จากคอนเทนต์รับสมัครงานที่ดาราคนดังแวะมานั่งสัมภาษณ์จนไวรัล! ทำให้เราได้รู้จักชื่อของ “มอส มัดจุก” คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามติ๊กต็อกกว่า 1.7 ล้านคน และยอดวิวหลักล้านในหลายๆ คลิป
จากผู้ช่วยผู้กำกับสู่ครีเอเตอร์
มอสมีความฝันอยากเป็นผู้กำกับละคร แต่การเรียนก็ไม่ได้ง่าย เขาจึงเลือกเรียนคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนไปฝึกงานที่ค่ายละครช่อง 3 ในตำแหน่งผู้ช่วยบัญชีในกองถ่ายละคร ก่อนขยับไปสู่การช่วยงานคอสตูม และได้เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ในเวลาต่อมา
จากนั้นมอสได้ตัดสินใจลาออกไปทำงานรายการโทรทัศน์ จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นโปรดิวเซอร์ ก่อนลาออกไปเป็นครีเอทีฟในช่องยูทูบหนึ่ง จนได้เจอกับ “มาย” เลขาในปัจจุบัน
ในตอนนั้นมายเข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน แต่ไม่ค่อยมีงาน มอสจึงชวนมาทำคอนเทนต์รับสมัครงาน เพราะตัวเองชอบเล่นละครอยู่แล้ว โดยใช้โทรศัพท์ตั้งกล้องหน้า ผ่านบทที่เล่นกันสดๆ และตัดต่อเอง
จากนั้นมีดาราคนดังมาร่วมทำคอนเทนต์มากมาย เรื่องนี้มอสยกความดีความชอบให้กับ “ปอนด์” พีอาร์ของศิลปินซึ่งชอบดูคอนเทนต์ของเขามาก และได้เสนอให้เขาทำคอนเทนต์สัมภาษณ์น้องฝึกงานคนใหม่ เพราะอยากพาศิลปินไปโปรโมตเพลง จนเป็นที่มาของคอนเทนต์ไวรัลในปัจจุบัน
จากคลิปสมัครงานที่มอสและมายช่วยกันทำ ในสไตล์พี่สัมภาษณ์งานแบบจิกกัด พูดไปเรื่อย และตบมุก ส่วนมายเป็นน้องฝึกงานที่ทำงานแบบไม่ได้เงิน คอยยืนรับส่งมุกอยู่ข้างหลัง ถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์ ทำให้ช่องมอสมัดจุกมีลูกค้าติดต่อเข้ามาประมาณ 500 กว่าตัวในปีที่แล้ว รวมถึงศิลปินเกาหลี อย่าง แฮชาน NCT, เจบี และมาร์คต้วน GOT7 dH ติดต่อเข้ามา เพราะอยากทำคอนเทนต์ด้วย เรียกว่าต้องถ่ายงานทุกวัน ไม่มีวันหยุด
ส่วนแขกรับเชิญที่ประทับใจมากๆ ของมอส คือ พีพี กฤษฏ์ จากความเฟรนด์ลี่และการรับส่งมุกอย่างเป็นกันเอง และคลิปนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นให้มอสมัดจุกเป็นที่รู้จัก ส่วนคนที่มอสยกให้เป็นมืออาชีพที่สุด คือ ชมพู่ อารยา เพราะถ่ายจบภายใน 8 นาที ตัดใช้ 5 นาที และคนที่อยากสัมภาษณ์มากที่สุด คือ ลิซ่า Blackpink กับปาล์มมี่
เด็กลำปาง หาเงินซื้อที่ดิน 8 ล้าน
หากย้อนไปก่อนจะเป็นครีเอเตอร์คิวทอง ชีวิตในวัยเด็กของมอสเติบโตในจังหวัดลำปาง พ่อแม่เป็นเกษตรกรปลูกกะหล่ำดอก และพืชหมุนเวียนอย่าง ข้าว กระเทียม และหอมแดง ฐานะเรียกว่ายากจน เพราะมอสต้องขอทุนเรียนและจ่ายค่าเทอมแบบส่วนลด วันเสาร์-อาทิตย์ ก็เที่ยวได้แค่ตามทุ่งนา ไม่ได้เข้าตัวเมืองเหมือนเด็กคนอื่นๆ เพราะระยะทางจากบ้านอำเภองาวไปตัวเมือง 80 กว่ากิโล ต้องมีเงินจ่ายค่ารถไป-กลับ ในยุคนั้นแค่ได้ไปบิ๊กซีลำปางก็มีความสุขมากๆ แล้ว
โดยมอสได้สักรูปกะหล่ำดอกไว้เป็นสัญลักษณ์ เพราะพ่อแม่ปลูกกะหล่ำส่งเขาเรียน ร่วมกับการกู้ กยศ. ขอทุนการศึกษา และทำงานหลายอย่าง แม้แต่การแต่งเป็นผีในบ้านผีสิงก็ทำมาแล้ว เพื่อส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวมากๆ
ในปัจจุบันนอกจากเป็นครีเอเตอร์แล้ว มอสยังเปิดร้านขนมจีนเมนูโปรดขาย ซึ่งเขาเปิดพรีออร์เดอร์ขายเป็นอาชีพเสริมมาก่อนหน้านี้แล้ว จนได้เปิดร้านในที่สุด
และล่าสุด มอสได้ทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จอีกขั้น คือเก็บเงินซื้อที่ดินที่เชียงดาว หลังจากไปเที่ยวมา 8 ปีติดจนอยากมีบ้านอยู่ในหมู่บ้านทุ่งละคร
จากเรื่องราวของมอส พิสูจน์ให้เห็นว่าหากมีความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และแรงผลักดันของครอบครัว ก็สามารถทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้
ข้อมูลจาก
