ข่าววันนี้
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 7 พ.ย. ที่สน.ยานนาวา ”น๊อต”อัครณัฐ เปิดใจถึงเหตุการณ์ทั้งหมดว่า ” ผมสาบานว่าผมขอโทษที่ทำร้ายน้องบอย ผมบอกแม่ของน้องว่า แม้ผมไม่ค่อยมีเงิน ผมเป็นเด็กรับผิดชอบ วันนี้มีคนบุกมาปาไข่ที่ร้านผม พ่อแม่ผมโดนหมด ร้านอาหารผมก็โดน ผมถามว่าคนเหล่านั้นทำอะไรผิด ผมทำผิด ผมรับผิดชอบ ผมไม่เคยหนีไปไหน ผมไม่มีความจำเป็นที่ต้องหนีไปไหน ผมไม่ได้มาสร้างภาพเป็นคนดี ทุกอย่างอยู่ที่ใจของผม ผมตั้งใจทำมันออกมา แต่การกระทำแค่ 1 นาทีครึ่งนั้น อย่าเอาเรื่องนี้มาตัดสินผมเลย เมื่อถามว่า ทำไมต้องให้กราบรถ น๊อตกล่าวว่า “ผมผิด ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาจะมีมีดมีปืนอะไรหรือเปล่า แต่ผมก็กลัว ตอนนั้นผมคิดว่าน้องต้องขอโทษ ผมก็บอกให้เขากราบ ผมผิดที่ผมใช้อารมณ์ ” “ตอนนั้นน้องเขาขอโทษแล้วทำไมต้องทำร้ายด้วย น๊อตกล่าวว่า ใช่ น้องเขาขอโทษ แต่ตอนนั้นมันเร็วมาก ดอกสุดท้ายนั้นไม่ทันจริงๆ ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าผมขอโทษครับกับน้องบอย คุณแม่สุธีรา และญาติๆ ผมขอโทษที่ทำให้น้องเจ็บ ผมจะรับผิดชอบและจะดูแลเรื่องนี้ตราบเท่าที่ผมจะทำได้” “ผมขอร้องนะครับ การพิมพ์ข้อความของพวกคุณ มันบั่นทอนจิตใจของผม แต่ไม่เป็นไร แต่อย่าทำร้
หลังเกิดกระแสสังคมกระหน่ำแชร์คลิปเจ้าของรถมินิสีเหลืองทำร้ายคู่กรณี พร้อมวลีเด็ดที่ล่าสุดกลายเป็นแฮชแทคยอดฮิตว่า “กราบรถกู” เพียงไม่กี่โมงนับจากการแชร์ครั้งแรกๆ มาจนถึงขณะนี้ เหล่าชาวเน็ตและแอดมินเพจผู้มีอารมณ์ขัน ก็ได้พร้อมใจกันผลิตมุขฮาผ่านโลกออนไลน์ ทั้งการ์ตูน, กราฟฟิค, ภาพถ่าย ไปจนถึงผลิตภัณฑ์หลอกๆไว้หยอกเอินเบาๆ เช่น ประกันภัยรถยนต์รุ่นกราบรถกู และต่อไปนี้ คือส่วนหนึ่งของมุขเด็ดที่ผ่านการสร้างสรรค์จากต่อมอารมณ์ขันโดยแท้ ปฐมบทแห่งมุข#กราบรถกู นี่คือภาพตัดต่อชิ้นงานแรกๆที่ถูกส่งต่อกันในไลน์ ก๊อปแปะในคอมเม้นต์เฟซบุ๊กเรียกเสียงฮา จนไม่ทราบว่าต้นตอที่แท้จริงซึ่งจะใส่เครดิตผู้จัดทำนั้นอยู่ไหน แต่ที่แน่ๆ ภาพนี้ถูกตัดต่อจากภาพชุดในนิตยสารซึ่งปรากฏชื่อในภาพ โดยเป็นการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับรถยนต์มินิคันทรี่แมนคันโปรดของหนุ่มน๊อตนั่นเอง สายงานสินค้าและผลิตภัณฑ์ประกันภัย#กราบรถกู มุขพลาดไมไ่ด้สำหรับสถานการณ์เช่นนี้หนีไม่พ้นผลิตภัณฑ์ประกันภัยรุ่นพิเศษที่ถูกครีเอทเอาฮาด้วยแรงบันดาลใจจาก#กราบรถกู เช่นเดียวกับเสื้อยืดเรียบเท่ ใส่แล้วอาจจูงใจให้คู่กรณีก้มกราบได้อย่างง่ายดาย ไม่
เพจ China Xinhua News รายงานว่า หนีหลินเหมย ชาวไท่หยวนในมณฑลซานซีวัย 60 ปี มีฉายาว่า คุณป้าที่ไว้ผมยาวที่สุดในไท่หยวน ในทุกๆ 2-3 ปี เธอก็จะชวนเพื่อนๆ มาวัดความยาวของผม ครั้งล่าสุดมีเพื่อนสนิท 4-5 คน นักท่องเที่ยวและผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวหลายแห่งก็มาร่วมเป็นสักขีพยาน โดยวัดได้ 3.38 เมตร ซึ่งมากกว่าความสูงร่างกายของเธอถึง 2 เท่า คุณป้าเล่าให้ฟังว่า ไว้ผมมา 18 ปีแล้ว ตอนสาวๆ ผมขึ้นเร็วมาก คนอื่นต้องไว้ครึ่งปี แต่ตัวเองแค่สองเดือนก็ต้องไปร้านตัดผมแล้ว รู้สึกรำคาญเลยเลิกตัดผม และอยากรู้ว่าผมตนเองจะยาวได้สักแค่ไหนด้วย (ขอบคุณข่าวและรูปจาก thai.cri.cn) ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เมืี่อเวลา 11.30 น.วันที่ 6 พ.ย.นายอนิรุธ อายุ 52 ปี รปภ.ที่ถูกทำร้ายร่างกายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.นพดล หอมสมบัติ รอง สว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น ว่าถูกชายไม่ทราบชื่อที่โดยสารมากับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนเทา เลขทะเบียน 1 ฒผ5526 กทม.ทำร้ายร่างกาย ขณะปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณด่านเก็บเงินทางด่วนประชาชื่นขาเข้า (ทางพิเศษศรีรัช) นายอนิรุธ กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 08.00น.ขณะที่ตนกำลังโบกรถอยู่ที่ตู้เก็บเงินที่ 13 ก็ได้มีรถกระบะมีผู้โดยสารรวมคนจำนวน 5คน ขับเข้ามา แต่ไม่สามารถผ่านได้เนืี่องจากไม่มีบัตรอีซี่พาส ตนจึงได้บอกให้ถอยหลังไปเข้าตู้ที่ 16 ซึ่งเป็นตู้เก็บเงินสด เนื่องจากตู้ที่ 12-15 เป็นช่องอีซี่พาส แต่รถคันดังกล่าวกลับถอยหลัง แล้วขับเข้าไปที่ตู้ 12 จึงไม่สามารถผ่านได้อีก จากนั้นผู้โดยสารที่นั่งมาที่ข้างคนขับก็โว้ยวายกับเจ้าหน้าที่ซึ่งพยามอธิบายกับคนในรถให้เข้าใจ ตนจึงเดินเข้าไปดู จากนั้นคนที่นั่งข้างคนขับก็ลงจากรถแล้วเดินตรงมาหาตน แล้วด่าทอด้วยคำหยาบ หาว่าตนเองพูดจาเสียงแข็งทำเสียงดั่งใส่ โดยเจ้าหน้าที่ในตู้เก็บเงินได้ตะโกนให้ตนระวังตัว เนื่องคนดังกล่าวทำท่าจับที่เอว คลายมีอาวุธ จากนั
คืบหน้าล่าสุดเวลา 19.50 น. ที่ห้องธุรการคดี สน.ยานนาวา นายอัครณัฐ หรือน๊อต อริยฤทธิ์วิกุล หรือที่รู้จักกันในวงการบันเทิงคือ “น๊อต เวคคลับ” พิธีกรรถโรงเรียน ทางช่องจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ 25 เดินทางเข้าพบร.ต.อ.สมยศ บุญญะแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา เพื่อให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมกรณีถูกนายกิตติศักดิ์ หรือบอย สิงโต อายุ 25 ปี อาชีพฝ่ายคัดกรองเอกสาร ขับขี่จยย.เฉี่ยวชน โดยน๊อตได้ยกมือไหว้กลุ่มสื่อมวลชนที่รอทำข่าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลกับสื่อมวลชนได้แม้แต่อย่างใดเนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวน (อ่านข่าว แม่-พี่สาว พาหนุ่มขี่จยย.คู่กรณี “น๊อต อัครณัฐ” เข้าแจ้งความแล้ว!!-แม่เผยความรู้สึกหลังดูคลิปลูกถูกต่อย นอกจากนี้ นายกิตติศักดิ์ ซึ่งจมูกหัก ใบหน้าบวมปูด และบริเวณใต้ตาทั้งสองข้างเขียวคล้ำ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับร.ต.อ.สมยศ บุญญะแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า ถูกนายอัครณัฐ หรือน๊อต ทำร้ายร่างกายจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส (อ่านข่าว-ดูคลิป “กราบรถกู!!” วิจารณ์กระหึ่มเน็ต คลิปเจ้าของรถเก๋งตบหน้าคนขี่จยย.บังคับให้กราบ – หลังโดนเฉี่ยว
จากกรณีในโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงคลิปวิดีโอจากเพจ ‘อยากดังเดี๋ยวจัดให้V.4’ ที่บันทึกเหตุการณ์ขณะชายคนหนึ่งต่อยหน้าชายอีกคนเป็นจำนวนหลายครั้ง พร้อมกับด่าทออย่างรุนแรง และ ต่อมา หนุ่มเจ้าของรถมินิ ที่ทำร้ายคู่กรณีน่าจะเป็น น๊อต – อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ น๊อต เวคคลับ พิธีกรรถโรงเรียน ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย นายเฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “ผมอยากเจอคนนี้จังเลย….เก่งเหลือเกิน ป.ล.ผมไม่เคยรังแกคน สมัยก่อนที่มีข่าวผมบ่อยๆก็เพราะเจอคนแบบนี้” ที่มา : มติชนออนไลน์
ศตส.ยืนยันใช้ระบบจัดคิวกลุ่มเข้าสักการะพระบรมศพ ยังไม่ขอเปิดใช้ระบบออนไลน์ ขอรอดูผลทดสอบความเสถียรของระบบเดือนธ.ค.นี้ก่อน ขณะที่วันที่ 11-13 พ.ย. เตรียมจะระบบการจราจรรองรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมธ. เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 พ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เป็นประธานประชุมฝ่ายเลขานุการศตส. ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปรายงานการเตรียมปรับพื้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อใช้เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพื้นที่สำหรับจุดพักคอยให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายหลังการประชุมนายสุวพันธุ์ แถลงว่า ที่ประชุมศตส.มีมติเห็นชอบตามที่กทม.เสนอแผนมา ส่วนรายละเอียดการปฎิบัติจะพิจารณาในแต่ละส่วนต่อไป นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการลาดยางผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในท้องสนามหลวงโซนเหนือ เพื่อเป็นจุดพักคอยให้กับประชาชนที่มาเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เสร็จแล้วในวันที่ 6 พ.ย. และสัปดาห์หน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ที่สน.ยานนาวา น.ส.สุธิรา หงษ์ทอง อายุ 53 ปี พร้อมด้วยน.ส.สุกัญญา สิงห์โต อายุ 29 ปี แม่และพี่สาว พานายกิตติศักดิ์ หรือบอย สิงโต อายุ 25 ปี อาชีพฝ่ายคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตลิ่งชัน สภาพจมูกหัก ใบหน้าบวมปูด และบริเวณใต้ตาทั้งสองข้างเขียวคล้ำ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับร.ต.อ.สมยศ บุญญะแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ภายหลังจากนายบอย ถูกนายอัครณัฐ หรือน๊อต อริยฤทธิ์วิกุล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 256/2 ซอยบางขวาง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. ทำร้ายร่างกายจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส น.ส.สุธิรา ให้การว่า ช่วงแรกตนเห็นสภาพของบุตรชายเพียงแค่ฟกช้ำที่ใบหน้าเท่านั้นจึงไม่อยากเอาเรื่องกับคู่กรณีเนื่องจากเกรงว่าจะเสียอนาคต แต่หลังจากที่บุตรชายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเลิศสินหลังจากเกิดเหตุทันทีแพทย์ระบุว่านอกจากใบหน้าปูดบวมนั้นที่บริเวณดั้งจมูกถึงกับหักจนเป็นสาเหตุให้ถึงขั้นได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส จากนั้นตนจึงให้ลูกสาวติดต่อไปหาคู่กรณีแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย โดยในวันนี้ตนเพิ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เมื่อเวลาประมาณ 19.10 น. ที่เต๊นประชุมด้านหลังเต๊นท์ตำรวจสอบสวนกลาง บริเวณรอบสนามหลวง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหภาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงข่าวกรณีชาวต่างด้าว 3 คนล้วงกระเป๋านักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในการเดินทางมาร่วมพิธีซ้อมใหญ่การรับพระราชทานปริญญาบัตรของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ในวันนี้เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ได้รับแจ้งเหตุว่ามีการลักกระเป๋าขโมยโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบสวน พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าตำรวจที่ดูแลกรณีการขโมยด้วยการล้วงกระเป๋าโดยเฉพาะจากสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อที่มาส่วนราชการบริเวณท้องสนามหลวง ทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบได้ลงพื้นที่สืบหาเบาะแส จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ได้พบเห็นผู้หญิงสาวชาวเวียดนาม 3 คน โดย 2 คนมีหนังสือเดินทาง และอีก 1 คนไม่มีหนังสือเดิน ซึ่งทั้ง 3 คนท่าทีมีพิรุธก่อนขอตรวจสอบค้นกระเป๋า จึงได้พบของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่องของนักศึกษาดังกล่าวที่ถูกล้วงกระเป๋าขโมยไป ผบช.น.กล่าวว่า ผู้ต้องหาได้รับสารภา
ชาวบ้าน-ทหาร ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวนาหนุ่มสุรินทร์ 16 ไร่ ที่ประกาศบริจาคส่งไปท้องสนามหลวงเพื่อหุงเลี้ยงประชาชนที่ไปสักการะพระบรมศพได้รับประทาน ทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 นำทหารมาช่วยพร้อมขนไปตาก และสีนำ ขณะที่ชาวบ้านช่วยบริจาคข้าวเปลือกเพิ่มอีก รวมแล้วได้ข้าวกว่า 15 ตัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 คาดแล้วเสร็จสัปดาห์หน้า กรณีนายสราวุธ อินทร์แพง อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 170 หมู่ 1 บ้านตาอ็อง ต.ตาอ็อง อ.เมือง จ.สุรินทร์ หนุ่มวัย 38 เจ้าของแปลงนาข้าวหอมมะลิ จำนวน 16 ไร่ ที่ประกาศมอบข้าวเปลือกหอมมะลิอินทรีย์ 16 ไร่ ประมาณ 10 ตัน บริจาคให้กับโรงทานที่ท้องสนามหลวง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่ขาดเพียงกำลังคนที่จะมาร่วมเก็บเกี่ยวข้าว ตากข้าว โรงสีข้าว รถบรรทุกที่จะนำข้าวไปยังท้องสนามหลวง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว หนุ่มสุรินทร์ขอมอบข้าวเปลือกหอมมะลิ 10 ตันให้โรงทานสนามหลวงถวายเป็นพระราชกุศล (คลิป) ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 พ.ย. พ.อ.เจษฎา ศรีหมอก ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการ
