่ง และถวายการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูต่อไป จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2559 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เอเอฟพีรายงานวันที่ 17 พ.ย. ว่า สำนักประมูลโซเธบีทำเงินในการประมูลอัญมณีล้ำค่าประจำปีที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เกิน 100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,500 ล้านบาท เมื่อคืนวันพุธที่ 16 พ.ย. อัญมณีที่ฮือฮาเป็นพิเศษ ได้แก่ เพชร “สกายบลู” เพชรสีฟ้า 8.01 กะรัต ที่ตกทอดมาจากราชวงศ์รัสเซีย ประดับบนแหวนของคาร์เทียร์ ทำเงินได้ 17.1 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 600 ล้านบาท “Sky Blue Diamond” (AP) เพชรสกายบลูดังกล่าว ทำราคาได้สูงขึ้นร้อยละ 33 จากเมื่อปี 2555 ที่เคยทำไว้ 12.8 ล้านดอลลาร์ ตอกย้ำว่ากระแสเพชรหลากสีสันกำลังได้รับความนิยม อัญมณีที่ขโมยซีนในงานนี้เป็นเพชรสีชมพู 17.07 กะรัต ทำเงินได้ถึง 18.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 640 ล้านบาท มากกว่าเม็ดสกายบลู โทเบียส คอร์มินด์ หัวหน้าทีมขาย 77 Diamonds ผู้ค้าปลีกอัญมณีออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป กล่าวว่า เพชรที่มีสีและหาได้ยากแบบนี้ ทำให้เกิดการแข่งขันในการประมูลสูงมาก อย่างไรก็ตาม สำนักประมูลโซเธบี ไม่อาจขายอัญมณีล้ำค่าอีกสองชิ้นได้ เนื่องจากไม่มีผู้ให้ราคาที่คู่ควร ชิ้นแรกเป็นชุดเครื่องเพชรของจักรพรรดินีแคเธอรีนที่ 1 ทรงได้รับจากพระเจ้าซาร์ ปีเ
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่วัดพระธาตุดอยคำ เลขที่ 108 หมู่ที่ 3 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีประชาชนต่างหลั่งไหลขึ้นมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขึ้นมาชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ จำนวนมาก และที่ขาดไม่ได้เลย คือขึ้นมากราบไหว้องค์หลวงพ่อทันใจเพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จ ในเรื่องต่างๆ ขณะที่ นางศิวณัฐ รัชตดำรงรัตน์ หรือป้าอ้วนดอยคำ อายุ 63 ปี ได้นำพวงมาลัยดอกมะลิจำนวน 5,000 พวง เพื่อมาแก้บนองค์หลวงพ่อทันใจ เนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา สลากกินแบ่งรัฐบาลเลขท้าย 2 ตัว ล่างออกเลข 44 ทำให้ตนถูกล็อตเตอรี่ 2 ตัวเลข 44 จำนวน 1,048 ใบ และเลข 3 ตัว 570 และ 558 รวมอีกจำนวน 28 ใบ ได้เงินล้านกว่าบาท จึงต้องนำพวงมาลัยดอกมะลิมาแก้บน ป้าอ้วนกล่าวว่า หลังจากที่เสร็จสิ้นจากงานทอดผ้าพระกฐินวัดพระธาตุดอยคำเสร็จสิ้น ตนได้จุดธูปขอพรองค์หลวงพ่อทันใจ ให้มีโชคลาภจากนั้นก็ไปเสี่ยงเซียมซี เลข 44 ตกลงมา จึงนำไปซื้อล็อตเตอรี่ เท่าที่จะไปซื้อเก็บมาได้ จึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่ถูกหวยติดต่อกันถึง 62 ติดต่อกัน นับเป็นความโชคดีอย่างมาก เนื่องจากตนเองได้ทำบุญ ทำทาน มาตลอดทั้งชีวิต ที่มา เชียงใหม่
นายธิติ โตวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด ผู้นำธุรกิจการจัดการน้ำดีและน้ำเสีย ภายใต้ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ DOS เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตลาดเครื่องผลิตน้ำประปา และเครื่องรีไซเคิลน้ำเสีย ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องขึ้นทุกปี ปัจจัยบวกมากจากลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงชุมชน ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้า และขยายฐานลูกค้า ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานสัมนา หัวข้อ “นวัตกรรมผลิตน้ำประปาและ รีไซเคิลน้ำเสียโดย DOS”โดยเชิญวิทยากรจากประเทศเยอรมัน และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศผู้นำและผู้ออกแบบนวัตกรรมที่เป็นต้นแบบการจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาบรรยายเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการจัดการน้ำ ภายในงานดังกล่าวบริษัทฯ ยังได้รวบรวมสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงมาจัดแสดง ปัจจุบันระบบการผลิตน้ำประปา ภายใต้สภาพน้ำดิบที่แตกต่างกัน และระบบบำบัดน้ำเสียร่วมกับการรีไซเคิล กำลังขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้จัดงานสัมมนาสร้างการรับรู้ เพื่อกระตุ้นตลาด โดยชูจุดแข็ง เช่น ระบบ DOS PCF ระบบผลิตน้ำประปา จากบริษัท Sseng ประเทศ
