ข่าววันนี้
เว็บไซต์ 7NEWS ของออสเตรเลียนำเสนอเรื่องราวดีๆของ เซบาสเตียน ลูกัส หนูน้อยวัย 7 ขวบ อาศัยในนครบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ที่สามารถทำงานเก็บเงินจนสามารถซื้อม้าได้จากเงินที่เก็บหอมรอบริบจากการทำน้ำมะนาวขาย ด.ช.เซบาสเตียน เริ่มทำงานเก็บเงินตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยช่วยพ่อแม่ที่เปิดร้านขายเครื่องดื่ม ทำน้ำมะนาวขาย หนูน้อยทำทุกอย่างตั้งแต่ฝานมะนาว คั้นน้ำสดๆ เติมน้ำเชื่อมปรุงรส กรอกใส่ขวด แล้วขายให้ลูกค้าในหมู่บ้าน โดยขยันทำงานอย่างไม่ย่อท้อติดต่อกัน 2 ปี เพื่อเก็บเงินซื้อม้าให้ได้ ในที่สุดความฝันก็เป็นจริง เซบาสเตียนวิ่งเข้าไปในคอกม้าด้วยความดีใจเมื่อเจอม้าครั้งแรก ก่อนวิ่งกลับมาให้พ่ออุ้มแล้วบอกว่า ดีใจเป็นที่สุด พร้อมขอบคุณพ่อแม่ ก่อนเอามือปาดน้ำตาที่นองหน้า นางจูเลียนา แม่ของเด็ก เผยว่า ไม่มีอะไรดีกว่าการเห็นลูกมีความสุขอย่างแท้จริง “ลูกชายทำงานหนัก ไม่เคยย่อท้อหรือล้มเลิกความตั้งใจ นับว่าดีเยี่ยมสำหรับเด็กวัยเพียง 7 ขวบ”นางจูเลียนา กล่าว ที่มา ข่าวสดออนไลน์, Juliana Kent
เรื่องราวความรัก ความผูกพันของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นั้นมีผู้เล่าขานกันมานาน ล่าสุดผู้ใช้นาม Pinkan Tansuwanrat ก็มีเรื่องราวสุดน่ารักมาเล่าในเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อเดียวกันว่า ‘เรื่องเล่าจากความทรงจำ… ในวโรกาสครบรอบวันอภิเษกสมรสครั้งนึงหลายปีก่อน ในหลวงทรงมีพระกระแสรับสั่งให้จัดเลี้ยงส่วนพระองค์ เป็นงานเลี้ยง”เล็กๆ และเรียบง่ายที่สุด“ แต่ความพิเศษนั่นอยู่ที่ ทรงให้เปิดพรีเซนเทชั่น ที่รวบรวมภาพของพระองค์และสมเด็จ มีทั้งภาพคู่ และภาพของสมเด็จตั้งแต่สมัยพระองค์ยังสาวแรกรุ่น เพลงประกอบที่พระองค์เลือกคือเพลงที่ร้องว่า… “…ก็เพราะว่าเธอน่ารัก ทุกๆวัน จนไม่อาจเปลี่ยนใจฉัน ที่มีให้เธอได้เลย ฉันก็คงต้องบอก ฉันรักเธอ เหมือนเคย…” #♡ เป็นสิ่งที่เก็บมานาน ตั้งใจว่าวันนึงถ้าเจอพี่บอย โกสิยพง จะบอกให้เค้ารู้ ใครรู้จัก ฝากบอกพี่บอยด้วยค่ะ #พี่บอยรับทราบแล้ว ชื่อเพลง “เหมือนเคย” ซึ่งหลังจากพบข้อความดังกล่าว บอย โกสิยพงษ์ ก็โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค Boyd Kosiyabong ว่า “ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องจริงฮะ เป็นพระมหากรุณธิคุณอย่างล้นเกล้าล้นกระหม่อมจริงๆครับ
เว็บไซต์ เมโทร ของอังกฤษรายงานว่า ขณะนี้ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพถ่ายน้ำในลำธารแห่งหนึ่งในเมืองแคนเทอเบอรี มณฑลเคนต์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ มีสีประหลาด กลายเป็นสีชมพูวาววับ โดย นายโทบี ไอแซก นักศึกษาวัย 18 ปี เล่าว่า ขณะออกมาเดินเล่นก็เห็นน้ำในลำธารค่อยๆ กลายเป็นสีชมพูทั้งสาย จนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมเข้ามาทำความสะอาดแม่น้ำนาน 4 ชั่วโมง โดยพบตะกอนหมึกอยู่ข้างใต้ แต่ไม่ละลายน้ำ และยางล้อรถยนต์จำนวนมาก จึงเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เบื้องต้นชาวบ้านเชื่อว่า เหตุที่แม่น้ำกลายเป็นสีชมพูน่าจะเกิดจากหมึกสีชมพูที่ใช้กับปริ้นเตอร์ แต่ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ใดๆ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 18 ต.ค. ผู้สื่้อข่าวรายงานว่า นายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรเลีย ออกหนังสือถึงสถานีโทรทัศน์ เน็ตเวิร์ก 10 ของออสเตรเลีย ที่ออกอากาศรายการ “Have You Been Paying Attenion?” เมื่อวันที่ 17 ต.ค. มีเนื้อหาล้อเลียนความรู้สึกเศร้าโศกของคนไทยที่องค์พระมหากษัตริย์เสด็จสวรรคต โดยเอกอัครราชทูตระบุว่า การล้อเลียนความรู้สึกของผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เป็นการดูหมิ่น และไม่ใช่สิ่งที่ตลกขบขัน เอกอัครราชทูตขอให้สถานีดังกล่าวเข้าใจและให้ความร่วมมือในการถอดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับประเทศไทยในรายการดังกล่าวและในสื่อโซเชียลออกไปหากมีการออกอากาศอีกในอนาคต ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เวลา 12.45 น. วันที่ 18 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวว่า รู้ว่าประเทศต้องการอะไรในเวลานี้ แม้จะมีคนเห็นต่างแต่ก็ควรให้อภัย เพราะถือว่าเป็นเวลาที่ทำด้วยใจ และต้องให้ซึ่งกันและกัน ข้อสำคัญคืออย่าลังเล อย่าคิดไปไกล เพราะรัฐบาลจะดำเนินการให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ขอให้ทุกคนสงบนิ่ง แสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่าน สิ่งที่พระองค์ท่านได้รับสั่งรัฐบาลจะทำให้ดีที่สุด จึงขอให้ทุกคนมีความเชื่อมั่น อย่าให้มีผลต่อต่างประเทศ เพราะสื่อต่างๆจะนำไปเขียนซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทย เราต้องช่วยกันทำความเข้าใจว่าสถาบันพระมหากษัตริย์กับคนไทยมีความแตกต่างกับต่างประเทศอย่างไร เรามีโบราณราชพิธีมาตั้งแต่โบราณกาล ซึ่งถือเป็นความงดงาม และที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา เราต้องทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เข้มแข็งในยุคเรา “ขอบคุณทุกคน ผมรู้ว่าทุกคนเสียใจเหมือนกับทุกคนเสียใจ แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดและผมก็ต้องมีสติ เพื่อใช้สติปัญญาของผมเดินหน้าไปให้ได้ และประเทศเราก็หยุดไม่ได้ แต่ความเสียใจก็ห้ามไม่ได้ สิ่งที่เราจะช่วยได้คือรวมพลังรักสามัคคี ขับเคลื่อนประ
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการแจกตราไปรษณียากร หรือแสตมป์ ที่มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้แก่ประชาชนฟรี เพื่อเก็บเป็นที่ระลึก ล่าสุดทาง ปณท มีการกำหนดจำนวนที่จะแจกจ่ายให้ประชาชนแล้วทั้งสิ้น 9,999,999 ดวง โดยแสตมป์ที่จะแจกจ่ายให้แก่ประชาชนจะเป็นในรูปแบบของแสตมป์ดวงละ 1 บาท ซึ่งเป็นรูปพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน แปะลงบนไปรษณียบัตร พร้อมตราประทับ ลงวันที่ 13 ตุลาคม รวมถึงจะมีบทกลอน หรือพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตีพิมพ์ลงบนไปรษณียบัตร โดยในขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบ “ในการแจกเบื้องต้นจะกระจายไปยังที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่มีโอกาสเก็บแสตมป์เป็นที่ระลึกอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งวิธีการรับแสตมป์ของประชาชนขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ส่วนการแจกจะเริ่มเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการออกแบบ เพื่อนำไปจัดพิมพ์ ทั้
เฟซบุ๊ค Maii Suthiparinyanon ซึ่งโพสต์จากเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เป็นคลิปชาวต่างชาติกำลังเป่าแซกโซโฟนเพลงชาติไทย แล้วระบุว่า “วันนี้ตอนที่เรากำลังจะนั่งรถกลับบ้าน คือเราได้ยินเสียงเพลงที่คุ้นหูมาก เพลงนี้เปิดก่อนเราเข้าห้องเรียนทุกๆ 8 โมงเช้า และ ทุกๆ 6โมงเย็น เพลงนี้คือเพลงชาติไทย ซึ่งเราคาดไม่ถึงว่าเราจะได้ยินที่อเมริกาในบอสตัน เราเลยขอให้เค้าเล่นให้ฟังอีกรอบนึง พอเล่นจบเค้าบอกว่า เสียใจด้วยเรื่องในหลวงของเรา คือตอนนั้นน้ำตาจะไหลอะ ซึ้งมาก ขอบคุณมากที่มีคนอีกหลายคนรักในหลวงของเรา” ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
แชร์ว่อนอีกคลิปซาบซึ้ง ลุงยืนเป่าเม้าธ์ออแกนเพลงสรรเสริญพระบารมีหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ โดยคุณ Natruda Choun ได้โพสต์ว่า “พี่สาวส่งมาให้ดูค่ะ ขณะที่พี่ทำงานอยู่ เดินออกมาเห็นลุงคนนี้ กำลังเป่าเมาท์ออร์แกนเพลงนี้อยู่ค่ะ” ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
“วิษณุ” ระบุ “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” พระองค์ใหม่ทรงลงพระปรมาภิไธย “ร่างรัฐธรรมนูญ” เอง เผย ทรงรับสั่ง ให้ทุกฝ่ายคลายความทุกข์ ทำใจรับความเปลี่ยนแปลงได้ก่อน ย้ำ ไม่มีปัญหาแก้คำปรารภในร่างรธน. เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีระบุเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ว่าเมื่อพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลผ่านพ้นช่วงเวลา 7 วัน 15 วันไปแล้วระยะหนึ่ง น่าจะได้เวลาอันสมควรที่จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 23 ว่า เป็นไปอย่างที่นายกฯได้อธิบาย และเป็นไปตามที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารได้มีพระราชปรารภตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมและอีกครั้งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ตอนที่นายกฯเข้าเฝ้าพร้อมกับผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยพระองค์ทรงรับสั่งว่าเรื่องที่จะดำเนินการสืบราชสันตติวงศ์ให้รอระยะเวลาที่พระองค์ทรงใช้คำว่าทุกฝ่ายสามารถทำใจได้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วก่อน ดังนั้นขอให้รอ เมื่อถึงเวลาอันสมควรประชาชนคลายความทุกข์โศกลงได้บ้าง ให้พระราชพิธีต่างๆ ได้ผ่านพ้น “เพราะฉะนั้นที่นายกฯพูดถึง 7 วัน 15 วัน เป็นรอบของการที่จะมีพร
ขณะที่ในหลวงทรงงาน เพื่อหาที่สร้างฝายทดน้ำ โดยมี อ.ปราโมทย์ ไม้กลัด ช่วยถือแผนที่ให้พระองค์ ปรากฎว่ามีตัวคุ่นได้กัดที่มือของอาจารย์ แต่อาจารย์ก็ได้เก็บอาการเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าพระพักตร์ แต่อาจารย์คิดว่าพระองค์คงไม่ทรงสังเกตเห็น อาจารย์ก็ได้แต่เอามือถู เพื่อคลายความเจ็บปวดแบบเนียนๆ ก่อนจะเสด็จฯ กลับ ในหลวงทรงเสด็จฯ พระราชดำเนินไปที่รถยนต์พระที่นั่ง (การเสด็จฯ ครั้งนั้น ทรงขับรถยนต์ด้วยพระองค์เอง) เหมือนทรงค้นหาอะไรบางอย่าง สักพักพระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนินกลับไปหาอาจารย์ โดยถือหลอดยามาด้วย “นายช่าง ยื่นมือมาสิ จะทายาให้” อาจารย์ ได้แต่ยืนตะลึง ใจมิกล้าอาจเอื้อมยื่นมือไปให้พระองค์ และไม่คิดว่าจะทรงสังเกตเห็น และมีพระเมตตาใส่พระทัย ถึงขนาดนี้… พระองค์ทรงทายาให้อาจารย์ปราโมทย์ พร้อมตรัสว่า “ตัวคุ่นมันกัด ถ้าแพ้จะบวม ไม่เป็นไร ทายานี้แล้วเดี๋ยวก็ค่อยยังชั่ว” ข้อความตอนหนึ่งจากหนังสือการทรงงานของพ่อในความทรงจำ โดย ปราโมทย์ ไม้กลัด จาก : https://plus.google.com/109213029326125336723/posts/VUsSbKr7Dvm ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
