ข่าววันนี้
กรมการจัดหางานเตือนนายจ้างรีบพาแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียนมาในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในปี 2559 มาจดทะเบียนต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2559 ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดใน 22 จังหวัดชายทะเลและกรุงเทพมหานครอีก 1 แห่ง หากพ้นกำหนด จะดำเนินการตรวจสอบ ปราบปรามอย่างเข้มงวด พบกระทำผิดถูกจับ ปรับเป็นแสน นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดจดทะเบียน ต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ในกิจการประมงทะเลและ แปรรูปสัตว์น้ำ (รวมถึงผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของแรงงานต่างด้าวที่อายุไม่เกิน 18 ปี) ซึ่งใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในปี 2559 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 ที่ให้ขยายระยะเวลาการอยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตทำงานออกไปจนถึง 1 พฤศจิกายน 2560 เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม โดยได้เปิดจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2559 โดยนายจ้างจะต้องพาแรงงานต่างด้าวฯ ไปจดทะเบียนเพื่อขออนุญาตทำงาน ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1) นายจ้างแจ้งบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวฯ ที่สำนั
พสกนิกรชาวไทย ยังคงหลั่งไหล เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างไม่ขาดสาย โดยต่อแถวรอยาวหลายกิโลเมตร บางวันแม้ว่าจะมีฝนตก แต่ประชาชนก็ไม่ย่อท้อ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ รวม 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน มีจำนวนประชาชนที่เดินทางมาทั้งสิ้น 283,716 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 17,160,972.50 บาท โดยยอดพสกนิกรยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สำนักพระราชวังประกาศว่ายังไม่มีกำหนดการจะปิดการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ เพื่อเปิดโอกาสให้พสกนิกรมากที่สุด ซึ่งแม้ว่าจะมีประชาชนหลั่งไหลมาที่พระบรมมหาราชวัง และสนามหลวง จำนวนมาก แต่บรรยากาศมากไปด้วยความสงบ เรียบร้อย โดยมีบรรดาข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และ “จิตอาสา” ให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะ และแสดงความอาลัย ต่อการป
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 รองผู้อำนวยการ กอร.รส. กล่าวว่า ทางรัฐบาล โดยข้าราชการทุกกระทรวง และผู้มีจิตอาสา มีความตั้งใจที่จะอำนวยความสะดวกที่จะเดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ แต่บางครั้งอาจจะทำอะไรไม่ถูกใจประชาชนนัก ซึ่งมีจิตอาสาบางท่าน แสดงกริยาที่ไม่เหมาะสม ลุแก่อารมณ์ ซึ่ง กอร.รส. ห้ามไม่ให้มีการเชิญประชาชนออกจากแถว โดยอ้างว่าแต่งตัวไม่เหมาะสม หรือใช้อำนาจเกินเลย ซึ่งเรื่องนี้ย้ำตลอดว่า อาสาสมัครไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ และอยู่ในความรับผิดชอบของทางตนซึ่งละเลยไม่ได้ ดังนั้นจึงเชิญให้อาสาสมัครไปทำหน้าที่ในส่วนอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการประชาชนแทน ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับตัวองค์กรแต่อย่างใด ซึ่งตัวองค์กรก็ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนได้เป็นอย่างดี แต่ทางตนได้รับการร้องเรียนมาหลายครั้งแล้ว และมีการพูดคุยและตักเตือนหลายครั้ง ซึ่งก็ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนจึงต้องดำเนินการดังกล่าว โดยทางตนก็
บริเวณสวนสันติพร นายศานิต เกตุสุวรรณ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีเอสซีจี กล่าวถึง โครงการสุขาเพื่อประชาชนจุดที่ 2 บริเวณสวนสันติพร (บริเวณกองสลากเดิม ริมถนนราชดำเนิน เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า) ซึ่งเป็นความร่วมมือของกระทรวงอุตสาหกรรม กรุงเทพมหานคร และบริษัทเอสซีจี เพื่อรองรับประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช โดยจุดนี้ตั้งใจก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในวันเสาร์ เนื่องจากตัวโครงสร้างมีการประกอบมาแล้ว จึงเหลือเพียงการนำมาวางติดตั้ง และประกอบหลังคา ซึ่งวันเสาร์นี้จะเหลือเก็บรายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับเจ้าหน้าที่ ได้นำพนักงานที่มีใจอยากทำความดี และมีใจจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ มาช่วยกันซึ่งเราได้กำหนดไว้ที่ 60 คน ช่วยกันติดตั้งให้แล้วเสร็จ และจะเปิดให้บริการในวันจันทร์นี้ ห้องน้ำชนิดนี้เรียกว่าห้องน้ำน๊อคดาวน์ เพราะเป็นห้องน้ำที่ทำสำเร็จและนำมาประกอบกัน จุดนี้เมื่อแล้วเสร็จจะรองรับประชาชนได้ 9 พันคน ต่อวัน ส่วนเรื่องการเติมน้ำและทิ้งสิ่งปฏิกูล กทม.จะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนเรื่องความปลอดภัยทางเอสซีจีได้มีการทดสอบโครงสร้างและสุขภัณฑ์ต่างๆมาแล้วจึงขอรั
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ศ.พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา(มพ.) กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี ทำให้ชาวนาทั่วประเทศได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก ปัญหาราคาข้าวที่เกิดขึ้นมีจุดเริ่มต้นของปัญหาตั้งแต่ต้นทางการเพาะปลูกถึงหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งข้าวล้นตลาดในช่วงเวลาหนึ่ง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ทำความร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวอินทรีย์แม่จุน ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันของชาวนาในพื้นที่ อ.จุน จ.พะเยา ซึ่งปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ในพื้นที่กว่า 100 ไร่ ทาง มพ.ได้รับซื้อข้าวปีละกว่า 20 ตัน กก.ละ 40 บาท เพื่อนำไปประกอบอาหารให้บุคลากร นิสิตและผู้ใช้บริการของ มพ. ศ.พิเศษ ดร.มณฑล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สามารถมั่นใจได้อย่างเต็มที่ในคุณภาพและความปลอดภัยของข้าวดังกล่าว ว่าไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ซึ่ง มพ.มีบุคลากรและนิสิตรวมถึงผู้ที่มารับบริการในสถาบันจำนวนมากหลายหมื่นคน ดังนั้นการที่มหาวิทยาลัยได้เข้าไปรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง ทั้งการติดต่อตรงกับครอบครัวชาวนาหรือผ่านตัวแทนกลุ่มชาวนาที่รวมกลุ่มกันในท้องถิ่น เป็นการสร้างระบบและกลไกในการรักษาเสถียรภาพของราคาข้าวใ
วันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปล่อยแถวขบวนรถดับเพลิงและกู้ภัย รถสายตรวจเทศกิจ รถหน่วยแพทย์กู้ชีวิต เพื่อเตรียมความพร้อมและรณรงค์ความปลอดภัยในช่วงเทศกาลลอยกระทง ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน สำหรับการปล่อยแถวขบวนเจ้าหน้าที่ในวันนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรณรงค์ด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประกอบด้วย รถดับเพลิงขนาดเล็ก (เอทีวี) ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 10 คัน รถดับเพลิงชนิด 4 x 4 พร้อมเครื่องดับเพลิงชนิดหาบหาม จำนวน 10 คัน รถกู้ภัยพร้อมระบบดับเพลิงชนิดเจาะด้วยระบบน้ำแรงดันสูง ขนาด 4 ล้อ จำนวน 4 คัน รถกู้ภัยพร้อมระบบดับเพลิงชนิดเจาะด้วยระบบน้ำแรงดันสูง ขนาด 6 ล้อ จำนวน 4 คัน รถสายตรวจเทศกิจ จำนวน 10 คัน และรถหน่วยแพทย์กู้ชีวิต 1 คัน จากนั้น เวลา 09.30 น. คณะผู้บริหารพร้อมด้วย ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (คค.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมเจ้าท่า กองบัญชาการกองเรือดำลำน้ำ กองทัพเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยท่าเทียบเรือและโป๊ะบริเวณริ
ประเด็นการ “กราบรถ” ยังคงได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย กรณีที่มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปประสบ อุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์หรูขนาดเล็กราคาแพง แล้วผู้ขับขี่จักรยานยนต์มีท่าทีว่าจะหลบหนีทําให้เจ้าของรถยนต์หรูคันนั้น ต้องเดินไปกระชากคอเสื้อของผู้ขับขี่จักรยานยนต์ข้ามมาจากอีกฝั่งถนนหนึ่ง ก่อนจะเริ่มบทสนทนาแล้วตามด้วยบทบู๊กระหน่ำ เข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง เพราะเขาไม่รู้ว่ารถยนต์ที่ชนเข้าไปนั้นมีราคาค่างวดเท่าใด ก่อนเจ้าของรถยนต์จะสั่งให้ชายผู้ขับขี่ รถจักรยานยนต์ “กราบรถกู” พร้อมชี้ไปที่รถยนต์หรูสีเหลืองคันเล็กคันนั้น หากเราพูดถึงการ “กราบรถ” เราคงนึกถึงภาพของขบวนเสด็จพระราชดําเนินเท่านั้น เพราะเราไม่ค่อยได้กราบรถ ใครอยู่แล้ว ลําพังจะประคองตัวหรือประคองรถฝ่าการจราจรก็ลําบากมากแล้ว และส่วนใหญ่จะเป็น “อจร” เสียมากกว่า “จร” (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชอรรถาธิบายเป็น “พระราชอารมณ์ขัน” ไว้ว่า “จราจร” มาจาก “จร” กับ “อจร” แปลว่า รวมกันแปลว่า “แล่นบ้าง-ไม่แล่นบ้าง”) จะให้ไปกราบรถใครก็คงไม่มีเวลา แล้วก็ไม่รู้จะกราบทําไม ถ้าอยากจะกราบจริงๆ ก็คงได้แต่รอกราบรถในขบวนเสด็จพระราช
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กรณีนายสมเถา สุจริตกุล วาทยกรชื่อดังยืนคอนดักเตอร์บนเครื่องบินสายการบินนกแอร์ แม้ว่าแอร์โฮสเตสบนเครื่องขอให้นั่งประจำที่เนื่องจากมีประกาศจากนักบินว่าสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสากลว่า หากจะฟ้องร้องนายสมเถาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ถือเป็นอำนาจหน้าที่ของสายการบินนกแอร์ได้ เพราะนายสมเถาเป็นผู้ใช้บริการและไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือ เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 มาตรา 7 ที่ระบุว่าผู้อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบิน ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าหน้าที่ประจําอากาศยานซึ่งสั่งในนามผู้ควบคุมอากาศยาน ที่เป็นคําสั่งเพื่อรักษากฎ ระเบียบ และความเรียบร้อยในอากาศยาน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถ้าการกระทําตามวรรคหนึ่งเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่ง ที่สั่งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่อากาศยานหรือแก่บุคคลหรือทรัพย์สินในอากาศยาน ผู้กระทําต้องระวางโทษจําค
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. เอเอฟพีรายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐอเมริกา หรือนาซา เผยแพร่ข้อมูลปรากกฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงขนาดใหญ่กว่าปกติ หรือซูเปอร์มูน จากการที่ดวงจันทร์โคจรใกล้โลกมากที่สุด หรือจุดโคจรเพริจี ว่าจะเกิดขึ้นเต็มที่ในเวลา 13.52 น. ในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย.นี้ ตามเวลามาตรฐานสากล (หรือตรงกับคืนเทศกาลลอยกระทง เวลา 20.52 น. ตามเวลาประเทศไทย) นับเป็นการโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 68 ปี มีระยะห่างไปจากโลกเพียง 356,509 กิโลเมตร ถือเป็นระยะทางที่น้อยที่สุดจากโลกนับตั้งแต่ปี 2491 https://www.youtube.com/watch?v=Ls4e6HS1Lek ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาราว 2 ชั่วโมง ดวงจันทร์จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติราวร้อยละ 14 และสว่างกว่าปกติราวร้อยละ 30 เมื่อสังเกตด้วยตาเปล่า เนื่องจากตำแหน่งโคจรของโลก (และดวงจันทร์) อยู่ในช่วงขาเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ซึ่งจะใกล้ที่สุดในวันที่ 4 ม.ค. 2560 นอกจากนี้ นักดาราศาสตร์ระบุว่า หากช่วงเวลาที่เกิดขึ้นของซูเปอร์มูนตรงกับเส้นขอบฟ้าในบางประเทศ ก็จะยิ่งทำให้ดวงจันทร์แลดูมีขนาดใหญ่มากขึ้นไปอีก เนื่องจากปรากฏการณ์ภาพลวงตา หรือออพติคัลอิลูชั่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์เหตุการณ์ในโลกออนไลน์ โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก นภัทร จันทรพสุ ซึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปั๊มน้ำมัน โดยพบว่า พนักงานเติมน้ำมันเชื้อเพลง โดยลูกค้าเอาเท้ากระทืบขณะกำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างรถ ซึ่งเกิดจากก่อนหน้านั้น ได้แจ้งให้ลูกค้าดับเครื่องรถ แต่เกิดความไม่พอใจขึ้น โดยลูกค้าได้ออกรถไปก่อนวนกลับมาจอดอีกฝั่งแล้วทำร้ายร่างกายพนักงาน โดยผู้โพสต์ระบุว่า “รถยนต์ Honda ทะเบียน กธ 5577 ภูเก็ต ป้ายประมูล คุณเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่าพนักงานปั้มแจ้งคุณให้ดับเครื่องยนต์ตามกฎหมาย คุณไม่เต็มใจที่ปฎิบัติตาม แต่ยังวนรถกลับมาทำร้ายพนักงานแบบรอบกัด รังแกคนที่กำลังทำงานจากด้านหลังมันสมควรที่จะยังใส่กางเกงอยู่มั้ย #ลูกผู้ชายต้องไม่ทำคนจากด้านหลัง – Vdo1 : กธ 5577 เข้ามาเพื่อเติมน้ำมันแต่ไม่ต้องการดับเครื่องยนต์ พนักงานจึงแจ้งและปฏิเสธการเติมน้ำมันให้ตามที่เป็นกฎ – vdo 2 : กธ 5577 วนรถกลับมายังปั้มน้ำมันและจอดรถ เดินลงไปหาพนักงานที่กำลังเติมน้ำมันให้รถอีกคันอยู่ – vdo 3 : คนขับรถ กธ 5577 ได้เดินไปใช้เท้ากระทืบลงบนหลังพนักงานที่กำลังทำงานอยู่จากด้านหลังจนทำใหคางของพนักงานกระแทกกับรถที่ก
