Exclusive Featured

จากฮีโร่ดับเพลิง สู่แฟชั่นรักษ์โลก! Hugely แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนสายดับเพลิงเก่าเป็นกระเป๋าสุดครีเอต ลดอัตราการผลิต ต่อชีวิตวัสดุสู่ความยั่งยืน

จากฮีโร่ดับเพลิง สู่แฟชั่นรักษ์โลก! Hugely แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนสายดับเพลิงเก่าเป็นกระเป๋าสุดครีเอต ลดอัตราการผลิต ต่อชีวิตวัสดุสู่ความยั่งยืน

“อยากให้คนไทย สนับสนุนแบรนด์ของคนไทยด้วยกัน” กระเป๋าใบเก๋หลากหลายขนาด มองดูแล้วน่าหยิบใช้ไม่น้อย ด้วยดีไซน์ที่เข้าถึง สวยงาม แต่ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์เท่านั้นที่เป็นแรงจูงใจให้ตัดสินใจซื้อ เพราะเจ้ากระเป๋าของแบรนด์ Hugely ถูกผลิตขึ้นมาโดยใช้วัสดุที่ใครๆ ก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นไปได้ นั่นคือ สายดับเพลิงเก่า

จากสายดับเพลิงที่เคยช่วยดับไฟในเหตุการณ์ต่างๆ ถูกเปลี่ยนให้กลายมาเป็นกระเป๋าสุดมินิมอล ทำให้อยากจะเจาะลึกเข้าไปถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจของเจ้าของแบรนด์ คือ คุณภัทร-ชณันภัสร์ สิทธิธนันภัสร์ อายุ 33 ปี

คุณภัทร-ชณันภัสร์ สิทธิธนันภัสร์
คุณภัทร-ชณันภัสร์ สิทธิธนันภัสร์

เธอบอกกับเราว่า แนวคิดนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อสมัยที่เรียนออกแบบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ในช่วงปี 4 ที่จะต้องทำธีสิสส่งอาจารย์ ด้วยที่มีความตั้งใจอยากจะทำกระเป๋าอยู่แล้ว และมีความชื่นชอบแบรนด์ไทยแบรด์หนึ่ง ซึ่งเป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้รู้สึกว่าจะอยากทำ 

ช่วงแรกไม่รู้ว่าจะหาวัสดุอะไรที่จะนำมาพัฒนาเป็นกระเป๋าได้ จนไปเจอสายดับเพลิงเก่าสีแดงที่อยู่บริเวณบ้าน เลยมีไอเดียว่าจะเอาไปทดลองเย็บเป็นกระเป๋า แล้วนำไปเสนออาจารย์   

จากธีสิส สู่ธุรกิจรักษ์โลก

หลังจากเรียนจบ 3 ปี กว่าจะมาเริ่มเดินหน้าธุรกิจนี้อย่างจริงจัง เพราะความรู้สึกที่ว่ามันไม่เหมือนตอนทำธีสิส ในช่วงนั้นใช้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อพลิกมาทำเป็นแบรนด์แล้วนั้น รายละเอียดต่างๆ มีมากกว่าตอนเรียนมาก เลยต้องใช้เวลานานถึง 3 ปีเลยทีเดียว แบรนด์ Hugely ตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ให้บริการมาถึง 7 ปี แต่เขามาจริงๆ จังๆ อยู่ 3-4 ปีหลัง

Hugely ชื่อนี้เกี่ยวอะไรกับกระเป๋าจากสายดับเพลิงเก่า แน่นอน คนไทยโดยส่วนมากจะต้องมีความเชื่อในเรื่องของการมูเตลูเข้ามาผสมผสาน อย่างชื่อแบรนด์ที่คุณภัทรคิดมา โดยตั้งตัว H เป็นตัวอักษรหลัก เพราะมองว่ามันสื่อถึงความแข็งแรง จึงหาคำที่มีความหมายที่ดี จึงได้คำว่า Hugely มาใช้ หมายถึง มหาศาล หากมองให้เป็นเรื่องมูก็จะทำให้การขยับขยายของแบรนด์ยิ่งใหญ่มหาศาลดังชื่อก็เป็นไปได้

มากันที่เรื่องของกระบวนการเสาะหาแล่งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ แล้วยิ่งเป็นสายดับเพลิงเก่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาอันที่สมบูรณ์พร้อมที่จะนำมาตัดเย็บได้ในทันที เธอเล่าว่า ในครั้งแรกที่ทำมีตรงไหนก็รับมาหมด แต่ทั้งหมดที่รับมาใช่ว่าจะใช้ได้ 100% จึงเป็นบทเรียนแรกที่ทำให้ต้องคัดเลือกมากขึ้น ดูเนื้อผ้า ยางด้านใน หากเก่าเกินไปก็จะไม่สามารถเย็บเป็นกระเป๋าได้

สายดับเพลิงก็มีที่ไทย แต่ทำไมต้องสายดับเพลิงจากญี่ปุ่น? 

ปัจจุบันใช้สายดับเพลิงเก่าจากญี่ปุ่น โดยไปติดต่อขอซื้อจากธุรกิจเชียงกง ต้องบอกว่าเมื่อก่อนใช้สายดับเพลิงเก่าของไทย แต่ด้วยเหตุผลหนึ่งที่ว่า สายดับเพลิงของไทยถึงแม้จะเก่าแล้ว แต่ก็ยังคงใช้ดับเพลิงอยู่ คุณภาพที่จะมาทำเป็นกระเป๋าต่อจึงไม่เหมาะ เลยตัดสินใจใช้สายดับเพลิงเก่าจากญี่ปุ่น เธอเล่าว่า

“สายดับเพลิงของญี่ปุ่น จะมีความ Unique เรื่องลวดลาย และระยะการใช้งานที่มีระยะเวลาใช้ และทิ้งตามอายุ จึงทำให้สายดับเพลิงของประเทศเขาไม่ได้ชำรุดมากๆ อย่างบางอันที่ยังไม่ได้ใช้งานแต่ถึงระยะเวลาที่จะต้องทิ้ง ก็จะทิ้ง เพื่อเซฟในเรื่องของความปลอดภัยในยามที่เกิดเหตุ”

สำหรับกระบวนการผลิต ก็จะนำสายดับเพลิงมาทำความสะอาด แช่น้ำแล้วก็แปรงด้วยมือจนคราบสิ่งสกปรกหายไป จากนั้นก็จะนำไปตัด แล้วเย็บเป็นแพตเทิร์นทำกระเป๋า สำหรับความยากง่าย ด้วยสายดับเพลิงจะมีความแข็ง จึงทำให้ยากในขั้นตอนของการตัดจนไปถึงกระบวนการเย็บ

ในเรื่องของดีไซน์ การจัดหา การล้าง เป็นเรื่องที่คุณภัทรลงมือทำเองในทุกขึ้นตอน แต่เรื่องของการตัดเย็บ จะหาช่างมาช่วย       

หนทางทำให้คนรู้จัก ฉบับคนงบน้อย 

ด้วยที่เป็นผู้ประกอบการที่ทำคนเดียว จึงไม่มีกำลังทรัพย์มากเท่าไหร่นักในการทำการตลาด จึงคิดหาวิธีที่จะทำให้คนอื่นๆ ได้มองเห็นถึงสินค้าของตน คือการไปประกวดกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP ทำให้ทางกรมฯ สนับสนุน และมีหลายๆ สื่อเข้ามาช่วย จนทำให้ลูกค้าเริ่มมองเห็นและเข้ามาสนับสนุนสินค้า

โดยราคาจะเริ่มต้นอยู่ที่ 500 บาท ไปจนถึงสินค้าที่มีราคาสูงสุด คือ 2,890 บาท โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ เดิมทีคาดว่าจะเป็นกลุ่มน้องๆ เด็กมหาวิทยาลัยจนไปถึงวัยทำงาน อายุ 45 ปีโดยประมาณ แต่เมื่อได้ทำแบรนด์มาสักระยะหนึ่ง จึงทำให้รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมันเปลี่ยนไป กลุ่มที่สนใจกระเป๋าของเราจริงๆ จะเป็นกลุ่มวัยทำงานขึ้นไปจนถึงวัยเกษียณเลย

โดยส่วนมาก ลูกค้าจะมองถึงรูปลักษณ์ของกระเป๋าก่อน จากนั้นจึงมองถึงวัสดุที่ได้นำมาเสนอให้กับพวกเขา จึงทำให้เขาตัดสินใจซื้อ    

ความท้าทายในการทำธุรกิจนี้คือ ไม่สามารถที่จะคอนโทรลวัตถุดิบได้ เพราะบางอันเป็นอะไรที่ใหม่ไปเรื่อยๆ อย่างล็อตนี้ทุกอย่างดูสวย เย็บส่งลูกค้าไปแล้ว เกิดการปริแตก ถือว่าเป็นความท้าทายและเป็นปัญหาที่จะต้องเรียนรู้และรับมือให้ได้ 

ความยั่งยืนที่ส่งต่อไปยังสังคม

ในมุมของความยั่งยืนและสังคม ต้องมองหลายๆ ด้าน เรื่องของความยั่งยืน แน่นอนว่าเป็นการนำสายดับเพลิงเก่ามาพัฒนาต่อยอดเป็นกระเป๋าที่มีระยะการใช้งานได้นาน 5-10 ปี อีกทั้งเป็นการช่วยลดผ้าใหม่ที่จะทำขึ้นมา เพราะเสื้อผ้าเป็นขยะที่เยอะมาก ทางแบรนด์คิดว่าเป็นการช่วยลดผ้าที่จะเกิดขึ้นใหม่ แล้วนำสายดับเพลิงเก่าที่มีอยู่ไปทดแทน

แต่หากจะมองด้านสังคม ทางแบรนด์มีส่วนช่วยให้ชาวบ้านได้มีรายได้ ในตอนนี้มีการผลิตที่มากขึ้น จึงกระจายรายได้ให้กับชุมชน โดยการที่คุณแม่ คุณป้า ที่เป็นชาวไร่ ชาวนา ช่วยซักสายดับเพลิง เสมือนการส่งต่อความยั่งยืนไปในตัวด้วย

ปัจจุบันมองว่า กระเป๋ายังคงเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือยอยู่ สักวันหนึ่งอาจจะเอาคอนเซ็ปต์นี้ โดยอาจจะไม่ได้ใช้แค่สายดับเพลิงอย่างเดียวแล้วก็ได้ มาต่อยอดให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คน ให้มีความจำเป็นในการใช้งานมากกว่าที่จะเป็นกระเป๋า 

สำหรับเรื่องของแนวโน้มการเติบโตของการใช้วัสดุรีไซเคิลนั้น คุณภัทรมองว่า ในอนาคตธุรกิจที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม หรือเกี่ยวกับการนำของที่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ มีแนวโน้มที่จะเติบโตอีกมาก หากเทียบดูจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้มีหลายแบรนด์มากที่ทำสินค้ามาจากวัสดุรีไซเคิล หรือองค์กรต่างๆ ก็หันมาให้ความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น

สุดท้ายแล้ว หากแบรนด์ไทยจะอยู่รอดได้ เธอมีความคาดหวังว่า อยากให้คนไทยสนับสนุนแบรนด์ของคนไทยด้วยกัน ให้มองเห็นถึงแก่นของคุณค่าที่แต่ละแบรนด์อยากจะนำเสนอ อย่างแบรนด์ Hugely ที่อยากจะนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานรวมไปกับความยั่งยืนในอนาคต

หากใครสนใจอยากจะดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแบรนด์ Hugely สามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่อได้ที่เพจ Hugely กระเป๋าจากสายดับเพลิงเก่า   

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด