ข่าววันนี้
คสช. มั่นใจไม่มีอำนาจใดชี้นำ กกต. ชมทำงานเปิดเผย แบกความคาดหวังสังคม กกต. – เมื่อวันที่ 30 มี.ค. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เผยถึงกรณีการชุมนุมรวมรายชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ สนับสนุนพรรคที่ชนะเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาล วันที่ 31 มี.ค. บริเวณแยกราชประสงค์ และ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พ.อ.วินธัย เผยว่า ช่วงหลังจากการเลือกตั้ง เชื่อว่าประชาชน อยากเดินหน้าประเทศร่วมกันภายใต้บรรยากาศที่สงบเรียบร้อย ภาพรวมยังไม่เห็นความจำเป็นใดที่ต้องชุมนุม เพราะอาจทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยได้ว่าเป็นการสร้างความวุ่นวายให้กระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่หรือไม่ การชุมนุมคงไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยต่อ กกต. ได้เพราะมีวิธีการอื่นที่ตรงจุดตอบโจทย์ได้มากกว่า “การจัดการเลือกตั้งโดย กกต. ดำเนินการมาตามขั้นตอนอย่างมีเอกภาพ เปิดเผยตั้งแต่ขั้นการรับสมัครจนถึงการลงคะแนน ส่วนขั้นการประมวลผล จนถึงการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ คงเป็นไปตามลำดับขั้นตอนตามกรอบการทำหน้าที่ขององค์กร” พ.อ.วินธัย เผยต่อว่า ตนมั่นใจว่า ไม่มีอำนาจใดๆที่ชี้นำกกต. ได้ และเชื่อว่าในช่วงนี้ กกต. แ
เครือข่ายทรัพยากรอีสาน ชี้ 5 ปีคสช. รับใช้นายทุน คนจนทุกข์หนัก ถูกข่มขู่-ปิดปาก จี้แก้รธน. เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 30 มี.ค. ที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคอีสานร่วมอ่านแถลงการณ์ “แก้รัฐธรรมนูญ คืนอำนาจให้ประชาชนอีสานกำหนดอนาคตของตนเอง” ความว่า นับแต่รัฐบาล คสช. เข้ามายึดอำนาจ เป็นเวลากว่า 5 ปี และมีแนวโน้มจะสืบทอดอำนาจต่อ พี่น้องอีสานบ้านเราต่างถูกปิดปาก ถูกข่มขู่คุกคาม ข่มเหง ไม่ให้ส่งเสียง ในขณะที่รัฐบาล คสช. สถาปนาให้นายทุนใช้การเมืองและนโยบายประชารัฐเป็นเครื่องมือ พวกเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังในการแก้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายนับร้อยๆ ฉบับ ผลิตแผนการและนโยบายจากศูนย์กลางอำนาจเพื่อเปิดทางเข้าช่วงชิงทรัพยากรของอีสานมาสนองความโลภของนายทุน พวกเขาหมายมั่นปั้นมือจะสร้างฐานอำนาจและแสวงหาผลประโยชน์ระยะยาวจากฐานทรัพยากรทุกอย่างที่อีสานเรามี เพื่อสร้างศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ โดยเปิดทางให้นายทุนตั้งโรงงานน้ำตาล 29 โรงงานพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวล และพ่วงด้วยอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อีกหลายประเภทในอีสานทั้ง 13 จังหวัด แต่อุตสาหกรรมชีวภาพเป็นเพียงการหยั่งรากขั้น
‘ณัฏฐพล’ ชี้ อย่าพยายามนำ ‘คะแนนเพิ่ม’ มาเป็นประเด็นการเมือง เผย ‘พปชร.’ ได้น้อยกว่า พปชร. – วันที่ 30 มี.ค. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสเฟซบุ๊กส่วนตัวให้ความเห็นกรณีการประกาศผลการนับคะแนนล่าสุดของ กกต. ว่า โดยปกติ พรรคการเมืองใหญ่แทบทุกพรรค และ ส.ส. ที่ลงสมัครในเขตนั้นๆ ลงทุนลงแรงมากในการหาเสียงแต่ละครั้ง ดังนั้น ทุกครั้งหลังการลงคะแนนเสียง ปิดหีบ ก็จะมีการส่งคนหรือตัวแทน ไปเฝ้าดูการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย แบบไม่กระพริบตา เฝ้าจดคะแนนและแทบจะเป็นคะแนนที่ส่งเข้าพรรคในทันที ดังนั้น จะแพ้ หรือ ชนะ น่าจะทราบและเห็นผลกันชัดเจนในระดับหน่วยเลือกตั้งย่อยนั้นๆ โดยข้อมูลทั่วไป ก็จะมีใครได้คะแนนเท่าไหร่ มีคนมาใช้สิทธิ์ บัตรดี บัตรเสีย นี่คือคะแนนดิบระดับหน่วยเลือกตั้ง ที่คนจากทางแต่ละพรรค กับ กกต.เขตตรงกัน หรือคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเห็นว่าทุกพรรคการเมือง ก็จะมีคะแนนที่ใกล้เคียงกับ กกต. อย่างไม่ต้องสงสัย ยกเว้น เขตที่คะแนนพรรคที่ส่งเข้ามามี ชนะกลายเป็นแพ้ ทาง ส.ส. ผู้สมัคร และ พรรคนั้นๆ ก็จะร้องเรียนทันทีเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง ทั้งนี้ หลังปิดหีบล
พระราชโองการ เรียกคืนเครื่องราชฯ “ทักษิณ ชินวัตร” เมื่อวันที่ 30 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศเรื่อง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยข้อความระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่น เนื่องจากนายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่นๆ อีกหลายคดี อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เครื่องราชอิสริยา
‘อุตตม’ เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล หารือพรรคอุดมการณ์เดียวกัน พาประเทศสู่ ‘ความสงบสุข’ เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล – วันที่ 30 มี.ค. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงแนวทางการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคเป็นแกนนำ ว่า พรรคมีความตั้งใจพัฒนาพรรคพลังประชารัฐ ให้เป็นพรรคการเมืองถาวร เพื่อปฏิบัติตามเจตนารมย์ที่พี่น้องประชาชนเลือกพวกเราเข้ามาทำหน้าที่ การรวมเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อดำเนินการไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล พรรคมีจุดยืนชัดเจนที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่แบ่งสี ไม่แบ่งฝ่าย นำประเทศสู่ความสงบสุข ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐ ต้องดำเนินการหารือกับพรรคอื่นที่มีอุดมการณ์เดียวกัน โดยพรรคเราเชื่อว่ายังมีเวลาที่จะเดินสายหารือ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน
จ่านิว เปิดโต๊ะล่าล้านชื่อ ถอดถอน 7 กกต. จัดเลือกตั้งไม่ชอบธรรม! ชี้ เพื่อไทย ชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล เย้ย “บิ๊กตู่” ได้เป็นต่อเพราะงูเห่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่สกายวอล์กบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม และ นายธนวัฒน์ วงศ์ไชยนิสิตจุฬาลงกรณ์ เดินทางมาตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มแนวร่วม เชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจ ร่วมกันลงชื่อเป็นผู้ร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ถอดถอน กกต. ว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ พร้อมฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตราฐานจริยธรรม อย่างร้ายแรง พร้อมเปิดโต๊ะรับลงชื่อถอดถอนเพื่อประชาสัมพันธ์กับประชาชนที่ใช้บริการบีทีเอส ซึ่งขณะนี้มีแนวร่วมนักศึกษาจาก 18 มหาวิทยาลัย นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันตนขอเชิญชวนประชาชนลงชื่อในแบบรณรงค์เว็บไซต์ Change.org ในแคมเปญ “ร่วมกันลงชื่อถอดถอน กกต.” ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 8 แสนคน โดยแนวร่วมฯตั้งเป้าให้ได้ถึง 1 ล้าน
กกต. แจงข้อสงสัย ขานคะแนน บัตรเสียเป็นบัตรดี นับถูกต้อง ตามระเบียบกฎหมายทุกประการ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยทางสื่อสังคมออนไลน์ 2 กรณี โดยกรณี 1 ตามที่ข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์เป็นภาพการนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งไม่ทราบสถานที่ใด โดยกรรมการที่ขานคะแนนไม่ได้ยกบัตรเลือกตั้งขึ้นแสดงให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้เห็นอย่างชัดเจน สำนักงาน กกต. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดสระแก้วแล้วทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 ต.วังทอง อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ซึ่งได้ตรวจมูลกรณีเบื้องต้น ทราบว่าการกระทำอาจไม่เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่อมามีผู้ยื่นคำร้องกรณีดังกล่าวด้วย จึงดำเนินการสืบสวนสอบสวนไปในคราวเดียวกัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะถึงขั้นไม่สุจริต หรือเที่ยงธรรมหรือไม่นั่นอยู่ระหว่างการดำเนินการ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทราบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฏหมายต่อไป กรณีที่ 2 กรณีที่มีภาพปรากฏตามสื่อโซเชียลและปรากฏเป็นคลิปการขานคะแนนเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 5 และหน่วยเลือกตั้งที่ 2 แขวง
จตุพร ประกาศลาออก ช่วยเพื่อชาติ หาเสียง อารี ลั่น 50 ล้าน ก็ไม่ไปอยู่ด้วย! เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 30 มี.ค. 2562 ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 5 อิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ แถลงข่าว ท่าที และสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ว่า ขอประกาศยุติบทบาทการเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อชาติและกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ ซึ่งตนได้แจ้งต่อหัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรคให้รู้แล้วตั้งแต่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามภารกิจของตนที่ประกาศไว้คือการรวบรวมเสียงฝั่งประชาธิปไตยให้ไปเทรวมในวันเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อพรรคเพื่อชาติแถลงจุดยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย จึงถือว่าภารกิจตนเสร็จสิ้น ดังนั้นต่อไปนี้ตนจึงเหลือสถานะเดียวคือประธาน นปช. นายจตุพร กล่าวว่า การไปยื่นยุบพรรคเพื่อชาติของผู้กองปูเค็ม หรือร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล ในประเด็นครอบงำพรรคเพื่อชาตินั้น ถือเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติและฝ่ายกฎหมายที่ต้องไปชี้แจงต่อ กกต. อย่างไรก็ตาม ผู้กองปูเค็มตนก็ไม่ทราบสถานะที่ชัดเจนว่าพ้นตำแหน่งราชการแล้วหรือยัง ขณะที่เจ้าตัวประกาศว่าพ้นแล้ว แต่ทางการข่าวยังมีข้อสงสัยกันอยู่ ผู้ก
“อุทัย” ติวว่าที่ส.ส. อนาคตใหม่ เล่าวินาทีข่มใจ ปัดเงิน-รถหรูเผด็จการ ยอมเป็นฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ จ.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่จัดสัมมนาว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ โดย นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” ว่า การเข้ามาเป็น ส.ส. สิ่งสำคัญที่ต้องคิดถึงและต้องท่องจำไว้ให้ขึ้นใจ คือ การที่เราเข้ามาอยู่ในจุดนี้จะทำประโยชน์เพื่อใคร นอกจากนี้ ต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างเข้มข้นมาก ยิ่งสถาการณ์บ้านเมืองขณะนี้ที่ชัดเจนว่ามีการยึดอำนาจแล้วผู้ที่ยึดอำนาจเขาอยากจะอยู่ครอบครองต่อ จึงมีการออกแบบกฎกติกาต่างๆ เพื่อให้ตนเองอยู่ต่อได้ด้วย เช่น การให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นต้นและที่ตอนนี้มีการพูดถึงอย่างมากคือสิ่งที่เรียกว่างูเห่า ซึ่งอาจจะมี ส.ส. ย้ายพรรค ฝืนมติพรรค โดยในสมัยของตนนั้นเรียกว่าช็อกกะรี หรือ ขายตัว การที่มีผู้มาเสนอผลประโยชน์ให้นั้น ราวปี 2512 ตนอยู่ฝ่ายค้าน เคยมีลูกน้องของนายทหารฝ่ายสืบทอดอำนาจมาหา บอกว่าเจ้านายอยากได้ตัว คนอื่นๆ รับไป 3.5 แสน กับรถแลนด์ โรเวอร์ ช่วงสั้น ขณะที่ตนเ
เชียงใหม่วิกฤต ฝุ่นพิษกลับมาพุ่ง ตัวเลขแดงเถือก ขึ้นที่ 1 โลก อันตรายหลายพื้นที่ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มี.ค. กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ พบว่า ค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน(29 มี.ค.)ทุกพื้นที่ เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์ดี – มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดง 9 พื้นที่ (คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ) สีส้ม 5 พื้นที่ (คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และสีเขียว 1 พื้นที่ (คุณภาพอากาศดี) ค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 36-239 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ส่วน ค่า PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 69-279 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.) โดย กรมควบคุมมลพิษ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวังสังเกตอาการผิดปกติ
