ข่าววันนี้
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอร่วมสืบสานประเพณีไทย เนื่องในเทศกาลลอยกระทง และต้องการเผยแพร่ขนมธรรมเนียมไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัส จึงจัดเสิร์ฟขนมไทยเมนูพิเศษรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากเชฟครัวการบินไทย แก่ผู้โดยสารในเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เดินทางในวันลอยกระทง วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ในทุกเที่ยวบินขาออกจากกรุงเทพฯ ในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ดังนี้ ผู้โดยสารชั้นหนึ่งให้บริการด้วย “ขนมประทุมมาศ” ผู้โดยสารชั้นธุรกิจให้บริการด้วย “ขนมพลอยชลธี” และ “ขนมโคพันนารายณ์” ส่วนผู้โดยสารชั้นประหยัดให้บริการด้วย “ขนมมุกวารี”
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศการท่องเที่ยวฤดูหนาวเริ่มคึกคักอีกครั้ง มีประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างวางแผนจับจองที่พัก เพื่อเดินทางมาเที่ยวชมงานไหลเรือไฟ ภายใต้ชื่องาน ร้อยดวงใจลอยเรือไฟ ถวายพ่อหลวง รำลึก 61 ปี ในหลวงเคยเสด็จประทับแรม ทอดพระเนตรไหลเรือไฟ จ.นครพนม เป็นครั้งแรก โดยทางจังหวัดนครพนม ได้เตรียมพร้อมจัดงานไหลเรือไฟย้อนหลัง ในระหว่างวันที่ 13 -20 พฤศจิกายน 2559 หลังจากมีการเลื่อนกำหนดการงานออกพรรษาไหลเรือไฟ ประจำปี 2559 เพื่อเป็นการถวายอาลัย จากเดิมในวันที่ 16 ตุลาคม 2559 ซึ่งจะมีการไหลเรือไฟในคืนวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 ร่วมกับกิจกรรมงานประเพณีลอยกระทง สำหรับกิจกรรมภายในงานจะเน้นการประกวดไหลเรือไฟ ร้อยดวงใจถวายอาลัยแด่พ่อหลวง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย ซึ่งภายในเรือไฟ ไหลไปตามลำน้ำโขงตลอดแนวสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ส่วนเรือไฟทั้งหมด 10 ลำ ขนาดความยาวประมาณ 50-80 เมตร ความสูงประมาณ 50 -60 เมตร ประกอบด้วยตะเกียงไฟ ประมาณ 20,000-30,000 ดวง จะเน้นลว
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอร่วมสืบสานประเพณีไทย เนื่องในเทศกาลลอยกระทง และต้องการเผยแพร่ขนมธรรมเนียมไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัส จึงจัดเสิร์ฟขนมไทยเมนูพิเศษรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากเชฟครัวการบินไทย แก่ผู้โดยสารในเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เดินทางในวันลอยกระทง วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ในทุกเที่ยวบินขาออกจากกรุงเทพฯ ในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ดังนี้ ผู้โดยสารชั้นหนึ่งให้บริการด้วย “ขนมประทุมมาศ” ผู้โดยสารชั้นธุรกิจให้บริการด้วย “ขนมพลอยชลธี” และ “ขนมโคพันนารายณ์” ส่วนผู้โดยสารชั้นประหยัดให้บริการด้วย “ขนมมุกวารี” ที่มา มติชน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ยุโรปกำลังเผชิญกับการระบาดของเชื้อไวรัสหวัดนกสายพันธุ์ เอช5 เอ็น8 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ร้ายแรงครั้งใหม่ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน มีรายงานพบการระบาดของไวรัสดังกล่าวในประเทศเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย ก่อนหน้านี้มีการพบไวรัสหวัดนกสายพันธุ์เอช5 เอ็น8 ในประเทศฮังการี โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก และโครเอเชีย มาแล้ว ข่าวระบุว่า ที่ประเทศเยอรมนี มีรายงานพบการระบาดของเชื้อไวรัสหวัดนก เอช5 เอ็น8 ที่ฟาร์มไก่แห่งหนึ่ง ในรัฐชเลสวิช-ฮ็อลชไนต์ ทำให้ต้องฆ่าไก่ทิ้ง 30,000 ตัว และต้องปิดพื้นที่โดยรอบรัศมี 3 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ส่วนที่ประเทศออสเตรียมีรายงานการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกเป็นฟาร์มที่ 2 ที่รัฐโฟราร์ลแบร์ก ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนที่ติดกับประเทศเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ต้องฆ่าไก่ราว 4,000 ตัว และต้องเร่งตรวจสอบฟาร์มไก่ที่อยู่ใกล้กันว่าพบไวรัสดังกล่าวด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีรายงานยืนยันพบนกตายอยู่ตามริมทะเลสาบเจนีวา และเมื่อตรวจสอบ พบว่านกเหล่านี้ติดเชื้อหวัดนก ภาพจากAFP ที่มา มติชน
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แวดวงศาสนาในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ได้ศูนย์เสียพระเกจิชื่อดังอีกหนึ่งองค์ คือ หลวงพ่อเร่ง หรือ พระอธิการเร่ง ฐานธมโม อายุ 89 พรรษา เจ้าอาวาสวัดดงแขวน หมู่ 7 บ้านดงแขวน ตำบลสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งถือเป็นศิษย์เอกหลวงพ่อเคลือบ วัดหนองกระดี่ เกจิดังแห่งจังหวัดอุทัยธานี ได้ละสังขารลง เนื่องด้วยโรคหลอดลมตีบ และโรคชรา ที่โรงพยาบาลอุทัยธานี เมื่อเวลา 04.30 น. ของวันที่ 13 พฤศจิกายน โดยทางญาติและลูกศิษย์ ได้นำร่างของหลวงพ่อเร่ง กลับมายังวัดดงแขวน เพื่อนำศพไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัด พร้อมร่วมกันจัดให้มีพิธีรดน้ำศพ ในช่วงเวลา 15.0 0 น. เพื่อให้ประชาชนและศิษยานุศิษย์ได้ร่วมรดน้ำศพและกราบลาเป็นครั้งสุดท้าย โดยในด้านเกจิทางวัตถุมงคลนั้น หลวงพ่อเร่งท่านได้ทำวัตถุมงคลต่าง ๆ ไว้จำนวนหนึ่งแต่ที่จะเป็นที่นิยมในแวดวงลูกศิษย์นั้นจะเป็นตะกรุดหม้อผี และกลองยาว ซึ่งวัตถุทุกชิ้นนั้นหลวงพ่อเร่งจะเป็นผู้ลงยันต์อักขระและปลุกเสกด้วยตนเองทุกขั้นตอน ซึ่งด้านเมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี ซึ่งวัตุมงคลแต่ละชิ้นนั้นต้องรอคิวยาวบางทีถึง 3 เดือน ซึ่งถือเป็นการศูนย์เสียพระดีเ
ภาพประกอบ โดย EGG TARD จาก http://www.fotorelax.com/forum/index.php?topic=27381.0 วันที่ 13 พฤศจิกายน รศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์เรื่องข้อควรปฏิบัติตัว ในวันลอยกระทง เพื่อดูแลรักษาสภาพแวดล้อม ว่า ความเป็นจริงแล้ว การที่ต่างคนต่างเอากระทง ซึ่งทำจากวัสดุต่างๆไว้ลอยในน้ำนั้นเป็นการเพิ่มขยะแน่นอน แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นประเพณีที่ทำกันมานาน ไม่ทำก็ไม่ได้ ดังนั้น จะต้องวางแผนให้รัดกุมเพื่อให้เกิดขยะให้น้อยที่สุด และสามารถจัดการขยะนั้นให้เร็วที่สุดเช่นกัน “รูปแบบของกระทงมีหลายชนิด ถ้าพูดถึงความสะดวกในการเก็บ กระทงโฟมคงจะเก็บง่ายที่สุด กระทงที่เป็นขนมปัง ก็ใช่ว่าจะดี เพราะแป้งที่อยู่ในน้ำนานๆทำให้น้ำเน่าได้เร็วมาก ดังนั้น การเอากระทงขนมปังไปลอยที่ไหน ต้องให้มั่นใจว่า ในน้ำนั้นมีปลาจำนวนมากพอที่จะกินขนมปังให้หมด ด้วย ส่วนกระทงที่ส่งผลกระทบกับแหล่งน้ำน้อยที่สุดเวลานี้คือ กระทงน้ำแข็ง ผมว่าก็เป็นแนวคิดที่ดี แต่คนที่เอาไปลอยคงต้องทุ่มเทนิดหน่อยคือ ต้องหาลังโฟมใส่กระทงไว้ก่อนที่จะเอาไปลอย ป้องกันน้ำแข้งละลาย ก่อนจะเอาไปลอย ซึ่งกระทงน้ำแข็ง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ เบลล่า-ราณี แคมเปน นางเอกชื่อดังทางช่อง 3 เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปี 2558 หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาวิชาบริหารการสื่อสาร โดยมีผู้จัดฯ และเพื่อนดารา อาทิ จิ๋ม-มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช, โม-มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ, พรีม-รณิดา เตชสิทธิ์, บัว-วันสิริ อ่องอำไพ, พัดพัด-รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์ และแฟนคลับมาร่วมแสดงความยินดี ‘เบลล่า’ เผยความรู้สึกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “รู้สึกดีใจมาก เพราะกว่าจะได้ปริญญาใบนี้มาไม่ใช่ง่ายๆ เลย ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะได้จบภายใน 2 ปี ตอนที่เกรดออกว่าทุกอย่างผ่านก็โล่งมาก เพราะสิ่งที่ทำมาตลอดสองปีมันสำเร็จ ซึ่งระหว่างที่เรียนก็ถ่ายละครไปด้วยสองเรื่องตลอด ส่วนคุณแม่ก็ดีใจ จริงๆ เขาดีใจตั้งแต่ตั้งใจที่จะเรียนปริญญาโทแล้ว คือเหนือความคาดหมายของเขาเลยค่ะ” ถามถึงวินาทีที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตร กับพระบรมฉายาลักษ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นางเอกสาว กล่าวว่า “มีความขลังข้างในอย่างบอกไม่ถูก สำหรับเบลล่าเป็นบัณฑิตรุ่นสุดท้ายที่ได้รับกับพระ
แชร์กันกระหึ่มเน็ต เรื่องแสนเศร้าที่โพสต์โดยคุณ jeeja Phakwalan ระบุว่า วันนี้ นั่ง Taxi มาทำงาน เปิดประตูเพื่อจะขึ้นรถ ภาพแรกที่เจอมีเด็กนอนอยู่ที่เบาะท้ายรถ เราก็จะปิดประตูเพื่อเรียกคันใหม่ แต่ตาเหลือบไปเห็นพี่คนขับพร้อมกับไม้เท้า ใช่ค่ะพี่เค้าขาพิการ แล้วพี่เค้าก็บอกว่า “ขึ้นได้เลยครับ รถคันนี้พ่อขาพิการ หาเลี้ยงลูก 2 คน ปลอดภัย ไม่มีอันตราย เชิญครับเชิญ” พอได้ขึ้นรถมา ก็ได้มีการพูดคุยกับพี่เค้า อืมมม เรื่องมันเศร้านะ ภรรยาพี่เค้าเพิ่งเสียเมื่อปีที่แล้วถูกรถชน พี่เค้าเลยต้องเลี้ยงลูกคนเดียว 2 คน พี่เค้าเคยคิดจะฆ่าตัวตาย โอย น้ำตาจะไหล ในขณะที่เรามองหาตามหาสิ่งที่ขาดหาย อยากได้นู่นอยากได้นี่ มัวแต่คิดว่าทำไมถึงมีแต่ปัญหา แต่ถ้าเราลองมองถึงคนอื่นที่เค้าแย่กว่าเราและเค้ายังสู้กับปัญหาที่เค้าต้องเจอไปพร้อมกับการใช้ชีวิตให้มีความสุข นี่ซินะที่เค้าเรียกว่า “ใช้ชีวิตแบบพอเพียง” เป็นกำลังใจให้พี่คนขับและครอบครัวนะคะ ใครเจอหรือมีโอกาสได้ใช้บริการพี่เค้าช่วยๆกันนะคะ คนละเล็กละน้อย Taxi สีชมพู ทะเบียน ทล-8482 #เลขที่บัญชีลุง 1114288677 ธนาคาร ไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี ศตวรรษ จิตรงาม &
นายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) กล่าวว่า การดำเนินงานกำกับดูแลการประกอบการเหมืองแร่พบข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบและกำกับดูแลการประกอบการเหมืองแร่ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทั้งในแง่ของการควบคุมการทำเหมืองให้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต และควบคุมการลักลอบทำเหมืองโดยผิดกฎหมาย กพร.จึงได้มีการนำเทคโนโลยีการรังวัดสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) มาใช้สนับสนุนในการตรวจสอบกำกับดูแลกิจการการทำเหมืองแร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ขจัดปัญหาการเข้าถึงพื้นที่ที่เข้าถึงยาก หรือพื้นที่เสี่ยงอันตราย เช่น บริเวณหน้าผาสูงชัน หรือในบ่อเหมืองที่มีการทำงานของเครื่องจักรขนาดใหญ่อีกทั้งข้อมูลที่ได้จากการสำรวจเป็นข้อมูลแบบเป็นปัจจุบัน สามารถช่วยในการตัดสินใจหรือแก้ปัญหาตามสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบันมีการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ 2 ประเภท คือ อากาศยานไร้คนขับแบบปีกตรึง และอากาศยานไร้คนขับแบบปีกหมุน ซึ่งทั้ง 2 ประเภทมีข้อแตกต่างของคุณลักษณะในการปฏิบัติงาน กล่าวคือ อากาศยานไร้คนขับแบบปีกตรึงจะสามาร
พสกนิกรขอนแก่นเนืองแน่นทำบุญตักบาตรที่หน้าเจดีย์ 5 ชั้น ประดับภาพในหลวง 10,089 แผ่น ในงาน “เสด็จฟ้า สถิตไทย” ที่ ม.ขอนแก่น เพื่อแสดงความไว้อาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตครบ 30 วัน เมื่อเวลา 07.30น.วันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารพุทธศิลป์ ข้างบึงสีฐาน ซึ่งมีเจดีย์ 5 ชั้น ความสูง 16 เมตร เทียบเท่าอาคาร 5 ชั้น ประดับภาพในหลวง 10,089 แผ่น ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น สร้างขึ้นเพื่อจัดพิธีถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นกิจกรรมทางจังหวัดขอนแก่นร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดขึ้น ชื่อว่า “เสด็จฟ้า สถิตไทย” เพื่อแสดงความไว้อาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตครบ 30 วัน โดย นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร. กิตติชัย ไตยรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำข้าราชการ พนักงาน พ่อค้าประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป พร้อมมีพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรม
