Exclusive Featured SMEs

ต่อยอดธุรกิจอากง! ทายาทรุ่น 3 พลิก “ขันอะลูมิเนียมลายไทย” สู่งานคราฟต์ร่วมสมัย บินไกลถึงปารีส-มิลาน

เมื่อพูดถึง “ขันอะลูมิเนียมลายไทย” หลายคนอาจนึกถึงของใช้ประจำบ้านในอดีต ใช้ในเทศกาลสงกรานต์ หรืองานบุญต่างๆ แต่สำหรับสองพี่น้อง คุณเฟิร์น-ธนัชชา ตั้งสุขสว่างพร และ คุณหมิว-สาริศา ตั้งสุขสว่างพร สิ่งของชิ้นนี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่ครอบครัวมาหลายสิบปี แต่ยังเป็นมรดกที่ส่งต่อจากรุ่นอากง 

พวกเธอหยิบของใกล้ตัวที่หลายคนมองข้ามมาสร้างมูลค่าใหม่ ภายใต้แบรนด์ “Suchai Craft” พร้อมพิสูจน์ว่าขันอะลูมิเนียมลายไทยไปได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด

ครอบครัวของคุณเฟิร์นและคุณหมิวทำธุรกิจอะลูมิเนียมมาตั้งแต่รุ่นอากง หลังอพยพมาจากเมืองจีนตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเริ่มจากเป็นลูกจ้างในโรงงานอะลูมิเนียม สั่งสมประสบการณ์และฝีมือก่อนหันมาสร้าง “โรงงานสุชัยโลหะการ” ธุรกิจของตัวเอง

อากงทดลองทำสินค้าหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ เครื่องหนีบผมอะลูมิเนียม ลองผิดลองถูกอยู่หลายอย่างก่อนมาลงตัวที่ขันอะลูมิเนียมลายไทย สินค้ายอดนิยมที่คนไทยใช้ตามงานบุญ เทศกาลสงกรานต์ และในชีวิตประจำวัน

“พวกเราคลุกคลีกับผลิตภัณฑ์นี้มานาน รู้กระบวนการทำ กว่าจะได้หนึ่งชิ้นใช้ทั้งฝีมือคนและอุตสาหกรรมช่วยผลิต มันมีความคราฟต์ และความสวยงามอยู่ในนั้น” คุณเฟิร์นเล่าเสริม 

ทายาทรุ่น 3 Suchai Craft
ทายาทรุ่น 3 Suchai Craft

แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้การใช้ขันอะลูมิเนียมในชีวิตประจำวันลดน้อยลง คุณเฟิร์นและคุณหมิวที่เติบโตมากับธุรกิจครอบครัวไม่อยากปล่อยสิ่งที่มี “คุณค่า” เลือนหายไปตามกาลเวลา ในฐานะรุ่นที่สามจึงหยิบมาสร้างมูลค่าใหม่ภายใต้แบรนด์ Suchai Craft เปลี่ยนภาพจำขันอะลูมเนียมลายไทยแบบเดิม ด้วยสีสันและรูปแบบ ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น

“ครอบครัวไม่ได้คาดหวังหรือกดดันอะไร เขาดีใจที่ลูกหลานเห็นคุณค่าของขันอะลูมิเนียมลายไทยว่ายังไปต่อได้ มันตอบโจทย์กับยุคสมัยนี้ที่คนหันมาสนใจสินค้างานคราฟต์ มีเรื่องราว มีความเป็นไทย ซึ่งเราเลือกใช้ชื่อสุชัย ซึ่งเป็นชื่อของอากงกับอาม่ารวมกัน เพราะอยากเชิดชูท่านทั้งสอง” คุณเฟิร์นเล่าถึงการปั้นแบรนด์ 

โดยวางตำแหน่งทางการตลาดแตกต่างจากโรงงานสุชัยโลหะการที่เน้นการขายส่งแบบ B2B เป็น B2C การออกแบบผลิตภัณฑ์จึงต้องคำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก โดยใช้ความรู้สายอาร์ตของคุณเฟิร์นผู้จบจากคณะภูมิสถาปัตย์ และคุณหมิวผู้จบด้านวิจิตรศิลป์ มาผสมผสานกับความรู้ธุรกิจครอบครัวที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนได้อย่างลงตัว

Suchai Craft เริ่มต้นด้วยการเพิ่มสีสันให้ขันและแก้วอะลูมิเนียมที่คนไทยคุ้นเคยและเข้าใจง่าย ผ่านกระบวนการอโนไดซ์ (Anodizing) นอกจากเพิ่มสีสันแล้ว ยังทำให้คุณภาพสินค้าดีขึ้น ไม่ขุ่น ไม่ดำ แตกต่างจากสีเงินตามท้องตลาดทั่วไป แต่ด้วยเป็นสินค้าใหม่ในตลาด จึงไม่สามารถคาดเดาถึงกระแสตอบรับได้ 

ในช่วงแรกพวกเธอใช้วิธีการออกบูธเพื่อสื่อสารกับลูกค้า จึงได้พบกับลูกค้ารุ่นเก่าที่อุดหนุนกันมายาวนาน กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบในความแปลกใหม่ รวมถึงดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์จนได้ทำงานร่วมกัน และกลุ่มชาวต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น หรือโซนยุโรป ที่ชื่นชอบงานคราฟต์ของเธอ

Suchai Craft
Suchai Craft

ถึงปัจจุบัน Suchai Craft ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ยังคงพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยความตั้งใจอยากหลุดจากภาพขันธรรมดาสู่ความเป็นสากล มีความเป็นของแต่งบ้านมากขึ้น จึงเพิ่มดีไซน์และฟังก์ชัน แต่ยังไม่ทิ้งความเป็นลายไทย

“เราใส่ฝาไม้ให้ลูกค้านึกภาพการใช้งานง่ายขึ้น สามารถใส่ชา เครื่องประดับ ของชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือตั้งโชว์ได้ และพัฒนาเป็นพวงกุญแจห้อยกระเป๋า กระจก เราอยากให้มันไปไกลกว่าแค่ขันลายไทย

เรามีช่างฝีมืออยู่กันมาตั้งแต่รุ่นอากง ลายไทยที่เราทำคือไทยประยุกต์ บางอันมาจากลายหัวใจ ลายหยดน้ำ ที่เราให้ช่างฝีมือได้ครีเอตความเป็นไทยลงไป เวลาเราไปเที่ยวไหน ถ้าเจอลายน่าสนใจก็จะถ่ายให้ช่างดูเพื่อครีเอตต่อ ซึ่งเรายังใช้ช่างฝีมือแกะมือลงไปบนแม่พิมพ์เหล็ก แล้วใช้อุตสาหกรรมช่วยผลิตต่อ สามารถรีไซเคิลได้ 100% ตอบโจทย์เรื่องรักษ์โลกด้วย” คุณเฟิร์นเล่าเสริมถึงกระบวนการผลิต

Suchai Craft
Suchai Craft

คอลเลกชันแรกที่วางจำหน่ายคือ Time to Celebrate เปิดตัวในช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ ถัดมาคือ Joy Luck Love คอลเลกชันที่เน้นสีชมพู สีม่วง สีเขียว และคอลเลกชัน Kalm Kram เน้นโทนสีดำ สีน้ำเงิน สีฟ้า สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ชอบสีฉูดฉาด

จำหน่ายในราคาเข้าถึงง่ายตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท ให้ลูกค้าสามารถซื้อใช้ในชีวิตประจำวันได้

“คนไทยไม่ใช่แค่ผู้ผลิต แต่เรามีวัฒนธรรม มีความเป็นดีไซน์เนอร์อยู่ในตัว สามารถผลิตสินค้าที่มีความคราฟต์ออกไปสู่สากลได้ ทำให้สินค้าไทยไปได้ไกลและมีศักยภาพ ถ้ามีรัฐหรือใครมาช่วยกันสนับสนุน”  

พวงกุญแจ Suchai Craft
พวงกุญแจ Suchai Craft

สุดท้ายนี้ คุณเฟิร์นทิ้งท้ายถึงสิ่งที่มีความสุขที่สุดในการปั้นแบรนด์ Suchai Craft ว่า “สิ่งที่ได้รับมาไม่ใช่แค่ขันอะลูมิเนียมลายไทย แต่เป็นมรดกจากอากง อีกอันคือองค์ความรู้ กว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง 

ภูมิใจที่เราได้สืบทอดสิ่งที่อากงเริ่มต้นมา สินค้าได้ไปออกรายการโทรทัศน์ ได้ไปต่างประเทศ ล่าสุดไปมิลาน ดีไซน์วีค ไปปารีส และสเปน ไปงานขายที่ไต้หวัน เซี่ยงไฮ้ และวางขายที่ญี่ปุ่น ในร้านมัลติแบรนด์ที่ลูกค้าซื้อไปวางขาย” เธอกล่าวทิ้งท้าย

จากเรื่องราวของ Suchai Craft สะท้อนให้เห็นว่า การต่อยอดธุรกิจครอบครัวไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่หากเข้าใจรากฐานของธุรกิจ ก็สามารถพาแบรนด์เติบโตไปสู่ตลาดใหม่ได้

Related Posts

คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ต่อยอดธุรกิจอากง! ทายาทรุ่น 3 พลิก “ขันอะลูมิเนียมลายไทย” สู่งานคราฟต์ร่วมสมัย บินไกลถึงปารีส-มิลาน
4 ปีมีครั้ง แต่ทำไมหลายธุรกิจถึงรอฟุตบอลโลก อานิสงส์ยอดขายพุ่ง กับโอกาสทำเงินที่นานๆ มาที
นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์
LINE MAN หั่น GP เหลือ 10% หนุนไทยช่วยไทย พลัส (60/40)