ข่าววันนี้
ดีพร้อม แนะ 6 ตัวช่วยรายย่อยด้านการเงิน ดัน เอสเอ็มอี เพิ่มความรู้ก่อนเข้าถึงแหล่งทุน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าโครงการ เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการด้านการเงิน ผ่านหลักสูตร “SMEs รอบรู้เรื่องบัญชี วางแผนดี ขอสินเชื่อกี่ทีไม่มีพลาด” โครงการเสริมความรู้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน หรือ ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความรู้ด้านการเงิน ให้มีความรู้ด้านการขอสินเชื่อเพื่อการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ดีพร้อม ยังได้มีข้อแนะนำ 6 ข้อที่ผู้ประกอบการต้องสร้างภูมิคุ้มกันด้านการเงิน อาทิ ความรู้ความเข้าใจในข้อมูลการเงินที่จำเป็น ความเข้าใจด้านกำไรและกระแสเงินสด และการตรวจสอบแผนการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เตรียมความพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ปัจจุบัน นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เผยว่า ดีพร้อม ได้พัฒนาหลักสูตร SMEs รอบรู้เรื่องบัญชี วางแผนดี ขอสินเชื่อกี่ทีไม่มีพลาด หลักสูตรออนไลน์ ภายใต้โครงการ เตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจใหม่ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจ ให้มีโอกาสในการเข้าถึงแห
ล็อกดาวน์สองรอบ ปิดร้านไป 5 เดือน พอจะดีขึ้นหน่อย เจอระลอกสามอีกแล้ว เป็นอีกหนึ่งกิจการ ที่ได้รับผลกระทบแบบแต็มๆ ล็อกดาวน์สองรอบ ต้องปิดร้านถึง 5 เดือน พอจะดีขึ้นหน่อย เจอระลอกสามอีกแล้ว คุณดวง-กัลยาภัสร์ ตังเทพประสิทธิ์ อายุ 47 ปี เจ้าของกิจการ อาป๋ากุ้งย่าง ย่านสายไหม เจ้าของเรื่องราว สละเวลาทำมาหากิน มาให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง แนะนำตัวให้รู้จัก พื้นเพเป็นคนอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ธุรกิจครอบครัวเป็นร้านโชห่วย ส่วนสามี เป็นหุ้นส่วนร้านอาป๋ากุ้งย่าง หมูกระทะเจ้าดังของอำเภอบ้านโป่ง หลังแต่งงาน จึงชวนกันมาเปิดร้านอาป๋าฯ ที่กรุงเทพฯ โดยเลือกเช่าทำเลย่านสายไหม เปิดขายตั้งแต่ปี 2550 เจ้าของกิจการ เล่าต่อ รูปแบบการขายหมูกระทะแต่เดิมนั้น จัดเป็นชุด ชุดละ 100-200 บาท ตอนนั้นหมูสดราคากิโลกรัมละ 50 บาท กระทั่งกระแส บุฟเฟ่ต์ มาแรง ทางร้านอาป๋าฯ จีงเปลี่ยนมาเป็นบุฟเฟ่ต์หัวละ 99 บาท เป็นหมูกระทะบวกซีฟู้ด กระทั่งปัจจุบัน วัตถุดิบราคาขยับขึ้นทุกอย่าง ค่าหัวจึงขึ้นมาเป็น 299 บาท รวมเครื่องดื่ม หากทานซีฟู้ด เพิ่มค่าเตาอีกโต๊ะละ 99 บาท “ร้านอาป๋ากุ้งย่าง ปัจจุบันมี
ทุเรียน ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาผลไม้ คนไทยชอบกินมากๆ ถึงช่วงฤดูกาลผลไม้ทีไร ทุเรียนคือตัวเลือกอันดับหนึ่ง โดยมีเรื่องราวน่าประทับใจ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก หมี กู้ภัยอุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว ต.ผิวผ่อง ได้โพสต์ภาพบรรยากาศหน้าร้านทุเรียน ซึ่งถูกใจชาวเน็ตเอามากๆ เพราะร้านนี้ทุเรียนไซซ์มินิ ขายราคาหลักสิบบาท โดยราคาหน้าร้าน มีตั้งแต่ 10 บาท 15 บาท 20 บาท 25 บาท โดยพ่อค้าทุเรียนรายนี้ ได้โพสต์แคปชั่นด้วยว่า “คนทุนน้อยมาร้านผม อย่าหวังรวยในช่วงที่หลายคนลำบาก เอาแค่พออยู่ได้ เลี้ยงครอบครัวได้พอ” พิกัด จุดบริการกู้ภัย ฮุก 31 อุดมทรัพย์ ติดถนน 304 ขาเข้าเมืองโคราช ที่มา เฟซบุ๊ก หมี กู้ภัยอุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว ต.ผิวผ่อง
รพ.ราชทัณฑ์ ช่วยรับมือโควิด เปิดตรวจฟรี วันละ 100 เคส สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2564 เฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์ เผยข่าว ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ ประกาศ เปิดให้บริการตรวจหาเชื้อโควิดฟรี ให้แก่ผู้มีความเสี่ยงสูง ทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ บุคลากรสังกัดกระทรวงยุติธรรม ตลอดจนประชาชนทั่วไป เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระ และลดความแออัดให้แก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งยังช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด ผู้มีความเสี่ยงสูงที่มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด สามารถขอรับบริการได้ที่ หน้าตึกอำนวยการ ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ เวลา 08.30-14.30 น. สำหรับประชาชนทั่วไปจะรับเพียงวันละ 100 เคส ส่วนผลการตรวจเชื้อโควิดจะแจ้งผ่านระบบ sms
ฟังทางนี้! ก่อนยิง Ads โฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก SMEs ควรรู้อะไรบ้างนะ? เฟซบุ๊ก ถือเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่พ่อค้าแม่ขาย มักใช้เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าของตัวเอง แน่นอนว่าต้องมีกฎ ข้อบังคับต่างๆ มากมาย เพื่อจัดการให้เฟซบุ๊กดูเป็นระบบระเบียบ ซึ่งอาจจะดู เยอะ เกินไปสำหรับคนทำมาค้าขายไปบ้าง แต่โดยสรุปแล้ว หลักในการทำคอนเทนต์เพื่อการโฆษณาบนเฟซบุ๊กนั้น จะไม่สามารถใช้คำ หรือข้อความ ต่อไปนี้ ไม่บิดเบือนความจริง หรือก็คือ ต้องทำคอนเทนต์อยู่บนความถูกต้อง นั่นเอง ไม่ให้มีการข่มขู่ ปิดกั้นความเห็นผู้อื่น หรือสร้างความหวาดกลัว หรือก็คือ ต้องเป็นคอนเทนต์ที่มีความปลอดภัย ไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ต้องให้ผู้อื่นเป็นตัวของตัวเอง หรือเรียกว่า ต้องมีความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อื่น เรื่องของศักดิ์ศรี หรือ ไม่สร้างความเสื่อมเสียให้แก่ผู้อื่นนั่นเอง ซึ่งถ้ามีข้อความที่ส่อความตามกฎ 4 ข้อ ในการทำโฆษณาบนเฟซบุ๊ก โพสต์นั้นก็จะโดนแบนจากระบบของเฟซบุ๊กทันที ขอบคุณที่มา เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ
ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณไม่ธรรมดา อยากให้มีกันไว้ เพื่อดูแลตนเองเป็นเบื้องต้น เมื่อเร็วๆ นี้ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อมูล ฟ้าทะลายโจร ในโลก ที่มีทั้งจริงและเท็จ สร้างความสับสนในเรื่องของสรรพคุณ โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร กล่าวว่า ในฐานะที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องฟ้าทะลายโจรในการต้านโควิด-19 เป็นหน่วยงานแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 จึงขอไขข้อข้องใจในประเด็นต่างๆ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ดังนี้ ประเด็นแรก ฟ้าทะลายโจร รักษาโควิด-19 ได้จริงหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า โควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ ไม่มียา หรือ วัคซีนใดที่จะตอบได้อย่างเต็มปาก ว่ารักษาหรือป้องกันได้จริง แต่จากการวิจัยเอกสารที่มีการทำการศึกษาวิจัยมากมายหลายฉบับ ทำให้เรามั่นใจว่าฟ้าทะลายโจร มีประโยชน์ในการนำมาใช้กับผู้ป่วยโควิดและได้ส่งมอบเอกสารให้กับทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในการระบาดระลอกแรก จนนำไปสู่การใช้ฟ้าทะลายโจร ไปรักษาผู้ป่วยโควิดรายที่มีอาการน้อยและไม่มีอาการ ในโรงพยาบาลสังกัด กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งพบว่า ผู้ที่มีอาการน้
ชี้แจงข่าวไม่ตรงความจริง เกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาด ในวัดราชบพิธฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ทาง สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้ออกประกาศชี้แจงข่าวไม่ตรงความจริง เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยระบุว่า ตามที่มีผู้นำภาพการฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อภายในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประกอบถ้อยคำว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้ามาพบปะกับพระเถรานุเถระภายในพระอาราม กระทั่งเกิดข่าวเท็จว่า เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เผยแพร่ไปตามสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวางนั้น ทาง สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ขอชี้แจงว่าภาพดังกล่าว เป็นการฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อเพื่อสุขอนามัยภายในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตามรอบการปฏิบัติงานปกติ และเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มีพระอนามัยดี ทรงอยู่ในการอภิบาลดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด อีกทั้งในระหว่างนี้ ไม่มีการอนุญาตให้บุคคลภายนอกผู้ไม่ได้ผ่านการตรวจว่าปลอดการติดเชื้อโควิด-19 ขึ้นเฝ้าในทุกกรณีอยู่แล้ว จึงไม่มีกรณีพึงวิตกตามข่าวเท็จแต่ประการใด ทั้งนี้ ขอให้ติด
ในภาวะสังคมที่ถูกป่วนด้วยโรคโควิด-19 อาจมีคนไม่น้อยที่กระแสรายรับปั่นป่วนตาม โดยเฉพาะเมื่อถึงรอบรายจ่ายพิเศษที่ต้องใช้เงินก้อนจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ค่าเทอมของบุตรหลาน ค่าตรวจสุขภาพประจำปี ค่าเบี้ยประกันชีวิต ฯลฯ ซึ่งในกรณีที่เรามีตัวช่วยอยู่แล้วทั้งบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ รวมทั้งยังมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอพอที่จะทยอยจ่ายคืนหนี้ก้อนนี้ทั้งหมดภายในชั่วระยะเวลาหนึ่ง เราควรเลือกใช้บัตรไหนดีถึงจะคุ้มค่าหรือประหยัดดอกเบี้ย การเบิกถอนวงเงินจากบัตรเครดิต (ไม่ว่าจะเป็นการกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หรือถือบัตรไปขอรับเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ หรือทำรายการบนแอพพลิเคชั่นโดยขอรับเป็นเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝาก) มีค่าธรรมเนียมการถอนเงินสด 3% + ภาษี VAT 7% และอัตราดอกเบี้ยอีกไม่เกิน 16% ตามเพดานอัตราดอกเบี้ยที่แบงก์ชาติกำหนดไว้ ส่วนการถอนเงินจากบัตรกดเงินสด เรียบง่ายกว่านั้นมาก เนื่องจากคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25% ต่อปี โดยทั้งสองบัตรเริ่มคิดดอกเบี้ยจากวันแรกที่ถอน อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีผู้ที่ไม่มีบัตรกดเงินสดและต้องการสมัครขอบัตรใหม่ คงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า บัตรกดเงินสดเป็นสิน
สยามไบโอไซเอนซ์ ยัน การผลิตวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ได้ผลคืบหน้าเป็นไปตามแผน บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด แถลงความคืบหน้าการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าว่ามีความก้าวหน้าตามแผนที่วางไว้ และสามารถดำเนินการได้เรียบร้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตัวอย่างวัคซีนไปตรวจสอบคุณภาพในห้องปฏิบัติการทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยผลการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นนั้นตรงตามเกณฑ์มาตรฐานที่แอสตร้าเซนเนก้าวางไว้ เมื่อตัวอย่างวัคซีนผ่านการทดสอบที่เข้มงวดและได้รับการรับรองจากแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งผลการตรวจสอบและข้อมูลการผลิตทั้งหมดให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อตรวจสอบและขอขึ้นทะเบียนวัคซีนต่อไป เมื่อข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว สยามไบโอไซเอนซ์จะส่งมอบวัคซีนให้กับแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง เพื่อตรวจสอบและอนุมัติข้อมูลการผลิตรวมถึงมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการทำงานของสยามไบโอไซเอนซ์ ก่อนที่แอสตร้าเซนเนก้าจะดำเนินการส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยตามกำหนดในเดือนมิถุนายน โดยสยามไบโอไซเอนซ์ไม่ได้มี
สสส. เผย โควิด ทำเด็กจบใหม่ ว่างงาน 1.3 ล้าน ดันโปรเจ็กต์ให้ทุน 100 โครงการ มากสุดหลักแสน เว็บไซต์ สสส. เผยข่าว นางเข็มเพชร เลนะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์โอกาส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดจากวิกฤตโควิด-19 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF Thailand) ปี 2563 พบว่า ประชาชนกลุ่มอายุ 15-24 ปี โดยเฉพาะนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบ มีแนวโน้มที่จะว่างงานคิดเป็น ร้อยละ 14 หรือกว่า 1.3 ล้านคน เนื่องจากภาคเอกชนชะลอการจ้างงาน จึงทำให้ลดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพหรือทักษะในการประกอบอาชีพจากการไม่ได้เข้าสู่ระบบการจ้างงาน ด้านวัยทำงานที่เป็นคนว่างงาน ร้อยละ 17.9 หรือกว่า 6 ล้านคน ด้วยสถานะของแรงงานในระบบทำให้แรงงานส่วนใหญ่ กลายเป็นบุคคลที่มีทักษะเชิงเดี่ยวไม่สามารถปรับตัวเพื่อประกอบอาชีพอื่นได้ในทันที จากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงมีแนวโน้มที่จะมีคนว่างงานและคนที่มีรายได้น้อยลงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตที่ดีลดลง เพราะขาดรายได้ ขาดความรู้ในกา
