เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จ.นครพนมอากาศเริ่มหนาวเย็น หลังอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง หลายพื้นที่ยังเริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง หลังฝนขาดช่วงเร็วกว่าทุกปี ส่งผลกระทบต่อพื้นที่นาข้าวของเกษตรกร ที่อยู่ระหว่างรอการเก็บเกี่ยว ขาดน้ำเหี่ยวตาย และผลผลิตลดลง 30-40 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายเติมน้ำมันเครื่องสูบน้ำวันละ 500-1,000 บาท เกษตรกรชาวบ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม จึงต้องหันไปหาอาชีพเสริมด้วยการออกไปหาขุดจิ้งหรีด หรือชาวอีสานเรียกว่า “จีล่อ” ตามทุ่งนาไปขาย ได้ราคาดี ตกตัวละ 2 บาท เนื่องจากเป็นอาหารของแซบอีสาน หากินยาก สามารถนำไปประกอบอาหารได้สารพัดเมนู อาทิ คั่ว ทอด แกง ตำป่น และเป็นที่ต้องการของตลาด ชดเชยปัญหาขาดทุนจากภัยแล้ง และราคาข้าวตกต่ำ ได้เป็นอย่างดี
นายสง่า แสงแก้ว อายุ 37 ปี นายกอบต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม กล่าวว่า ปีนี้ทำนาปีเจอภัยแล้งหนักพอสมควร เนื่องจากฝนทิ้งเร็ว ทำให้ข้าวนาปีที่อยู่ระหว่างตั้งท้องรอการเก็บเกี่ยวขาดน้ำ ทำให้เมล็ดข้าวเหี่ยวไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หนำซ้ำยังประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ขายได้ราคาถูก ขาดทุน ทางเดียวคือต้องหาอาชีพเสริม จึงได้พากันไปหารายได้จากการขุดจิ้งหรีด หรือภาษาอีสานเรียกว่า จีล่อ ตามวิถีชีวิตของชาวบ้านชนบท ด้วยวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน นำไปขายได้ราคาดี ตัวละ 2 บาท เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด เป็นเมนูแซบอีสานได้สารพัดอย่าง กลายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เป็นอย่างดี ชดเชยการขาดทุนจากภัยแล้ง ราคาข้าวตกต่ำ หากขยันสามารถทำเงินได้ วันละ 1,000-2,000 บาท
ส่วนการหาจะต้องใช้ความชำนาญตามภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มต้นต้องดูจากขลุยดินที่ปิดรู ตามทุ่งนาและคันนา ก่อนขุดไปตามรู จนพบตัวจิ้งหรีด บางตัวอยู่ในสภาพพื้นดินชุ่มจะอยู่ลึก ต้องมีความชำนาญทั้งการหา และการขุด ซึ่งสามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้ตลอดในช่วงหน้าแล้ง

