ข่าววันนี้
“สำนักโฆษกฯ” ตอบคำถามแนวทางปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องพระบรมศพ ตามที่ ปชช.สงสัย ย้ำผูกผ้าดำเหนือผ้าขาว พระบรมฉายาลักษณ์ใช้ได้ทั้งสีและขาว-ดำ ไม่ต้องจุดเครื่องทองน้อยในกรณีตั้งที่อาคารสถานที่ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เอกสารคำชี้แจงของกระทรวงวัฒนธรรมถึงประเด็นคำถามแนวทางปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องกับพระบรมศพที่ประชาชนสอบถามเข้ามาจำนวนมาก ดังนี้ 1.พระบรมฉายาลักษณ์ โต๊ะหมู่บูชา สามารถใช้ได้ทั้งภาพขาว-ดำและภาพสี แต่ต้องไม่มีตราสัญลักษณ์เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองฯ 2.การจัดตั้งโต๊ะหมู่สามารถจัดกลางแจ้งได้ แต่ต้องดูความเหมาะสมและสมพระเกียรติ 3.เทียนที่ใช้ในเครื่องทองน้อย จะใช้เทียนสีเหลืองหรือสีขาวก็ได้ 4.เครื่องทองน้อยไม่ต้องจุดในกรณีตั้งถวายราชสักการะที่อาคารสถานที่ แต่จะจุดในกรณีประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา 5.โต๊ะหมู่ไม่ต้องใช้พานพุ่มเงิน พานพุ่มทอง ให้ใช้เป็นพานพุ่มดอกไม้หรือแจกันดอกไม้แทน 6.การประกอบพิธีสงฆ์ใช้สวดมาติกา โดยใช้พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระอภิธรรมใช้พระสงฆ์ 4 รูป 7.การสดับปกรณ์คือการพิจารณาผ้าบังสุกุล กระทำในกรณีสวดมาติกา นิมนต์พระสวด 10 รูป
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเดินทางเข้ามาลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี โดยตั้งแต่เช้ามีประชาชนทุกสารทิศแต่งกายไว้ทุกข์ เดินทางมายังศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังเพื่อมาลงนามถวายความอาลัยในหลวงในพระบรมโกศ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัยรักในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้จัดให้ประชาชนเข้ามาภายในศาลาสหทัยสมาคม รอบละประมาณ 70 คน เข้ามายังโถงกลาง ซึ่งตั้งพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดเผยขั้นตอนการถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยให้ประชาชนนั่งพับเพียบ จากนั้นพนมมือและกราบโดยไม่แบมือ 1 ครั้ง แล้วเดินไปยังห้องโถงตะวันออก เพื่อลงนามถวายความอาลัย ก่อนจะกลับออกไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังแจ้งด้วยว่า ประชาชนที่จะมาลงนามถวายความอาลัย ควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพ สวมรองเท้าหุ้มส้น ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ช่วงเย็นของวันที่ 15 ต.ค. สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งภูฏาน พร้อมด้วยเจ้าชายจิกมี นัมเกล วังชุก พระราชโอรส เสด็จฯ โดยเครื่องบินพระที่นั่งจากกรุงทิมพู ประเทศภูฏาน ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ แล้ว เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและภรรยา เฝ้าฯ รับเสด็จฯ โดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พร้อมสมเด็จพระราชินี จะเสด็จฯ ไปถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. ที่มา ไทยพีบีเอส
วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 301 ถนนกีฬากลาง ซอย 1 เขตเทศบาลนครนครราชสีมา บ้านพักของคุณทวดบัวผัน ราชวงศ์ อายุ 103 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนบ้านพลกรัง ต.พลกรัง อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังทราบว่าคุณทวดบัวผันมีภาพมงคลที่ได้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ขณะที่ทรงรับเนกไทผ้าไหมที่คุณทวดบัวผัน พร้อมด้วยลูกชาย 2 คน คือนายปิติ ราชวงศ์ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) และนายอดุลย์ ราชวงศ์ นำไปทูลเกล้าถวายเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 หรือเมื่อ 61 ปีก่อน ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันคุณทวดบัวผันมีอายุ 103 ปีแล้ว และสภาพร่างกายก็แก่ชราไปตามวัย แต่คุณทวดยังสามารถจดจำเรื่องราวความเป็นมหามงคล วันแห่งความประทับใจในวันนั้นได้เป็นอย่างดีมิรู้ลืม นายอดุลย์ ราชวงศ์ ปัจจุบันอายุ 65 ปี ซึ่งได้ติดตามคุณแม่บัวผันไปรับเสด็จ และถวายเนกไทให้กับในหลวงในครั้งนั้นเล่าว่า เมื่อครั้งที่คุณแม่ ขณะนั้นอายุได้ 42 ป
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม สำนักพระราชวังออกประกาศว่า วันนี้สำนักพระราชวังได้ดำเนินการเปิดให้ประชาชนได้ถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัย ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม เวลา 08.30-16.00น. และภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 15 วัน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สำนักพระราชวังจัดได้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อนึ่ง สำหรับคณะบุคคลต่างๆ ที่ประสงค์จะนำพวงมาลามาถวายสักการะ จะได้มีการจัดให้วางภายหลัง เมื่อครบกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทั้งนี้สำนักพระราชวังจะแจ้งให้ทราบต่อไป ที่มา : มติชนออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ค China Xinhua News ได้รายงานข่าว การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ โดยระบุว่า เป็นข่าวที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนชาวไทยนั้นเทิดทูนพระองค์ให้เป็น “พ่อหลวง” เป็นศูนย์รวมใจของชาวไทย และเป็นดั่งดวงใจของแผ่นดิน ซึ่งคำกล่าวเหล่านี้ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เนื่องจากพระองค์ทรงมอบความรัก ความเมตตา และคำสอนให้แก่ประชาชนชาวไทยตลอดมา ทั้งยังมีคำกล่าวหนึ่งที่ได้ยินกันบ่อยว่า “พระองค์ทรงเป็นพ่อหลวงที่ทรงงานหนักเพื่อลูกๆ ชาวไทยทุกคน” แต่รู้หรือไม่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ พระมหากษัตริย์อันดับที่ 9 ของราชวงศ์จักรี ยังทรงมีพระนามในภาษาจีนอีกว่า “เจิ้งกู้” (郑固) ซึ่ง “แซ่เจิ้ง” (หรือแซ่แต้ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) นี้เป็นแซ่ประจำราชวงศ์จักรี โดยมีที่มาจากการจิ้มก้อง (进贡) หรือการส่งเครื่องราชบรรณาการให้จีนตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช โดยการจิ้มก้องในราชวงศ์จักรีนั้น เริ่มมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่1) ที่ทรงส่งเครื่องราชบรรณาการให้จีนในสมัยจักรพ
เพจ siamcoin.com รายงานว่า เหรียญที่ระลึกพระราชทานเหรียญนี้ นับเป็นเหรียญที่ระลึกรุ่นแรกของแผ่นดินรัชกาลที่ ๙ เป็นเหรียญที่คาดว่า ท่านทรงพระราชทานออกไปน้อยมากๆ จากรูปที่พบเห็นผมลองนับๆดูแล้วยังไม่เกิน ๓๐ เหรียญ และเป็นเหรียญที่มีคนมิจฉาชีพ ทำปลอมออกมาจำนวนมากมายหลายแบบ อาจบอกได้ว่าเป็น #เหรียญรัชกาลที่๙ที่มีคนทำเหรียญปลอมออกมามากที่สุด เหรียญรุ่นนี้ถ้าพยายามจำพิมพ์ตำหนิ ผมคิดว่ามันไม่ง่ายสำหรับนักสะสมที่ไม่มีโอกาสได้ส่อง ได้ศึกษากับเหรียญจริง ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสนี้สักเท่าไหร่ เหรียญรุ่นนี้ อาจไม่ต้องส่องแต่ต้องส่งเหรียญไปวิเคราะห์โลหะดู ถ้าหากเหรียญเงินนั้นมีทองคำผสมอยู่ด้วย ๓ ถึง ๕ % ผมเชื่อว่าเหรียญนั้นมีโอกาสแท้ไปแล้ว ๙๐% ครับ สำหรับเหรียญรุ่นนี้ มีพบด้วยกัน ๒ ชนิดคือ ๑.#เนื้อทองคำ พบจำนวนน้อยมากๆ เคยเห็นรูปถ่าย ๒ เหรียญจากประวัติที่มาอ้างอิง และ ชมตามภาพแล้ว ผมเชื่อว่าเป็นเหรียญแท้ครับ ๒.#เนื้อเงิน มีพบเนื้อเงินกะไหล่ทองเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเนื้อเงินธรรมดาไม่กะไหล่ พบน้อยมากๆ ส่วนตัวพบเห็นเพียงเหรียญเดียวเท่านั้น สำหรับอีกเนื้อที่พบคือ เนื้อทองแดง ซึ่งคาดว่าเป็นเพียงเหรียญลองตี ห
แชร์ว่อนภาพนร.สาวสะพายเป้แล้วติดป้ายว่า “ในเป้มี ขนมปัง ทิชชู่ และยาดมค่ะ ยินดีนำมาให้ฟรี ถ้าต้องการสะกิดเรียกได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ” ขอบคุณภาพจาก maybepangg กับอีกภาพ วิน นกน้อย บริการส่งฟรีในเขตมีนบุรี ท่านใดต้องการใช้บริการเรียนเชิญคับ เพื่อถวายแด่ พ่อหลวง ของเรา วินตั้งอยู่ปากซอย สุวินทวงค์ 6 เขตมีนบุรี ขอบคุณเรื่องจาก หนุ่มโอ๊ต ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 14 ตุลาคม 59 เกิดการสั่นสะเทือน ที่รับรู้ได้ไปทั่วพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทำให้ประชาชน ตกใจแตกตื่นว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างโทรศัพท์สอบถาม ยังสถานีตำรวจภูธรปากช่องว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างเกรงว่าคลังแสงเกิดระเบิดเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ต่อมาได้รับแจ้งจาก ศูนย์เฝ้าระวังแผ่นดินไหว ว่าเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.0 ริกเตอร์ ความลึก 7 กม.ศูนย์กลาง ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งศูนย์เตือนภัยพิบัติรายงานว่า แผ่นดินไหวขนาด 3.0 ริกเตอร์ ไม่เป็นอันตราย เป็นรอยเลื่อนใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการสั่นสะเทือนขึ้นอีก 2 จุด คือที่ จ.นครพนม และ จ.กาญจนบุรี โดยในวันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม กรมธรณีวิทยา จะลงพื้นที่ตรวจสอบจึงเตือนประชาชนอย่าได้ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่มา มติชนออนไลน์
แม่ของทหารอารักขา “ขบวนพระบรมศพ” เปิดใจ หลังลูกชายปรากฏในคลิปที่แชร์กันในโลกออนไลน์ ก่อนไปทำหน้าที่บอก “ผมทหารรักษาพระองค์เป็นทหารของพระราชาต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ว่าจะอยู่สถานการณ์ใดก็ตาม” วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังโลกโซเชียลแห่แชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารอารักขาที่ยืนเฝ้าขบวนพระบรมศพ ในพิธีเคลื่อนพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ไปยังพระบรมมหาราชวัง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งเพื่อร่วมกับชาวไทยทั้งชาติในการส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ แม้เจ้าหน้าที่นายนี้จะมีอาการอ่อนแรงจนตำรวจนายหนึ่งต้องเข้ามาพยุง แต่ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ต่ออย่างสุดความสามารถ ไม่ยอมพัก จนเป็นที่ชื่นชมของโลกออนไลน์ หลังที่เรื่องราวดังกล่าวถูกแพร่หลายในโลกโซเชียลทั้งแห่แชร์คลิปภาพและกล่าวชื่นชม ทั้งยกย่องเป็นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างภาคภูมิใจ โดยเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ด.ญ.พฤกษชาติ เชิดฉาย ได้เผยภาพนิ่งในมุมใกล้เคียงกันระบุข้อความว่า “ชอบพี่ทหารคนนี้เท่มาก สปิริตสุดยอด ขนาดยืนรอตากแดดเป็นเวลานาน จนจะเป็นลม แต่ก็ไม่ละหน้าที่ ท
