ข่าววันนี้
ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร(กทม.) รายงานเวลา 08.00 น.วันที่ 6 ตุลาคม ฝนเล็กน้อยกระจายพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.นครปฐม จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.นครนายก จ.ฉะเชิงเทรา และฝนปานกลาง อ่าวไทย ลมแปรปรวน ส่งผลให้ช่วงเช้าที่ผ่านมาหลายพื้นที่จราจรติดขัดไปทั่ว โดยข้อมูลจาก JS100 Radio มีผู้ใช้รถใช้ถนน โพสต์ภาพการจราจรติดขัดในเพจเฟซบุ๊ก JS100 Radio ตั้งแต่ช่วงเช้า อาทิ RT@BombirdB ถนนราชพฤกษ์ ช่วงก่อนข้ามคลองมหาสวัสดิ์ รถชะลอตัว ฝนปรอยๆ ถนนลื่น ระวังพี่ๆ ไบเกอร์นิดนะครับ ขับกันค่อนข้างเร็วครับ ขณะเดียวกันยังพบเหตุรถปิคอัพยางระเบิด จอดเสีย บนถนนราชพฤกษ์ ช่วงสะพานข้ามคลองบางบัวทอง นอกจากนี้ เวลา 08.09 น. RT@may13sj ยังระบุว่า ตลาดดาวคะนอง ระดับน้ำสูงถึงขอบฟุตบาท RT@ched27051 โทลเวย์ รถหนาแน่น ท้ายแถว เลยช่วงสนามบินดอนเมือง พ้นหน้าด่านไปแล้ว การจราจรยังคงติดขัดต่อเนื่อง RT@AbbasTte ถ.รามคำแหง สุขาภิบาล3 ก่อนถึงแยกสวนสน ก่อนเข้าลำสาลี หนาแน่น กลับกันรถน้อย ที่มา มติชน
พาชมทักษะ และเทคนิคของนักแล่ปลาสุดชำนาญจากหลายแห่ง มีตั้งแต่ปลาตัวเล็กไปจนถึงไซซ์บิ๊กเบิ้มที่ต้องช่วยกันแล่ แต่ดูแล้วจะเห็นทักษะความชำนาญการใช้มีดและความเรียบร้อยในการแล่แบบเรียบกริ๊บหมดจด https://youtu.be/yLO3glksQDw ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
ระดมปิดล้อมจับจระเข้ตัวใหญ่ สงสัยหลุดจากน้ำท่วมมานานมากแล้ว จนท.ใช้เวลาจับนาน จระเข้ไม่ยอมง่าย แสดงอาการดุร้าย พุ่งเข้าใส่ สุดท้ายต้องใช้ 8 คนช่วยจับตัวจระเข้มัดไว้ได้ นางสมจิตร์ พันธ์สุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา นำพนักงาน และกู้ภัยเทศบาลตำบลท่าข้าม หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ชาวบ้านกว่า 20 คน เข้าปิดล้อมป่ารกร้างริมคลองตาสาย หมู่ที่ 4 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังมีชาวบ้านไปแจ้งทางเทศบาลตำบลท่าข้ามว่า พบจระเข้ขนาดใหญ่ลอยคออยู่ภายในคลองขณะหาปลา จึงแกะรอยติดตามจนมีคนไปพบจระเข้ตัวดังกล่าวขึ้นไปหลบอยู่ในป่ารกร้างแห่งนี้ เมื่อคนจะเข้าไปใกล้ก็คลานหลบลงไปในแอ่งน้ำขนาดเล็กเพื่อซ่อนตัวและจะพยายามพุ่งลงไปในคลอง ทำให้คณะชุดจับจระเข้ต้องทำบ่วงเชือกดักทางหนีไว้จำนวน 3 ทาง โดยพบว่าจระเข้ตัวดังกล่าวยาวประมาณ 3.30 เมตร กว้างประมาณ 70 ซม. พยายามจะพุ่งหลบหนี แต่ปากเกิดไปติดเถาวัลย์ ทำให้ต้องถอยตัวหนีลงมาในแอ่งน้ำเหมือนเดิม ในขณะนั้นจระเข้เริ่มแสดงอาการดุร้ายและพยายามพุ่งเข้าหาคนที่กำลังจะเข้าไปจับ ก่อนที่จระเข้จะคลานหนีไปบริเวณบ่วงที่เตรียมเอาไว้ทำให้ต้องรีบดึงเชือกแ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีทางรัฐบาล คสช. และกองทัพภาคที่ 4 สั่งเจ้าหน้าที่ทหาร สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศบาลนครเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จัดระเบียบคืนพื้นที่สาธารณะ และชายหาดในอำเภอเกาะสมุย แต่พบว่ายังมีผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดังจำนวน 34 ร้านทั่วเกาะสมุยที่มีป้ายยื่นล้ำแนวเขตเสาไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่สาธารณะไม่ ยอมปฎิบัติตามรื้อถอนป้ายออก จนมีชาวบ้านและผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่ปฏิบัติตามคำสั่งรื้อถอนป้ายออกไปแล้ว เกิดข้อกังขาและสงสัยว่าหน่วยงานรัฐปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐานหรือไม่ ที่ปล่อยให้ร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดังทำผิดกฎหมาย พร้อมนำถ่ายภาพลงประจานในสื่อโซเชียล จนมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา จากการสอบถามนายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย ทราบว่าก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือถึงร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดังและร้านค้าอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งให้รื้อ ถอนป้าย สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งอื่นๆ ออกจากเขตสาธารณประโยชน์ให้เสร็จภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือ แต่พบว่ามีร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดังอีก 34 ร้าน ที่ยังเพิกเฉยไม่ยอมดำเนินการใดๆ ล่าสุดน.ส.นันท์นภัส คงท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างในในพื้นที่จ.สระแก้ว ส่งผลให้น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมภายในตลาดโรงเกลืออย่างรวดเร็ว พ่อค้า-แม่ค้า ต่างรีบขนของหนีน้ำกันจ้าล่ะหวั่น บางคนมีรถจักรยานยนต์พ่วงก็นำเสื้อผ้าขนใส่รถพ่วง นำไปเก็บไว้บริเวณที่สูง บางคนไม่มีก็ต้องวิ่งหาจ้างรถจักรยานยนต์พ่วง เพื่อขนเสื้อผ้า รองเท้า ไปเก็บไว้ในที่สูงเช่นกัน บางคนถึงกับนั่งคอตก หมดอาลัยต่อชีวิต โดยบอกว่าตลาดโรงเกลือเงียบมาก ของก็ขายไม่ดี แถมข้าวของมาถูกน้ำท่วมเสียหายอีก จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสำรวจภายในตลาดโรงเกลือพบว่า น้ำได้ท่วมเป็นบริเวณกว้าง บางแห่งสูงเกือบ 50 เซนติเมตร ทำให้เสื้อผ้า และรองเท้าที่วางไว้ในที่ต่ำถูกน้ำท่วมเสียหายจนหมด เนื่องจากน้ำได้ท่วมอย่างกะทันหัน สาเหตุที่น้ำได้ทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็วเพราะการสร้างตลาดโรงเกลือไม่ได้ มีการวางแผนรองรับตั้งแต่แรก ต่างคนต่างสร้างตลาดของตนเอง แต่ไม่ได้วางแผนเรื่องการระบายน้ำ ทำให้น้ำไหลลงคลองพรมโหดไม่ทัน ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งก็เกิดจากความมักง่ายทิ้งขยะกันส่งเดช ทำให้น้ำไหลไปอุดตันตามท่อ ซึ่งพบว่ามีขยะลอยมาตามน้ำจำนวนมาก ที่มา มติชนออนไลน์
หลังโย่ง เชิญยิ้ม – พิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อที่ถูกกล่าวว่าให้เสียหายเรื่องไม่ช่วยดูแลอดีตตลกในคณะ เตี้ย พิจิตร – สำอาง เชชเอม ที่ชีวิตตกอับกลายเป็นคนพิการ ทั้งที่โย่งยืนยันว่าให้ความช่วยเหลือมาตลอดตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : ‘โย่ง’ พ้อโดนด่าทิ้ง ‘เตี้ย พิจิตร’ ที่ตกอับ ทั้งที่ช่วยเหลือทั้งครอบครัวตลอด แต่ไม่ได้บอกใคร) ล่าสุดวันนี้ 5 ตุลาคม เตี้ย พิจิตร ก็ได้มาเปิดใจในรายการ ‘ปากโป้ง’ ถึงชีวิตที่พลิกผันมาเก็บขยะเลี้ยงชีพ หลังจากมีอาการเส้นเลือดในสมองกลายเป็นคนพิการ และเนื่องจากอาการป่วยทำให้เตี้ยพูดได้ช้าลง ลูกสะใภ้ที่ชื่อ ‘นุ้ย’ และ 2 พิธีกร หนิง – ปณิตา ธรรมวัฒนะ และเข็ม – ลภัสรดา ช่วยเกื้อ จึงต้องช่วยสรุปประเด็นให้ โดยกล่าวว่า ตอนที่เตี้ยโด่งดังนั้นทำงานอยู่กับโย่ง เชิญยิ้ม และได้รับการสนับสนุนจากชิน โฟร์เอส (สุชิน ควรสงวน) กระทั่ง วันหนึ่งแสดงอยู่บนเวที จู่ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุหมดสติล้มหัวฟาดพื้นไป เมื่อรู้สึกตัวพยายามพูดออกมาแต่พูดไม่ได้ สาเหตุคือเป็นเส้นเลือดในสมองแตกต้องรักษาด้วยการผ่าตัดสมองแล้วพักที่โรง พยาบาลกว่า 1 เดือน ก่อนจะมาพักรักษาตัวที่บ้าน
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานในการประชุม “ติดตามความคืบหน้าแนวทางส่งเสริมนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสาธารณรัฐประชาชน จีน” โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. น.ส.วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และผู้แทนจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมว่า ที่ประชุมมีมติโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 จะกำหนดอัตราค่าบริการนำเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่าง ประเทศ เฉพาะตลาดจีน ที่มาเที่ยวเมืองไทยแบบหมู่คณะ ไม่ต่ำกว่า 1 พันบาท/คน/คืน และได้ข้อสรุปเรื่องค่าบริการเสริมด้านการท่องเที่ยว หรือออปชั่นทัวร์ อาทิ ค่าเข้าชมการแสดง เข้าชมสถานที่ต่างๆ โดยรวมแล้วต้องไม่เกิน 600 หยวน หรือประมาณ 3 พันบาท/คน/ทริป ส่วนการกำหนดราคาแพคเกจทัวร์ที่เคยเสนอให้มีระดับราคา เช่น ระดับโกลด์ ระดับแพลทินัม เพื่อสะท้อนว่าเมืองไทยมีความหลากหลายทางการท่องเที่ยว จะต้องคุยรายละเอียดอีกครั้ง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบเรื
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านอาหาร เนตะกริล (Neta Grill) ร้องผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุมีข้าราชการของกรมการค้าภายในคนหนึ่ง มาเรียกร้องใช้อำนาจข่มขู่ นอกเวลาราชการ จากการสอบถาม ไปยังเจ้าของร้านเนตะกริล ทำให้ทราบว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา มีลูกค้า 2 คน เข้ามารับประทานอาหารที่ร้านที่สาขาเมกะบางนา เมื่อรับประทานเสร็จได้จ่ายเงินตามปกติ แต่ 2 วัน ต่อมา ลูกค้าคนหนึ่ง คือ นางเอ (นามสมมติ) โทรศัพท์เข้ามาต่อว่าทางร้าน บอกว่าอาหารไม่สด และอาหารทะเลตัวเล็ก ไม่คุ้มราคา ขอให้ชดใช้ โดยจะไปรับประทานฟรีที่ร้านที่สาขาทองหล่อ ซึ่งทางร้านก็ไม่ยินยอม เพราะลูกค้าไม่ได้ร้องเรียนตั้งแต่รับประทานเสร็จตั้งแต่วันแรก จากนั้น นางเอยังโทรศัพท์เข้ามาที่ร้านที่สาขาเมกะบางนา อย่างต่อเนื่อง รวมถึงโทรศัพท์ไปที่ร้านสาขาอื่นๆ แต่ทางร้านไม่สนใจ นางเอจึงโทรศัพท์ไปที่ห้างสรรพสินค้าที่ร้านตั้งอยู่เพื่อร้องเรียน ทุกวัน วันละ 10 กว่าสาย จนวันนี้ (5 ต.ค.) ทางห้างจึงนัดลูกค้าและเจ้าของร้านมาเคลียร์ปัญหา เจ้าของร้านเนตะกริล กล่าวว่า วันนี้ นางเอ พาข้าราชการของกรมการค้าภายในคนหนึ่งมาด้วย โดยข้าราชการหญิงคนดังกล่าว
ใครเป็นบ้าง! ซื้อผักสดมา หรือปลูกไว้กินเองเเต่เยอะจนกินไม่ทัน ตัดใจทิ้งทั้งที่ก็เสียดาย ยิ่งไปอยู่ต่างประเทศที่อยากจะเก็บผักไทยไว้รับประทานได้นานขึ้น พาส่องวิธีเก็บผักประจำบ้านงานนี้อยู่ได้เป็นปี ไม่ต้องทิ้งผักให้เสียดายกัน โดยวิธีการ คือ การนำผักมาต้มไม่นาน และนำมาน็อคด้วยน้ำเย็น จากนั้นนำผักมาปั้นเป็นก้อนเพื่อสกัดน้ำออก และนำไปใส่ถุงซิปล็อคแช่ตู้เย็นที่ช่องฟรีซ โดยวิธีการนี้คนไทยในต่างแดนสามารถเก็บผักไว้กินได้เป็นปี โดยตัวอย่างที่นำมาให้ดูกันนี้สามารถนำมาประยุกต์ทำได้หลายประเภทผัก ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่จะมีการจัดระเบียบทางเท้าบริเวณสยามสแควร์ ทำให้มีกลุ่มผู้ค้าจำนวนมากออกมารวมตัวกันเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งวันที่ 5 ต.ค.ก็จะมีการรวมตัวกันอีกครั้ง โดยพบว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 ที่ผ่านมา เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ค้าเข้าล้อม ชายคนหนึ่งซึ่งมีการระบุว่า เป็นแอดมินเพจ “กลุ่มคนไทย ไม่เอาหาบเร่ แผงลอย” ซึ่งมีการออกมาต่อต้านการขายสินค้าบริเวณดังกล่าว โดยกลุ่มผู้ค้าเองยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำร้ายแต่อย่างใด และถูกใส่ร้ายจากเพจดังกล่าว โดยพบว่ามีการถ่ายคลิปในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการยกเลิกทำการค้าผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1. สยามสแควร์ 2. ราชประสงค์ 3. สีลม และ 4. ประตูน้ำ ว่า ตนไม่มีอำนาจตัดสินใจ แต่จะนำข้อเสนอทั้งหมดเข้าที่ประชุม ซึ่งมีคณะกรรมการหลายฝ่ายร่วมพิจารณา หากมีข้อเปลี่ยนแปลงสำนักงานเขตจะแจ้งให้ทราบต่อไป แต่ขณะนี้ยังยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายจัดระเบียบทางเท้า หาบเร่-แผงลอย ไม่ใช่เพราะ กทม.ไม่
