Featured รอบโลก

ไม่มีใครเชื่อว่า Toy Story จะรอด หนังที่ทีมงานยังบอกว่าห่วย แต่กลับสร้างรายได้สูงสุดตลอดกาล 

เด็กหลายคนเติบโตมากับภาพของ “วู้ดดี้” คาวบอยหนุ่มนายอำเภอ กับ “บัซ ไลท์เยียร์” นักบินอวกาศผู้เชื่อว่าตัวเองคือฮีโร่แห่งกาแล็กซี

แต่มีคนไม่มากนักที่รู้ว่า ก่อน Toy Story จะกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอนิเมชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล มันเคยเป็นโปรเจกต์ที่เสี่ยงจะพา Pixar ล้มละลายมาแล้ว

และที่น่าอึ้งกว่านั้นคือ แม้แต่ทีมผู้สร้างเองยังออกปากว่า มันคือ “ภาพยนตร์ที่คุณภาพแย่ที่สุด” ที่พวกเขาเคยทำมา

แต่สุดท้าย หนังที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบนี้ กลับถูกจดจำในฐานะแอนนิเมชั่นระดับตำนาน

จุดเริ่มต้นของ Pixar บริษัทเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครแน่ใจว่าจะรอด

ย้อนกลับไปในปี 1986 Pixar ยังไม่ใช่สตูดิโอยักษ์ใหญ่แบบทุกวันนี้ ในตอนนั้นมันเป็นเพียงบริษัทเล็ก ๆ ที่เพิ่งถูกซื้อโดย Steve Jobs ด้วยเงินประมาณ 10 ล้านดอลลาร์

Pixar ยังไม่เคยสร้างภาพยนตร์ยาวเลยด้วยซ้ำ ผลงานส่วนใหญ่เป็นเพียงหนังสั้นและโฆษณา ผลงานที่ทำให้พวกเขาเริ่มถูกพูดถึงคือ “Luxo Jr.” หนังสั้นเกี่ยวกับโคมไฟตั้งโต๊ะที่มีชีวิต ซึ่งกลายเป็นต้นแบบโลโก้ของ Pixar ในเวลาต่อมา

แต่ถึงแม้จะเริ่มมีชื่อเสียงในวงการเทคโนโลยีแอนิเมชันบ้างแล้ว  แต่ไม่มีใครเชื่อจริง ๆ ว่าคอมพิวเตอร์จะสามารถสร้างภาพยนตร์ทั้งเรื่องได้ ในยุคนั้น แอนิเมชันยังเป็นโลกของงานวาดมือทั้งหมด แล้ว Pixar ก็เลือกทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

โปรเจกต์ที่ไม่มีใครเคยทำสำเร็จมาก่อน

ปี 1991 Disney ตัดสินใจเซ็นสัญญามูลค่า 26 ล้านดอลลาร์กับ Pixar เพื่อสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันคอมพิวเตอร์แบบเต็มเรื่อง 3 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือ Toy Story

แต่ในยุคนั้นเทคโนโลยีสำหรับสร้างภาพยนตร์แอนนิเมชั่นยังมีไม่มาก Pixar เลยต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาเอง ทั้งซอฟต์แวร์ เครื่องมือ ระบบเรนเดอร์ และวิธีการทำงานใหม่ทั้งหมด อีกทั้งทีมงานไม่มีประสบการณ์สร้างหนังยาว รู้แค่การทำหนังสั้นกับโฆษณาเท่านั้น แต่ความไม่รู้กลับกลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะมันทำให้ทุกคนกล้าคิดในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

Pixar พัฒนาซอฟต์แวร์อย่าง RenderMan และเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อให้แอนิเมเตอร์สามารถควบคุมตัวละคร 3 มิติได้ แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างลายเสื้อของวู้ดดี้ หรือหมวกอวกาศใสของบัซก็เป็นเรื่องที่ยากอย่างมากในเวลานั้น

และเพราะคอมพิวเตอร์ยุคนั้นยังสร้างพื้นผิวมนุษย์ได้ไม่ดี Pixar จึงตัดสินใจเลือกของเล่นเป็นตัวละครหลักแทนมนุษย์ เพราะพลาสติกมีพื้นผิวเรียบและรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งคอมพิวเตอร์ทำได้ดีมากกว่ามนุษย์

ความลับของหนังที่คนไม่รู้

วู้ดดี้เคยถูกวางเป็นตัวละคร “นายอำเภอเกเร”

หนึ่งในเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้คือ Toy Story เวอร์ชันแรกแตกต่างจากที่เราเห็นมาก เดิมที “วู้ดดี้” ไม่ใช่ตัวละครอบอุ่นแบบทุกวันนี้ เขาเคยถูกวางคาแรคเตอร์ให้เป็นตัวละครเห็นแก่ตัว ขี้แกล้ง และชอบรังแกของเล่นตัวอื่น แต่ Disney ไม่พอใจกับบทเวอร์ชันแรก เพราะรู้สึกว่าคงไม่มีใครอยากเชียร์ตัวละครแบบนี้ ช่วงหนึ่งสถานการณ์หนักจนเกือบถูกสั่งหยุดการผลิต จนทีมงาน Pixar ต้องกลับไปนั่งแก้บทกันใหม่ทั้งหมด

Disney อยากให้ Toy Story เป็นละครเพลง

อีกเรื่องที่แทบไม่มีใครรู้คือ Disney เคยพยายามผลักดันให้ Toy Story เป็นละครเพลงแบบแอนิเมชันเจ้าหญิงดิสนีย์ เนื่องจากในเวลานั้น Disney ประสบความสำเร็จอย่างมากกับหนังเจ้าหญิงร้องเพลง แต่ Pixar ปฏิเสธแนวทางนั้น พวกเขาอยากสร้างอะไรที่ต่างออกไป ไม่มีเจ้าชาย ไม่มีนางฟ้า ไม่มีตัวร้ายแบบขาวดำ ตัวละครทุกตัวต้องมีด้านดีและด้านแย่เหมือนมนุษย์จริง ๆ จนสุดท้าย Toy Story จึงกลายเป็นแอนิเมชันที่รู้สึกเหมือนหนังคนแสดงมากกว่าการ์ตูนเด็กแบบเดิม

เกร็ดความรู้ด้านการออกแบบที่น่าสนใจ

-ชื่อชั่วคราวของToy Story คือ You are a Toy

-เดิมที บัซ ไลท์เยียร์ ถูกวาดให้เป็นของเล่นขนาด 6 นิ้ว ชื่อว่า “เทมีเพสต์“

-ฉากตลกหลายฉากที่ปรากฏในภาพยนตร์ แท้จริงแล้วเป็นการบันทึกเสียงนอกบทของ “ทอม แฮงค์ส” หนึ่งในฉากที่โดดเด่นที่สุดที่ได้ถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์ คือฉากที่วู้ดดี้แกว่งแขนของบัซซ์ไปมาเหมือนหุ่นเงา ฉากนี้ไม่ถูกเขียนไว้ในบทแต่แรก

Toy Story 2 โปรเจกต์ที่ทำเอาเครียดทั้งบริษัท

ถ้า Toy Story ภาคแรกคือการเดิมพันครั้งใหญ่ Toy Story 2 ก็อาจเป็นวิกฤตที่เกือบทำให้ Pixar พังจริง ๆ 

เดิมทีภาคนี้ถูกวางให้เป็นหนังลงวิดีโอโดยตรง ซึ่งหมายถึงคุณภาพจะต่ำกว่าหนังโรง แต่ทีม Pixar รับไม่ได้กับมาตรฐานแบบนั้น ทีมงานจึงเริ่มทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนต้นทุนและความซับซ้อนพุ่งสูง พอ John Lasseter กลับมาดูงานก็พบว่า Toy Story 2 เนื้อเรื่องไม่สนุก มุกไม่ตลก เส้นอารมณ์ไม่น่าสนใจ ยังไม่ดีพอจะนำออกไปฉาย แต่วันฉายถูกล็อกไว้แล้ว เพราะมีสินค้าลิขสิทธิ์และข้อตกลงทางธุรกิจรออยู่

Pixar จึงต้องเลือกระหว่างปล่อยหนังคุณภาพแย่ หรือรื้อใหม่ทั้งหมด ทั้งที่เหลือเวลาไม่ถึงปี ซึ่งพวกเขาเลือกทางที่สอง มันกลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่เสี่ยงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์

เพื่อจะกอบกู้โปรเจกต์นี้ Pixar ถึงกับต้องรวมคนเก่งที่สุดของบริษัทมาสร้างทีมที่เรียกว่า “Braintrust” ประกอบด้วย John Lasseter, Andrew Stanton, Pete Docter, Lee Unkrich และ Joe Ranft เพื่อใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ประชุมกันอย่างหนักในการรื้อโครงเรื่องใหม่ทั้งหมด

หลายไอเดียจาก Toy Story ภาคแรกที่ไม่เคยถูกใช้ ถูกนำกลับมาอีกครั้ง รวมถึงแนวคิดที่ว่า “ของเล่นไม่ได้กลัวความตายที่สุด แต่กลัวการถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครเล่น” ซึ่งกลายเป็นแก่นสำคัญของ Toy Story 2

หนังเกือบหาย เพราะเซิร์ฟเวอร์ล่ม

แฟนพันธุ์แท้รู้ดีถึงเหตุการณ์ระดับตำนานของ Pixar ว่าระหว่างการผลิต Toy Story 2 มีคนเผลอรันคำสั่งผิดในระบบ จนไฟล์แอนิเมชันของหนังเกือบถูกลบทั้งหมด ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ค่อย ๆ หายไปทีละส่วน แต่โชคดีที่พนักงานคนหนึ่งได้นำไฟล์งานกลับไปทำที่บ้านพอดี จึงยังมีไฟล์สำรองชุดนั้นช่วยชีวิตภาพยนตร์ทั้งเรื่องไว้ ไม่อย่างนั้น Toy Story 2 อาจไม่มีวันเสร็จทันฉาย

แม้ Toy Story จะเปลี่ยนโลกแอนิเมชัน แต่ทีมงานกลับไม่เคยคิดว่ามันเป็นหนังที่มีข้อบกพร่องทางเทคนิคเยอะ Andrew Stanton ผู้เขียนบทเคยพูดว่า “มันเป็นภาพยนตร์ที่น่าเกลียดที่สุดที่เราเคยสร้าง แต่โชคดีที่คนอินกับเรื่องราว”

อย่างไรก็ดี นี่คือหนังที่ปลุกบริษัทเล็ก ๆ สู่การถูกซื้อกิจการจากยักษ์ใหญ่วงการภาพยนตร์

Toy Story เข้าฉายครั้งแรกในปี 1995 และกลายเป็นปรากฏการณ์ทันที มันประสบความสำเร็จอย่างมากในบ็อกซ์ออฟฟิศ กวาดรายได้กว่า 192 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกา และ 356 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก 

หลังจากนั้นสี่ปี ภาพยนตร์ Toy Story 2 ก็ออกฉาย ทำรายได้ 246 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกา และเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก
11 ปีต่อมา ภาพยนตร์เรื่อง Toy Story 3 ก็ออกฉาย และประสบความสำเร็จตามรอยไปอีก ทำรายได้ 415 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกา และ 1,000 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก
หลังจากภาพยนตร์ประสบความสำเร็จหลายเรื่อง Disney ก็ได้ซื้อ Pixar ในปี 2006 ด้วยมูลค่า 7,400 ล้านดอลลาร์ เทียบกับวันที่ Steve Jobs ซื้อบริษัทนี้ในราคาเพียง 10 ล้านดอลลาร์

Toy Story ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของ Pixar เป็นเรื่องที่ยกระดับสตูดิโอให้มาถึงจุดนี้  นับเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นคอมพิวเตอร์เรื่องยาวเรื่องแรก  ขณะที่เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในระหว่างการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้ปูทางไปสู่ยุคใหม่ของการสร้างแอนิเมชั่นด้วย

สิ่งที่ทำให้ Toy Story แอนิเมชัน 3 มิติเรื่องแรกนี้ติดอยู่ในใจคนมาหลายสิบปี เพราะมันพูดถึงสิ่งที่มนุษย์ทุกคนเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นความกลัวที่จะถูกแทนที่ ความอิจฉา มิตรภาพ การเติบโต และการยอมรับว่าทุกคนมีคุณค่าในแบบของตัวเอง

ตัวละครใน Toy Story ไม่ได้สมบูรณ์แบบ วู้ดดี้ดูจะขี้หึงไปหน่อย บัซก็ช่างหลงตัวเองเสียไม่มี ส่วนเจสซีก็แอบมีปมทางใจ

แต่เพราะความ “ไม่สมบูรณ์แบบ” นี่แหละ 

ที่ทำให้ของเล่นเหล่านี้ เข้าใกล้คำว่า “มนุษย์” จริง ๆ

อ้างอิง : Time, boxofficemojo, boxofficemojo, filmdaze, uncw, D23

Related Posts