ข่าววันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกทวิตเตอร์ @plapoo0607 ได้โพสต์ภาพเด็กชายคนหนึ่งสะพานย่าม และถือเทียนในมือ พร้อมกับเขียนบรรยายภาพว่า “น้องคนนี้แจกเทียนขาวอยู่ที่จุดขึ้นรถบริเวณฟิวเจอร์ น่ารักมาก น้องไปสนามหลวงไม่ได้เพราะไม่มีผู้ปกครองพาไป” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่บริเวณหน้าพระลาน กำแพงมหาราชวัง สนามหลวง ได้มีการบันทึกภาพประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความรัก ความผูกพันอันยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งแสดงถึงความอาลัย ของปวงชนชาวไทยที่มีความจงรักภักดีต่อองค์พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คนไทยจำนวนเรือนแสนรวมพลังน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมน้อมถวายความอาลัยแด่ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” โดยพร้อมใจเดินทางเข้าร่วมแสดงพลังประสานเสียงขับร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ซึ่งนับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ และยิ่งใหญ่ต่อปวงชนชาวไทย ครั้งนี้ประชาชนที่เข้าร่วมต่างมาด้วยหัวใจรักภักดีที่มีต่อองค์ราชา และร่วมขับขานบทเพลงจนดังกึกก้องไปทั่วหล้า นำโดย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ ท่านมุ้ย ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ร่วมกับ อ.สมเถา สุจริตกุล วาทยกร คีตกร และนักประพันธ์เพลงคลาสสิก พร้อมด้วยเครื่องดนตรีจำนวน 100 ชิ้น ที่มาร่วมบรรเลงดนตรีโดยวงดนตรีฟิลฮาร์โมนิค และ สยาม ซินโฟนิเอตต้า ออร์เคสตรา รวมทั้งนักร้องประสานเสียงคอรัส จำนวน 100 คน พร้อมทีมงานโปรดักชั่นทุกแขนงอีกร่วม 1,000 คน เพื่อถ่ายทำบทเพลงที่จะตราตรึงอยู่ในหัวใจของคนไทยทั้งชาติตลอดกาล พ
เวลา 13.00 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่บริเวณหน้าพระลาน กำแพงมหาราชวัง สนามหลวง ได้มีการบันทึกภาพประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความรัก ความผูกพันอันยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งแสดงถึงความอาลัย ของปวงชนชาวไทยที่มีความจงรักภักดีต่อองค์พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คนไทยจำนวนเรือนแสนรวมพลังน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมน้อมถวายความอาลัยแด่ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” โดยพร้อมใจเดินทางเข้าร่วมแสดงพลังประสานเสียงขับร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ซึ่งนับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ และยิ่งใหญ่ต่อปวงชนชาวไทย ครั้งนี้ประชาชนที่เข้าร่วมต่างมาด้วยหัวใจรักภักดีที่มีต่อองค์ราชา และร่วมขับขานบทเพลงจนดังกึกก้องไปทั่วหล้าฯ https://www.youtube.com/watch?v=uBYIdvuNvWA นำโดย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ ท่านมุ้ย ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ร่วมกับ อ.สมเถา สุจริตกุล วาทยกร คีตกร และนักประพันธ์เพลงคลาสสิก พร้อมด้วยเครื่องดนตรีจำนวน 100 ชิ้น ที่มาร่วมบรรเลงดนตรีโดยวงดนตรีฟิลฮาร์โมนิค และ สยาม ซินโฟนิเอตต้า ออร์เคสตรา รวมทั้งนักร้องประสานเสียงคอรัส จำนวน 100 คน พร้อมทีมงานโปรดักชั่นทุกแขนงอีกร่วม 1,000 คน เพื่อถ่ายทำบท
จากข่าวฮือฮาเมื่อ ปาโบล ปูเตรา เบนัว หนุ่มนักธุรกิจพันล้าน ขอแต่งงานกับ เรย์ อูตามี พิธีกรรายการทีวีและนักแสดงตลกชื่อดัง หลังเจอกันผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ “ทินเดอร์” แล้วศึกษาดูใจกันแค่ 7 วัน ทั้งคู่ออกเดตกันครั้งแรกด้วยบรรยากาศโรแมนติก จนเจอกันวันที่ 2 นายปาโบลพาแฟนสาวไปซื้อรถฮอนด้า HRV ราคา 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 977,000 บาท) วันต่อมา เศรษฐีหนุ่มก็ให้ของขวัญสุดแพงเป็นนาฬิกาข้อมือหรู ราคา 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (10 ล้านบาท) และวันที่ 4 นายปาโบลเซอร์ไพรส์แฟนสาวโดยขอแต่งงาน และวันรุ่งขึ้นก็ไปสู่ขอพ่อแม่ฝ่ายหญิง ก่อนมาเตรียมงานแต่งงานในวันที่ 6 และจัดงานแต่งงานแบบส่วนตัวในวันที่ 7 โดยมีแขกร่วมงานเพียง 40 คน เรื่องราวนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยมีข่าวลือว่า พิธีกรสาวจับคู่แต่งงานง่ายๆ เพราะต้องการจับผู้ชายรวยและเอาใจโดยซื้อของแพงๆ ให้ แต่เจ้าตัวตอบโต้กลับทันทีว่า ปาโบลพิสูจน์ให้เห็นชัดว่า รักตนมากแค่ไหน จึงไม่ลังเลที่จะแต่งงานกับเขา ล่าสุดมีคนออกมาเปิดโปงหนุ่มมมหาเศรษฐีนักรักรายนี้เข้าแล้ว โดยหญิงสาวไทยรายนี้ได้โพสต์เปิดโปงว่า ปาโบล ปูเตรา เบนัว เคยแต่งงานกับน้าสาวของตน ซึ่งเป็นสา
‘ท่านมุ้ย’ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ประทานสัมภาษณ์ถึงภาพยนตร์และวิดีโอทัศน์เกี่ยวกับเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ทรงถ่ายทำในวันนี้ว่า หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสวรรคตก็รู้สึกว่าคนไทยคงมีโอกาสร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพระองค์อีกไม่นาน จึงอยากให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสร้องเพลงนี้ด้วยกัน โดยตอนแรกคิดเพียงจะใช้เครื่องดนตรี 2-3 ชิ้น กับคนอีกจำนวนหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าที่สุดแล้วจะมีเครื่องดนตรึถึง 400 ชิ้น และมีประชาชนมารวมตัวกันมากมายขนาดนี้ “ต้องขอบอกก่อนว่าเขามาด้วยใจจริงๆ ไม่มีการเกณฑ์หรือบังคับ ทุกคนยืนตากแดดกันตั้งแต่ 10 โมงเช้า” “เพลงนี้จะเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ทุกคนร้องพร้อมกัน และอาจจะเป็นการทำลายสถิติโลกที่มีคนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีมากเป็นประวัติศาสตร์ ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีค่าย ดารามาช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยที่เราไม่ได้ไปบังคับเขา ทุกๆ คนมากันด้วยใจจริงๆ ไม่มีใครคิดเงิน รวมทั้งผู้สร้างหนังเกือบ 1,000 คน ที่เดินทางมาช่วยกัน” “อุปกรณ์การถ่ายทำทุกคนก็เอามาช่วยเหลือ โดยไม่มีใครคิดเงิน แต่ผมก็ไม่ทราบนะครับว่ามีใครมาช่วยบ้าง เพราะไม่ได้มีใครมาบอกรายละเอียดเหมือนกัน” ทั้งนี้ ก
สตช.ประกาศปิดการจราจร บริเวณรอบสนามหลวงและถนนต่อเนื่อง วันที่ 22-24 ตุลาคม พ.ศ.2559 ตามนโยบาย ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.เดชรรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร. ควบคุมดูแลงานจราจรในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในพื้นที่ของ กทม. กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้กองบังคับการตำรวจจราจร อำนวยการจราจรจราจร ผ่านการสั่งการโดยศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) โดยวันนี้ 22 ตุลาคม พ.ศ.2559 เวลา 12.30 น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจจราจร ขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวเกี่ยวกับการจราจร เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีฯ เป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรหนาแน่นในหลายพื้นที่ จึงขอแจ้งปิดการจราจร(ชั่วคราว) ตลอดเวลา ระหว่างวันที่ 22 – 24 ตุลาคม พ.ศ.2559 ใน 27 เส้นทาง ดังนี้ 1. ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย 2. ถนนหน้าพระธาตุ ตลอดสาย 3. ถนนราชดำเนินในจากแยกผ่านพิภพ ถึง แยกป้อมเผด็จฯ 4. ถนนสนามชัย จากแยกป้อมเผด็จ ถึง หน้า สน.พระราชวัง 5. ถนนหับเผย 6. ถนนหลักเมือง 7. ถนนกัลยาณไมตรี ถึง สะพานช้างโรงสี 8. ซอยสราญรมย์ 9. ถนนพระจันทร์ 10. ถนนมหาราช ตลอดสาย 11. ถนน
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานการจารจรโดยรอบมุ่งหน้าเข้าสนามหลวง ที่แยกอรุณอมรินทร์ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. บรรยากาศโดยรอบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรบริเวณแยกอรุณอมรินทร์มุ่งหน้าเข้าสนามหลวง แล้วนำกรวยมาวางกั้น 1 เลนบนสะพานพระปิ่นเกล้า เพื่อประชาชนเดินเท้าเข้าไปโดยมีจักรยานยนต์รับจ้างและจักรยานยนต์จิตอาสาคอยพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนรับส่งประชาชนที่กำลังเดินทางไปยังสนามหลวง ส่วนบริเวณถนนพระอาทิตย์มุ่งหน้าสนามหลวง แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปลี่ยนการจราจรเป็นวันเวย์เพื่อความสะดวกในการจารจรมากขึ้น ส่วนสะพานพุทธ สะพานพระราม 8 สะพานกรุงธน และถนนราชดำเนินนอก การจราจรติดขัดอย่างหนักมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยประกาศ แนะให้ขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือรถจักยานยนต์หรือเลี่ยงเส้นทางไปใช้ทางอื่น พร้อมคอยอำนวยความสะดวกอยู่ตลอดเส้นทาง ทั้งนี้บรรยากาศถนนโดยรอบพระบรมมหาราชวัง มีการปิดจราจร ถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่แยกผ่านพิภพ ถึง แยกป้อมเผด็จฯ ถนนสนามไชยตั้งแต่แยกป้อมเผด็จฯ ถึงวงเวียน รด. ถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่แยกป้อมเผด็จฯ ถ
เวลา 13.00 น. วันที่ 22 ต.ค. ณ ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากทั่วสารทิศ นับแสนๆ คน เข้าร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องสนามหลวง โดยพสกนิกรต่างถือพระบรมฉายาลักษณ์ บ้างก็ร่ำไห้ พร้อมทั้งร่วมร้องเพลงถวายแด่พ่อหลวงของแผ่นดิน https://www.youtube.com/watch?v=Zkkljrhrpos ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ม.ร.ว. ศรีคำรุ้ง ยุคล หรือ ‘คุณหญิงแมงมุม’ ธิดาของม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ ‘ท่านมุ้ย’ ซึ่งดูแลงานด้านโปรดัคชั่นในการถ่ายทำภาพยนตร์และวิดีทัศน์ เก็บภาพประชาชนร่วมร้องเพลง ‘สรรเสริญพระบารมี’ ที่บริเวณณหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง เพื่อนำไปฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ รวมถึงสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ให้สัมภาษณฺ์ว่า ตามกำหนดถ่ายทำของวันนี้ (22 ต.ค.) คือจะมีในช่วงเวลา 13.00-17.00 น. โดยแบ่งการถ่ายออกเป็น 3 รอบ คือ 13.00-14.00 น. , 14.00-15.00 น. และเวลา 16.00-17.00 น. ขณะที่ช่วงกลางคืนมีรอบเดียวคือ เวลา 22.00-23.00 น. โดยในรอบกลางคืนที่ไม่มีวงออเคสตร้า Siam Philharmonic Orchestra บรรเลง เพราะตั้งใจโฟกัสที่ภาพประชาชน “แค่ประชาชนอย่างเดียว มีการจุดเทียน และความรู้สึกที่ประชาชนมีต่อพระองค์” คุณหญิงแมงมุมกล่าว และว่าในการถ่ายทำช่วงกลางคืนนั้นจะใช้กล้อง 50 ตัว เพราะอยากเก็บภาพให้ได้มากที่สุด “ตอนที่เริ่ม เราไม่ทราบว่าคนจะมาเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่าประชาชนอยากจะมาอยู่ตรงนี้ อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทำถวาย ภาพที่เราเห็นตอนซ้อม ทุกคนร้องจากใจ เหมือนทุกคนมาด้วยใจ จะร้อนแค่ไหน ให้ทำอะไรเขาก็ให้ควา
วันที่ 22 ต.ค. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงประกอบอาหารที่รถประกอบอาหารเคลื่อนที่ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นวันที่ 2 ซึ่งโปรดให้นำรถดังกล่าวออกไปปฏิบัติงาน บริการประชาชน เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ที่เดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และผู้ที่ไปร่วมกิจกรรมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณริมถนนด้านข้างมหาวิทยาลัยศิลปากร หน้าประตูวิเศษไชยศรี ตรงข้ามทางเข้าพระบรมมหาราชวัง โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงทอดไก่ที่หมักทรงเครื่องไว้ สำหรับใส่ห่อรับประทานกับข้าวเหนียว ซึ่งเจ้าหน้าที่ช่วยกันจัดทำไว้แจกให้กับประชาชน วันนี้ทรงให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมปริมาณอาหารเพิ่มมากขึ้นจากเดิมอีกเท่าตัว เมื่อวานนี้ใช้ไก่จำนวน 500 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 กิโลกรัม ส่วนข้าวเหนียวจากเดิมใช้วันละ 200 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็น 500 กิโลกรัม ที่มา ข่าวสดออนไลน์
