เพจกฎหมายเตือน ‘โพสต์บ่นเจ้านายบนเฟซบุ๊ก’ เสี่ยงโดนเลิกจ้าง และไม่ได้ค่าชดเชย
เพจถามกฎหมาย ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโพสต์บนสื่อโซเชียลมีเดียของบรรดาลูกจ้างที่มีต่อหัวหน้างาน หรือแม้แต่องค์กรที่ตนอยู่ ดังนี้
—-
คำพิพากษาฎีกาที่ 8206/2560

เพจถามกฎหมาย ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโพสต์บนสื่อโซเชียลมีเดียของบรรดาลูกจ้างที่มีต่อหัวหน้างาน หรือแม้แต่องค์กรที่ตนอยู่ ดังนี้
—-
คำพิพากษาฎีกาที่ 8206/2560

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลายคนคงเคยเห็นคลิปวิดีโอที่นำเสนอเรื่องราวอาหารริมทางในไทย ถ่ายทอดผ่านคาแร็กเตอร์ชายชาวญี่ปุ่นในชุดทำงาน เป็นเสื้อเชิ้ตแบบเรียบง่าย ซึ่งภายในคลิปมักจะเดินทางไปลิ้มลองอาหารไทยที่มีรสชาติจัดจ้าน พร้อมกับเครื่องดื่มกระป๋องเขียวที่เป็นซิกเนเจอร์คู่ใจ และต้องพูดคำว่า “โอ้โห” ทุกครั้ง เพราะเป็นเอกลักษณ์ประจำคลิป วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Yasuharu Nishio (ยาสุฮารุ นิชิโอะ) ชาวญี่ปุ่นวัย 51 ปี ที่หลงรักในอาหารไทย และได้ท่องเที่ยวทั่วไทยไปแล้วกว่า 70 จังหวัด ในเวลาเพียง 3-4 ปี ปัจจุบันเขาได้ทำธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเขียนบล็อกภาษาญี่ปุ่น แนะนำร้านอาหารท้องถิ่นทั่วไทย ชื่อว่า ‘激旨!タイ食堂’ ต่อมาได้จัดตั้งบริษัททัวร์ที่ให้บริการชาวญี่ปุ่นในการท่องเที่ยวไทย TRIPULL และล่าสุดกับบทบาทอินฟลูเอนเซอร์สายอาหารชื่อดัง เจ้าของช่อง Asia Gourmet Story ที่เน้นถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคาแร็กเตอร์มนุษย์เงินเดือนที่ชื่นชอบสตรีตฟู้ดไทย ในรูปแบบคลิปวิดีโอแนว Cinematic ชีวิตบรรณาธิการในโอซาก้า นิชิโอะ เล่าถึงชีวิตในญี่ปุ่นว่า เขาเคยทำงานเกี่ยวกับการทำนิตยสารมาก่อน
จาก “ชาเย็น” สู่ “ชาเขียว” สร้างปรากฏการณ์ชาเย็นที่จริงใจเสร็จ แบรนด์ก็หันมาปั้นชาเขียวต่อ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” คือแบรนด์ชาไทยที่เคยสร้างปรากฏการณ์ฮิตบนหน้าฟีดโซเชียลมาแล้ว โดยช่วงนั้นชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่กำลังอยู่ในกระแส คนกำลังนิยมอย่างมาก หันไปทางไหนก็เจอเมนูชาไทย ทั้งเค้กชาไทย ไอศกรีมชาไทย ชานมไข่มุกชาไทย และหนึ่งในแบรนด์ที่ทำให้คนรักชาไทยต้องพูดถึงบ่อย ๆ คือ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ด้วยการทำชาเย็นที่เข้มข้นถึงรสชาเย็นแท้ ทำให้คนรักเมนูนี้ต่างก็ยกให้แบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” (everyday.thai.tea) เป็นแบรนด์หนึ่งในดวงใจ เมนูซิกเนเจอร์ของร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดี ทั้ง ‘สลัชชี่ชาไทย’ และ ‘ชาเย็นรสเข้มข้น’ ดำเนินการโดย บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งไปเมื่อ 13 ก.ค. 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ในปี 2566 รายได้รวม 14 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.5 ล้านบาท แต่นอกจากฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ปีที่ผ่านมายังได้แตกแบรนด์โกโก้-กาแฟ แบรนด์ “เข้ม” เสริมแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ กระทั่งเมื่อ April Fool’s Day แบรนด์ได้ร่วมล้อไปกับกระแสแกล้งผู้บริโภคว่าจะเปิดแบรนด์น้องใหม่ “ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือนสตาร์
หากพูดถึงคาเฟ่ หลายคนอาจนึกถึงร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีและเมนูอร่อย แต่ “พาเฟ่” (PAfé) เป็นมากกว่านั้น พาเฟ่ เป็นร้านกาแฟที่เปิดภายใต้แนวคิด “สุขที่ได้แบ่งปัน” ต่อยอดมาจากภารกิจหลักของ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สามารถพึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน หลายพื้นที่ที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นชุมชนเกษตรกรรม หนึ่งในอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่คือ “การปลูกกาแฟ” ที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นพืชที่ช่วยในการรักษาป่า เพราะสามารถเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ต่อมา เมื่อมูลนิธิฯ ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานมายังอาคารอนุรักษ์ของกรมศิลปากรในปัจจุบัน จึงได้จัดสรรพื้นที่เพื่อสนับสนุนภารกิจก
จาก “ชาเย็น” สู่ “ชาเขียว” สร้างปรากฏการณ์ชาเย็นที่จริงใจเสร็จ แบรนด์ก็หันมาปั้นชาเขียวต่อ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” คือแบรนด์ชาไทยที่เคยสร้างปรากฏการณ์ฮิตบนหน้าฟีดโซเชียลมาแล้ว โดยช่วงนั้นชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่กำลังอยู่ในกระแส คนกำลังนิยมอย่างมาก หันไปทางไหนก็เจอเมนูชาไทย ทั้งเค้กชาไทย ไอศกรีมชาไทย ชานมไข่มุกชาไทย และหนึ่งในแบรนด์ที่ทำให้คนรักชาไทยต้องพูดถึงบ่อย ๆ คือ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ด้วยการทำชาเย็นที่เข้มข้นถึงรสชาเย็นแท้ ทำให้คนรักเมนูนี้ต่างก็ยกให้แบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” (everyday.thai.tea) เป็นแบรนด์หนึ่งในดวงใจ เมนูซิกเนเจอร์ของร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดี ทั้ง ‘สลัชชี่ชาไทย’ และ ‘ชาเย็นรสเข้มข้น’ ดำเนินการโดย บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งไปเมื่อ 13 ก.ค. 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ในปี 2566 รายได้รวม 14 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.5 ล้านบาท แต่นอกจากฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ปีที่ผ่านมายังได้แตกแบรนด์โกโก้-กาแฟ แบรนด์ “เข้ม” เสริมแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ กระทั่งเมื่อ April Fool’s Day แบรนด์ได้ร่วมล้อไปกับกระแสแกล้งผู้บริโภคว่าจะเปิดแบรนด์น้องใหม่ “ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน
SME ไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในปี 2569 เมื่อกำลังซื้อยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ต้นทุนดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับสูง ขณะที่การแข่งขันบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเร็วกว่าที่เคย “เคทีซี” สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสมาพันธ์ SME ไทย จึงร่วมกันเปิดเวทีเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 26 “SME Next Move: ทางรอดใหม่ในโลกธุรกิจที่ไม่เหมือนเดิม” เพื่อถอดรหัสทิศทางธุรกิจ SME ไทย โดยผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่า “ข้อมูล (Data) และสภาพคล่องทางการเงิน (Cashflow)” กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดความอยู่รอดและการเติบโตของผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ปัจจุบัน SME ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลสถานการณ์ SME ไทยของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME จำนวน 3.3 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด มีการจ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 70% ของแรงงานภาคเอกชนไทย โดย สสว. คาดการณ์ว่า SME GDP ในปี 2569 จะเติบโตในกรอบ 2.0-2.8% จากแรงสนับสนุนของภาคบริการ การท่องเที่ยว
ชวนดูแลสุขภาพหัวใจ ในวันที่โลกมีแต่เรื่องเครียด เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน เครือมติชนจับมือพันธมิตรจัดงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ปีที่ 18 ของการจัดงาน ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายสุขภาพชั้นนำของประเทศ เพื่อต่อยอดแนวคิด “Longevity” หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 โดยมีกิจกรรมบนเวที Longevity Talk: สุขภาพหัวใจที่ดีเริ่มที่พฤติกรรมวันนี้ โดย นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก และ พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและ Wellness ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ VitalLife เป็นผู้ให้ข้อมูล ในโลกปัจจุบันที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความเครียด” ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน นพ.เขตต์ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ตราบใดที่เรายังมีชีวิตและยังหายใจอยู่ ความเครียดระยะสั้น (Acute Stress) เป็นเรื่องธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายเกิดการตื่นตัวและเติบโต แต่สิ่งที่เรามักจะไม่รู้ตัวคือ ความเครียดที่สะสมจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำว
หากสังเกตการเติบโตของชุมชนชาวจีน จะพบว่าไม่ได้มีแค่เยาวราช หรือห้วยขวางที่มักถูกขนานนามว่าเป็นไชน่าทาวน์แห่งที่ 2 ของกรุงเทพฯ แต่ยังขยายตัวไปถึง บ่อวิน จังหวัดชลบุรี แหล่งนิคมอุตสาหกรรม และถ้ามองภาพกว้างไชน่าทาวน์ขยายตัวไปหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ฮาวานาแห่งคิวบา, Little Bourke Street ในเมลเบิร์น ออสเตรเลีย, โซโหของลอนดอน อังกฤษ, ซานฟรานซิสโก อเมริกา, โยโกฮาม่าในญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งอินเดียก็มีไชน่าทาวน์ในเมืองโกลกาตาเช่นกัน ทำให้เกิดคำถามน่าสนใจว่า เหตุใดชุมชนชาวจีนในหลายประเทศจึงสามารถก่อตัวเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ มีการค้าขายสร้างธุรกิจจนกลายเป็นชุมชนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จีนประเทศที่ให้ความสำคัญกับคอนเน็กชัน คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder และ CEO ของ Yell Advertising เอเจนซีโฆษณาอิสระสัญชาติไทยที่เติบโตสู่ระดับ Network ในต่างประเทศ สะท้อนมุมมองให้ฟังว่า หากลองสังเกต ประเทศไหนที่มีชาวจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก จะมี “ไชน่าทาวน์” หรือชุมชนชาวจีนเกิดขึ้นเสมอ เหตุผลเพราะจีนเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับ “คอนเน็กชัน” พวกเขาจึงอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน และคอยส่งต่อข่าวสาร ทำให้คนที่ย้ายตามมาทีหลัง
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เตรียมนำองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทย ภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพ และนวัตกรรมจากงานวิจัย เข้าร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 กรกฎาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ชูแนวคิด “เมื่อโลกเปลี่ยน…คนต้องปรับ” มุ่งส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพและเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้ประชาชน ท่ามกลางความท้าทายจากโรคอุบัติใหม่ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 โดยกระทรวงสาธารณสุขและเครือข่าย โดยปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Natural Roots – Economic Boost : จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนสมุนไพรไทยสู่การเป็นทั้งเครื่องมือดูแลสุขภาพและฐานเศรษฐกิจชีวภาพสำคัญของประเทศ โดยอภัยภูเบศร ในฐานะหน่วยงานด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรชั้นนำของประเทศ เตรียมนำองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันมาถ่ายทอดแก่ประชาชนอย่างเข้มข้นตลอดการจัดงาน แพทย์หญิงวลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกเผชิญความไม่แน่นอนมาก
ประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยเสน่ห์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ และเปิดโอกาสสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน และหน่วยงานพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ Cross-Border QR Payment รับชำระเงินนักท่องเที่ยวผ่าน QR Payment รองรับ 9 สกุลเงิน 9 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “Pay like a Local” นางสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. กล่าวว่า สังคมในปัจจุบันนิยมใช้ QR Payment เป็นหลัก หรือเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ทำให้นักท่องเที่ยวอยากได้รับความสะดวกสบายในการใช้จ่ายด้วยเช่นกัน นอกจากจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังช่วยกระจายรายได้ให้ร้านค้ารายเล็กทั่วประเทศไทย สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของการมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ไม่ได้มุ่งแค่สร้างรายได้เข้าประเทศ แต่ยังต้องการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง นายณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยี
