ข่าววันนี้
กรมอุตุฯ เตือน 32 จังหวัดระวังมรสุมถล่มหนักถึง 31 ก.ค. เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย โดยมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกได้เคลื่อนผ่านภาคตะวันออก เข้าปกคลุมภาคกลางตอนล่าง และอ่าวไทย ทำให้ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย อนึ่ง ในช่วงวันที่ 27-31 ก.ค. 63 คาดว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทย มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 17.00 น.วันนี้ ถึงเวลา 17.00 น.วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กั
สธ. ไฟเขียวให้ใช้ ตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสม ใน รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล เว็บไซต์ สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข เผย กระทรวงสาธารณสุข เห็นชอบตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสม ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่มีแพทย์แผนไทยปฏิบัติงาน และร่วมกับวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เพิ่มการเข้าถึงการรักษาและใช้ยากัญชาที่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีประชาชนที่สนใจเข้ารับรักษาในคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทั้ง 291 แห่งทั่วประเทศ กว่า 60,000 ครั้ง และเพื่อเป็นการเพิ่มการเข้าถึง และให้ประชาชนได้รักษาด้วยยากัญชาแผนไทยที่ปลอดภัย มีคุณภาพ มาตรฐาน ถูกกฎหมาย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้ให้ รพ.สต. ที่มีแพทย์แผนไทยปฏิบัติงานประจำใช้ตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ 16 ตำรับ โดยคัดเลือกตำรับที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ นายแพทย์มรุต กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการส่งเสริม พัฒนาองค์ความรู้ด้านการปลูกและใช้ประโยชน์ ทางการแพทย์แผนไทย นำผลผลิตที่ได้ปรุงเป็นยาน้ำมันสนั่นไตรภพ และผลิตเป็นยากัญชา ในระบบโร
29 ก.ค. นี้ ธอส. เปิดประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งแรก! เพจ สถานีข่าวกรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการมีบ้านในยุค New Normal จัดประมูลบ้านมือสองออนไลน์ครั้งแรกผ่าน Application : G H Bank Smart NPA โดยลูกค้าสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลออนไลน์ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เวลา 12.00 น. และเริ่มต้นการประมูลในวันเดียวกัน เวลา 14.00-16.00 น. พบกับ 7 ทรัพย์เด่นทำเลดี ราคาเริ่มต้นประมูลลดสูงสุด 20% จากราคาปกติ ผู้ชนะประมูลรับสิทธิ์ผ่อนดาวน์ 0% นานสูงสุด 60 เดือน หรือเทดาวน์แล้วยื่นกู้ทันทีผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี และ ฟรีค่าประเมินราคาทรัพย์สินอีกด้วย ลูกค้าที่สนใจสามารถดาวน์โหลดและอัพเดตเวอร์ชั่นล่าสุดของ Application : G H Bank Smart NPA แอพบ้านมือสองของคนออนไลน์ ดูง่ายจองสบายในแอพเดียวได้แล้วทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ทำได้ทั้งค้นหาทรัพย์ที่ต้องการ คำนวณรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อทรัพย์ ยื่นคำร้องขอเข้าดูทรัพย์ในสถานที่จริง และจองทรัพย์ผ่านแอพพลิเคชั่นได้ เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ghb
คุณภาพคือสิ่งสำคัญ! “ศิริวรรณ หอยทอด-ผัดไทย” ร้านดัง 60 ปี แม้เกิดโควิดแต่ลูกค้ายังเหนียวแน่น เป็นร้านเก่าแก่ สร้างความอร่อยมานานนับ 60 ปี สำหรับ “ศิริวรรณ หอยทอด-ผัดไทย” ร้านดังที่นักกินทั้งหลายรู้จักกันเป็นอย่างดี สาขาแรกตั้งอยู่ที่สี่แยกวัดมกุฏฯ ใกล้กับวัดมกุฏกษัตริยาราม ก่อนพัฒนา และขยายกิจการ เปิดสาขาเพิ่มที่เมืองทองธานี และรัตนาธิเบศร์ คุณหนก-กนกวรรณ แต้วัฒนา วัย 50 ปี ทายาทรุ่นสองร้านศิริวรรณ หอยทอด-ผัดไทย เล่าให้ฟังว่าตำนานความอร่อย 60 ปี มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณป้าศิริวรรณ ชัยธีรพันธ์กุล ผู้ก่อตั้ง ซึ่งปัจจุบันอายุ 88 ปี “คุณป้าศิริวรรณเปิดร้านขายอาหารมาตั้งแต่สมัยสาวๆ พ.ศ. 2502 สมัยนั้นยังเช่าที่เขาอยู่แถววัดมกุฏฯ ต่อมาคุณแม่ทิพววรณ แต้วัฒนา คุณแม่ของพี่เข้ามาช่วยคุณป้าดูแลร้าน ช่วยจ่ายตลาดและขายอาหาร ทำกันก๊อกๆ แก็กๆ สองคน ตอนนั้นเงินยังไม่เยอะ อาศัยกินนอนที่ร้าน แต่มีอยู่วันหนึ่งคนมากินอาหารที่ร้านเยอะผิดสังเกต ลูกค้าบอกให้ไปซื้อหนังสือพิมพ์อ่าน ปรากฏว่าร้านเราได้ลงคอลัมน์ของหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี ท่านแวะมาชิมโดยที่เราไม่รู้มาก่อน แล้วนำไปเขียนลงหนังสือพิมพ์ เราก็ไปซื้อมาอ่าน ถึง
ต้นตำรับชาววังกว่า 121 ปี! “มัสมั่นไก่ฟรุตตี้” สู่อาหารสำเร็จรูปพร้อมเสิร์ฟ “แกงมัสมั่น” ถือเป็นอีกอาหารไทยขึ้นชื่อ เพราะได้รับคัดเลือกเป็นอันดับ 1 จากการจัด 50 อันดับอาหารอร่อยที่สุดในโลก ประจำปี 2018 โดย CNN ด้วยเอกลักษณ์ของเครื่องแกงที่หอมอบอวลไปด้วยเครื่องเทศนานาชนิด ส่งกลิ่นหอมหวนรัญจวนใจ เป็นเสน่ห์ชวนดึงดูดให้ตักข้าวสวยร้อน ๆ มารับประทานคู่กันเป็นอย่างมาก แต่วันนี้เมนูแกงมัสมั่น กำลังเดินทางไกลไปเสิร์ฟความอร่อยให้คนทั่วโลก ด้วยฝีมือ เชฟอุทัย ที่ยกระดับแปรรูปบรรจุลงกระป๋อง ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ในขณะที่คงรสชาติยอดเยี่ยมเช่นเดิม คุณอุทัย ตันตระกูล หรือเชฟอุทัย เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร และแกงมัสมั่นกระป๋อง ภายใต้แบรนด์ “Chef Uthai” เล่าว่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจว่า เดิมที เขาเป็นลูกหลานครอบครัวคนจีนที่ย้ายมามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดน่านยาวนานกว่า 70 ปี โดยประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ ก่อนที่คุณแม่จะเปลี่ยนมาเปิดร้านข้าวต้ม ถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จนมาเป็นร้านอาหารปุ้ม 3 จังหวัดน่าน ร้านข้าวต้มรอบดึกและอาหารจานเดียว ทั้งอาหารไทย-จีน ถือเป็นร้านเก่าแก่คู่เมืองน่าน เพราะเปิดให้บริการมานาน
สสส. ชู ‘ตามสั่ง ตามส่ง’ เพิ่มรายได้ วิน-ร้านอาหาร สู้วิกฤตโควิด-19 เว็บไซต์ สสส. เผยข่าว นางเข็มเพชร เลนะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์โอกาส (สำนัก 6) สสส. กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ในทางวิชาการ เรียกว่า “ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ” เช่น รายได้ ที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อมรอบตัว สสส. จึงเห็นโอกาสในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ช่วยให้คนในชุมชนมีความสามารถในการปรับตัวในภาวะวิกฤต (Resilience) และแก้ไขปัญหาสุขภาพของตนเองได้จริง จึงริเริ่มสร้างสรรค์ ชุดโครงการ “พลเมืองไทยสู้ภัยวิกฤต” 1 ใน 55 โครงการที่ร่วมกันลดผลกระทบจากโควิด-19 มีความแปลกใหม่ น่าสนใจ และเป็นโครงการนำร่องที่ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนที่สามารถนำไปต่อยอดได้ คือ โครงการตามสั่ง-ตามส่ง พร้อมขยายผลต่อทั้งเชิงลึกในชุมชน และถอดบทเรียนเพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังชุมชนที่มีความพร้อมอื่นๆ ดร.ศิญาณี หิรัญสาลี หัวหน้าชุดโครงการพลเมืองไทยสู้ภัยวิกฤต กล่าวว่า โครงการใช้แนวคิด Resilience คือ การใช้ศักยภาพทั้งหมดที่มีต่อสู้เพื่อทำให้ชีวิตอยู่รอด โดยการบูรณาการนำเอาความรู้ ความเข้า
กระทิงแดงแจง “บอส อยู่วิทยา” ไม่มีความเกี่ยวข้องกลุ่มธุรกิจ วันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ประกาศชี้แจงถึงกรณียกฟ้องคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดในความเกี่ยวข้องกันกับทางกลุ่มธุรกิจ TCP และแบรนด์สินค้า ว่า นายวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่เคยเป็นผู้ถือหุ้น และไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหาร หรือดำรงตำแหน่งใดๆ ในบริษัท ด้วยข้อความดังต่อไปนี้ สืบเนื่องจากการรายงานข่าว การยกฟ้องคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส จนนำไปสู่ความเข้าใจผิดในความเกี่ยวข้องกันกับทางกลุ่มธุรกิจ TCP (บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด) และแบรนด์สินค้าต่างๆ ภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP นั้น ทาง TCP ขอเรียนให้ทราบว่า บริษัทฯ รับทราบข้อมูลดังกล่าวและเข้าใจความรู้สึกของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจ TCP ขอชี้แจงว่า คุณวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่เคยเป็นผู้ถือหุ้น ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหาร และ ไม่เคยดำรงตำแหน่งใดๆ ในบริษัทต่างๆ ภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP เลย ปัจจุบัน ผู้ถือหุ้นของบริษัทต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจ TCP มีทั้งหมด 7 ท่านดังต่อไปนี้ คุณ
“โฮปฟูล” บุกตลาดอาหารเสริม เจาะกลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งเป้ายอดขาย 200 ล้านบาท อดีตนักขายมือทองมีแรงบันดาลใจอยากให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องเผชิญกับภาวะเจ็บป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิต ปิ๊งไอเดียสร้างธุรกิจอาหารเสริม บริษัทโฮปฟูล จำกัด ตั้งเป้ายอดขาย 200 ล้านบาท นายอรรคพล ประธานกรรมการ บริษัทโฮปฟูล จำกัด เผยจุดเริ่มต้นว่า ส่วนตัวเป็นคนที่ใส่ใจดูแลสุขภาพ ชอบสรรหาอาหารเสริมมารับประทานเป็นประจำ แต่ปัญหา คือ อาหารเสริมราคาสูง เลยมีความคิดว่าอยากทำอาหารเสริมดีๆ ให้คนไทยได้รับประทาน หาซื้อง่าย ราคาที่จับต้องได้ จึงเกิดเป็นที่มาของ บริษัทโฮปฟูล จำกัด “ผลิตภัณฑ์ ของบริษัท โฮปฟูล มี 2 ผลิตภัณฑ์ เบต้าเคลพลัส ดูแลเรื่องกระดูกและข้อ และ เบต้าเฮิร์บ ดูแลผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน สำหรับสารสกัดที่เลือกใช้ คัดสรรจากประเทศชั้นนำ เลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุด ได้การรับรองมาตรฐานในระดับสากล มีเลข อย.” ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ผู้บริหาร กล่าวว่า เน้นแพลตฟอร์มทางออนไลน์ มีผู้เชี่ยวชาญคอยตอบคำถามลูกค้า ซึ่งปัจจุบัน มีฐานลูกค้ากว่า 20,000 คน ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ และตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายฐานลูกค้าให้ไ
ข่าวดี! มหาดไทย เตรียมจ้างงาน 3 หมื่นอัตรา กระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม โดยให้หน่วยงานเสนอโครงการผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบนั้น ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวน 2 โครงการ ภายใต้แผนงานส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน ได้แก่ โครงการอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง วงเงินไม่เกิน 1,080.59 ล้านบาท โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการจ้างงานเพื่อปฏิบัติงานเป็นอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น ระยะเวลา 12 เดือน รวม 15,548 คน อัตราเดือนละ 5,000 บาท โดยดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 – กันยายน 2564 ซึ่งจะทำให้เกิดการส่งเสริม
สำนักอุทยานแห่งชาติเปิดให้เข้าอุทยานทั่วประเทศฟรี วันที่ 28 ก.ค.นี้ ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สำนักอุทยานแห่งชาติเปิดให้เข้าอุทยานทั่วประเทศฟรี วันที่ 28 ก.ค.นี้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยอุทยานแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง เนื่องด้วยวันที่ 28 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมถวายความจงรักภักดีสนองต่อพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้มีประกาศเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 โดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 6 และข้อ 8 แห่งระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติเฉพาะสำหรับบุคคลชาวไทย และยานพาหนะในวัน
