ข่าววันนี้
เสริมสวยดีลิเวอรี่ ฮิตติดลม ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย แถมราคาถูกกว่าไปทำที่ร้าน เชื่อว่า หนึ่งในภารกิจอันดับต้นๆ ของผู้คนจำนวนมาก หลังคลายล็อกดาวน์ ต้องมีเรื่องตัดผม เสริมสวย-เติมหล่อ ติดอันดับด้วยอย่างแน่นอน ที่จริงแล้ว ผู้ให้บริการด้านนี้ต่างก็ปรับตัวรับกับการระบาดของโควิด-19 ด้วยการนำเสนอบริการแบบดีลิเวอรี่ พร้อมเสิร์ฟความงามถึงบ้าน เพราะถ้าจะรอให้ไวรัสยุติการแพร่ระบาด ก็ไม่รู้อีกนานแค่ไหน ในอินเดีย เทรนด์เสริมสวยดีลิเวอรี่ก็เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราวอีกต่อไป เพราะแม้จะคลายล็อกดาวน์จากการระบาดระลอก 2 ของสายพันธุ์เดลตา ธุรกิจร้านเสริมสวยก็ยังไม่กลับเข้าที่เข้าทาง เว็บไซต์หนังสือพิมพ์นิกเกอิ ระบุว่า ธุรกิจร้านเสริมสวยในอินเดียไม่เพียงแต่ต้องเผชิญกับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แต่พฤติกรรมของลูกค้าก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย จากที่เคยใช้บริการแบบดีลิเวอรี่ในฐานะทางเลือกชั่วคราวช่วงล็อกดาวน์ กลับกลายเป็นกระแสหลักในขณะนี้ เหตุผลที่ทำให้ชาวอินเดียนิยมเสริมสวยแบบดีลิเวอรี่ เพราะพวกเขารู้สึกปลอดภัยกว่าหากช่างมาทำให้ที่บ้าน แทนที่จะต้องออกไปร้าน และราคาบริการแบบดีลิเวอ
ททท.เตรียมเปิดลงทะเบียน ‘เราเที่ยวด้วยกัน-ทัวร์เที่ยวไทย’ 24 ก.ย.นี้ วันที่ 11 ก.ย. 2564 มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จำนวน 2 ล้านสิทธิ ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ให้คูปองอาหาร 600 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% ในการเดินทางท่องเที่ยว ส่วนโครงการทัวร์เที่ยวไทย จำนวน 1 ล้านสิทธิ ที่รัฐสนับสนุนวงเงินสูงสุด 5,000 บาท ในการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ ซึ่งทั้ง 2 โครงการมีกรอบเงินกู้คงเหลือ 10,988 ล้านบาท จากเราเที่ยวด้วยกัน 5,958 ล้านบาท และทัวร์เที่ยวไทยที่ยังไม่ได้เริ่มอีก 5,000 ล้านบาท นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในประเทศขณะนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ชะลอตัวลง และรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อนุญาตให้เปิดร้านอาหารนั่งทานที่ร้านและเปิดห้างสรรพสินค้าได้ ททท. คาดว่าในเดือนตุลาคมนี้ การเดินทางจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ และเกิดการท่องเที่ยวมากขึ้น สะท้อนได้จากการคลายล็อกดาวน์ที่ผ่านมา พบประชาชนเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวใกล้ภูมิลำเนา อาทิ คนกรุ
ไม่สนแล้วโควิด ยิมมวยฟิตเนส ตั้งเป้าหาวิธีเอาตัวรอด โกอินเตอร์ตามแผน คุณหมู-สุพจน์ ลีลาพิสุทธิ์ เจ้าของยิมมวยไทยฟิตเนส หรือ MTM Academy เผยให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า กลุ่มธุรกิจฟิตเนสยังไม่ได้ปลดล็อก คงต้องรอดูหลังสิ้นเดือนกันยายนนี้ ซึ่งเป็นธุรกิจท้ายๆ ที่จะได้กลับมาเปิดอยู่แล้ว “น่าจะเป็นปีที่ผมทำงานน้อยที่สุด MTM Academy เพิ่งครบรอบ 7 ปีไปเมื่อต้นเดือนกันยายน ตั้งแต่ต้นปีเราเปิดยิมได้แค่ 77 วัน มันเป็นคำสั่งรัฐ นอกเหนือการควบคุมของเรา ระหว่างนี้สิ่งที่ทำได้คือปรับแผนธุรกิจรอ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ในปี 2023 ผมจะสร้าง MTM Academy เป็นมวยไทยฟิตเนสระดับโลกให้ได้ ถึงจะเจอวิกฤตยังไงผมต้องเดินถึงเป้าหมาย” “ผมไม่สนโควิดแล้ว เราต้องหาวิธีดิสรัปชั่นกัน ว่าต่อจากนี้ถ้ายิมไม่เปิด หรือโดนคำสั่งปิดแบบนี้เราจะเข้าไปหาลูกค้ายังไงดี เป็นเรื่องของแผนดิสรัปชั่นที่ผมจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ให้ลูกค้าสามารถออกกำลังกายได้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม ซึ่งผมกำลังศึกษาและรอเปิดตัวเมื่อพร้อม คาดว่าในอีก 3 เดือน ซึ่งบริการนี้ไม่ใช่แค่ในไทยแต่จะขยายไปทั่วโลก” ส่วนของการเทรนลูกค้าในช่วงที่ยิมยังเปิดให้บริการ
ผลโพล พบ แยกกินอาหาร เป็นพฤติกรรมป้องกันโควิดในบ้าน ที่ทำได้น้อยที่สุด เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2564 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากผลการสำรวจอนามัยโพล ประเด็น “ความกังวลและพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ในบ้าน” ล่าสุด พบว่า พฤติกรรมในการป้องกันโรคโควิด-19 ในบ้านที่ประชาชนทำได้มากที่สุดคือ การใช้อุปกรณ์ส่วนตัวแยกกับผู้อื่น ร้อยละ 48.6 รองลงมาคือ ทำความสะอาดอุปกรณ์หรือบริเวณที่จับร่วมกันบ่อยๆ ร้อยละ 44.7 แยกห้องนอน ร้อยละ 40.8 สวมหน้ากากตลอดเวลาในบ้าน (ยกเว้นตอนกินอาหาร ดื่มน้ำ อาบน้ำ) ร้อยละ 33.1 ส่วนพฤติกรรม ที่ทำได้น้อยที่สุด คือ แยกกินอาหาร ร้อยละ 30.9 ดังนั้น จึงต้องเน้นย้ำให้มีการป้องกันโรคในบ้านเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีประชาชน ร้อยละ 64.4 ยังมีความกังวลว่าคนในครอบครัวที่ทำงานนอกบ้านจะนำเชื้อเข้ามาแพร่ในบ้าน นอกจากนี้ ประชาชนเห็นด้วยกับพฤติกรรมสวมหน้ากากในบ้านขณะพูดคุย ร้อยละ 53.8 สวมเมื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ดูทีวี ร้อยละ 44.6 และสวมหน้ากากตลอดเวลา ยกเว้นตอนกินอาหาร ดื่มน้ำ อาบน้ำ ร้อยละ 40.5 และเมื่อสอบถามความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมสวมหน้ากากในบ้านลดโรคทั่
คนแห่ลงทะเบียน บ้านล้านหลังเฟสสอง 7 ชั่วโมงแรก ทะลุ 12,890 ราย วงเงินสินเชื่อ 15,468 ล้านบาท วันที่ 10 ก.ย. 2564 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 มีมติเห็นชอบให้ ธอส. สานต่อโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.99% นาน 4 ปีแรก เงินงวดคงที่ 84 งวดแรก (7 ปี) ภายใต้กรอบวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน ผู้ที่เริ่มต้นทำงานเพื่อสร้างครอบครัว และผู้สูงอายุ ให้มีที่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,200,000 บาท โดยวันนี้ (10 กันยายน 2564) ธอส. ได้เปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น GHB ALL เพื่อรับรหัสสำหรับเข้าร่วมโครงการทาง GHB Buddy บนแอพพลิเคชั่นไลน์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นมา ผลปรากฏว่า ณ เวลา 16.00 น. มีลูกค้าให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 12,890 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 15,468 ล้านบาท และมีลูกค้าที่เตรียมเอกสารพร้อมยื่นกู้ในวั
เปิดไทม์ไลน์ จ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ม.39 ม.40 รอบล่าสุด เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และถูกล็อกดาวน์ ใน 29 จังหวัด ว่า ในส่วนของกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 40 ในพื้นที่ 19 จังหวัดสีแดงเข้ม ที่สมัครและชำระเงินสมทบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ในช่วงวันที่ 4-24 สิงหาคม 2564 พบว่ามีผู้ได้รับสิทธิเงินเยียวยาจำนวน 5,000 บาท จำนวน 2.6 ล้านราย ขณะนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ประมวลผล เปิดตรวจสอบสิทธิแล้ว คาดว่ากรมบัญชีกลาง จะโอนงบประมาณให้ สปส. ประมาณวันที่ 15 กันยายนนี้ จากนั้นจะเริ่มโอนเงินให้ผู้ประกันตน มาตรา 40 ที่ได้รับสิทธิอย่างช้าช่วงวันที่ 20-30 กันยายนนี้ สำหรับวันโอนเงินเยียวยาให้กลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 40 ใน 19 จังหวัด ที่แน่นอน สปส. จะกำหนดอีกครั้ง โดยกลุ่มนี้ มี 16 จังหวัด (นครราชสีมา ระยอง ราชบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี ตาก อ่างทอง นค
เปิด 3 ขั้นตอน สำหรับนักช็อป! ซื้อของออนไลน์แล้วโดนโกง ต้องทำยังไง ทุกวันนี้ ออนไลน์ กลายเป็นช่องทางทำมาหากินของพ่อค้าแม่ขาย สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้หลายๆ คน แน่นอนว่าย่อมมี มิจฉาชีพ แฝงมาในคราบคนซื้อ-ขายของ ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็มีคนตกเป็นเหยื่อมาไม่น้อย เพจ ไทยคู่ฟ้า ได้เผยแพร่ วิธีรับมือเมื่อซื้อของออนไลน์แล้วโดนโกง จากกระทรวงยุติธรรม ด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ต้องรวบรวมหลักฐานในการสั่งซื้อสินค้า เช่น แคปภาพหน้าจอ / แคปภาพข้อความ รวบรวมข้อมูลต่างๆ เป็นต้น 2. นำไปแจ้งความดำเนินคดี ณ สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ โดยให้แจ้งว่า “ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” ไม่ใช่แค่ลงบันทึกประจำวันเท่านั้น 3. เมื่อแจ้งความเรียบร้อยแล้วให้นำเลขบัญชีของมิจฉาชีพที่โกง ใบแจ้งความ และหลักฐานการโอนเงินไปยังธนาคารปลายทางของบัญชีมิจฉาชีพ จากนั้นให้ยื่นเรื่องขอคืนเงิน หรืออายัดบัญชี
อย่าหาทำ แพนเค้กเศียรพระ ชาวเน็ต เห็นแล้วตกใจ ขอร้องให้หยุดทำ เป็นกระแสพูดถึงบนโลกโซเชียล เมื่อเพจ Art of ได้แชร์ภาพ แพนเค้ก ซึ่งทำออกมาในลักษณะคล้ายเศียรพระ โดยให้รายละเอียดว่า “Happy Buddha Pancakes by Padchaland ต้อนรับเช้าที่สดใส อิ่มใจและอิ่มท้อง ด้วย ‘แพนเค้กรสพระธรรม’ หน่อยไหม? ขั้นตอนการทำไม่ซับซ้อน อาศัยความตั้งใจและจินตนาการเท่านั้น ลองวาดตามได้เลย ใครสนใจติดตามภาพวาดอาหาร ขนมอื่นๆ ตามไปดูกันได้ที่ Padchaland” ต่อมามีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก เช่น ไม่สมควรอย่างยิ่ง เป็นการดูหมิ่นพระเกียรติพระพุทธองค์อย่างมาก ควรหยุดผลิตและจำหน่ายด่วน, ไม่น่าทานเลยค่ะ และที่สำคัญคือ ไม่สมควรนะคะ, ไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่นำสัญลักษณ์ของพระบรมศาสดามาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต้องให้เกียรติเคารพต่อสิ่งที่ควรเคารพค่ะ, ไม่สร้างสรรค์ ไม่เหมาะสม หยุดเถอะค่ะ เป็นต้น
JobThai เจาะลึก 5 สายงาน ที่เปิดรับมากที่สุด ในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา! ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นเหมือนเมฆดำที่ปกคลุมท้องฟ้าโลกธุรกิจอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะมืดมนไปซะหมด เพราะมีธุรกิจหลายกลุ่มที่ยังคงต้องการกำลังคนมาทำงานในช่วงเวลาอันยากลำบากแบบนี้ JobThai จึงรวบรวมข้อมูลเจาะลึก สายงานไหนเปิดรับสมัครมากที่สุดในรอบครึ่งปีที่ผ่านมาให้ได้อ่านกัน ดังนี้ อันดับที่ 1 งานขาย (158,753 อัตรา) อันดับที่ 2 งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ (89,279 อัตรา) อันดับที่ 3 งานช่างเทคนิค/อิเล็กทรอนิกส์ (83,440 อัตรา) อันดับที่ 4 งานธุรการ/จัดซื้อ (43,574 อัตรา) อันดับที่ 5 งานวิศวกร (40,697 อัตรา) หากคุณเป็นคนที่ทำงานและกำลังวางแผนจะเปลี่ยนงาน ตัวเลขเหล่านี้คือปัจจัยที่จะช่วยให้คุณเอามาพิจารณาเพื่อตัดสินใจได้ว่า คุณควรจะกอดงานประจำที่ทำอยู่ตอนนี้เอาไว้และรอจังหวะที่ใช่ หรือส่งใบสมัครเพื่อก้าวออกไปเติบโตในบริษัทอื่นๆ ต่อไป
สสว. จับมือ 5 หน่วยงานพันธมิตร สร้างนวัตกรรมยกระดับ กลุ่มคลัสเตอร์เครือข่ายผู้ประกอบการ อย่างยั่งยืน นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า แนวทางหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้มแข็ง คือ การผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มพัฒนาร่วมกันเป็นคลัสเตอร์ โดยในปี 2564 สสว. ได้ร่วมกับหน่วยร่วมพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ 5 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และ สถาบันอาหาร (สอห.) เพื่อนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนาคลัสเตอร์เอสเอ็มอี “แนวทางการดำเนินงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเข้าไปปรับปรุงการบริหารจัดการและการตลาด แต่ยังได้มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับคลัสเตอร์ผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน เพิ่มศักยภาพในการผลิต และสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง” นายวีระพงศ์ กล่าว โดยการดำเนินงานของโครงการสนับสนุนและพัฒนาคลัสเตอร์ SME ปี 2564 สสว. ได้เข้าไปพัฒนาให้การส่งเสริม 11 กลุ่มคลัสเ
