หลายคนยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางความเครียด นอนดึก ไม่ออกกำลังกาย และปล่อยให้สุขภาพค่อยๆ ถดถอยโดยไม่รู้ตัว คำถามสำคัญคือ “จะดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้ป่วยตั้งแต่แรก”
ทำให้ โป้ง – ปรมะ อินทศร และ หมอโบ๊ต – นพ.พลพงศ์ ชยางศุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ร่วมกันก่อตั้ง Iwelty แพลตฟอร์มค้นหา จอง และเข้าร่วมอีเวนต์ คลาส และกิจกรรมสุขภาพ ที่ต้องการทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน
จุดเริ่มต้นของ Iwelty
แพลตฟอร์ม Iwelty เริ่มต้นเมื่อ 3 ปีก่อน จากเทรนด์ Wellness ที่กำลังมาแรง ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งการนอนดึก ตื่นสาย ไม่ออกกำลังกาย และเกิดความเครียดสะสม หากใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ จึงอยากให้ทุกคนเริ่มดูแลตัวเองเชิงป้องกันมากกว่ารอรักษาเมื่อเกิดโรค
ทำให้โป้งและหมอโบ๊ต ควักทุน 5 ล้านบาท ก่อตั้ง Iwelty ขึ้นมา เพราะอยากให้ผู้คนเริ่มดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อม Vision สำคัญคือ “อยากให้ทุกคนเข้าถึง Wellness” ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เพศไหน หรืออยู่กลุ่มใดก็ตาม
เขาเริ่มจากการ “สร้างมีเดีย” เพื่อสื่อสารให้คนรู้ว่า Wellness คืออะไร และให้ความรู้เรื่องการปรับพฤติกรรม ก่อน “จับมือทำ” ในปีต่อมา แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจ เพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าทำไมต้องทำเรื่อง Wellness
แต่เมื่อเริ่มทำคลับในสวนเบญจกิติ นำคนที่วิ่งอยู่แล้วมาทำกิจกรรม Sound Healing ฝึกโยคะ หรือเปิดการ์ดนั่งพูดคุย ทำให้เห็นมุมมองหลากหลายจนเกิดแรงบันดาลใจอยากผลักดันธุรกิจนี้ให้เดินไปต่อ เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ผู้คนรู้สึกดีขึ้นและมีพื้นที่ออกกำลังกาย
“บางคนเปิดการ์ดได้สิ่งที่ผิดพลาดในปีนี้แล้วอยากโยนมันออกไป บางคนได้สิ่งที่เรารักที่สุดในปีนี้ ร้องไห้น้ำตาแตกกันหมด บางคนเพิ่งออกจากงานและยังหางานไม่ได้ บางคนอกหัก แล้วได้มาแชร์ให้เพื่อนฟัง ทำให้เราเห็นว่าทุกคนเครียดกันมาก แต่มองภายนอกดูไม่ออก” โป้งแชร์ให้ฟัง
ซึ่งการทำแพลตฟอร์มจะทำให้ทุกคนเข้าถึง Wellness มากขึ้น จึงเกิดเป็น Iwelty แพลตฟอร์มค้นหา จอง และเข้าร่วมอีเวนต์ คลาส และกิจกรรมสุขภาพ
สร้างคอมมูนิตี้ผ่านกิจกรรมหลากหลาย
กิจกรรมของ Iwelty มีให้เลือกมากมาย ทั้งคลาสเทนนิส, แบดมินตัน, Pickleball, Sound Healing, Longevity Table, Ice bath, ศาสตร์การปรุงน้ำหอม, ศิลปะบำบัด หรือ City Run เป็นต้น
โดยแบ่งจัด 10 คอมมูนิตี้ต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกในคอมมูนิตี้มากถึง 15,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเทรนด์
“เวิร์กช็อปที่เราจัดให้มติชน งาน Thailand Healthcare 2026 ก็เต็มภายใน 8 ชั่วโมง หลายคนเห็นแล้วอยากมา เพราะอยากมาอยู่ใน Ecosystem นี้ ถ้าจองไม่ทันเขาจะรอเข้าร่วมงานหน้าเพราะอยากทำสิ่งนี้มาก ทำให้เห็นว่าคอมมูนิตี้ของเรามีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกวัน” เขากล่าวเสริม
โดยผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y ช่วงอายุ 28-35 ปี นอกจากปัจจัยเรื่องไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังมีต้นทุนทางเวลาในช่วงวันหยุด
“ส่วนใหญ่เป็นพนักงานประจำ มีวันหยุดเสาร์ถึงอาทิตย์ ถ้าเอาเงินไปซื้อคอร์สฟิตเนส เวิร์กช็อป สมมติคลาสละพันบาท เดือนหนึ่งจ่ายเป็นหมื่น ก็ไม่ไหว แต่พอมีคอมมูนิตี้เกิดขึ้น และส่วนใหญ่เข้าฟรี เหมือนเขาได้เอาต้นทุนเวลาไปเข้าร่วม ไปช่วยเขารีวิว แลกกับการได้ทำกิจกรรม ได้เจอเพื่อน และผ่อนคลายกับเวิร์กช็อปต่างๆ ที่แบรนด์จัดให้”
การทำงานของ Iwelty มีลักษณะคล้าย “เอเจนซี” จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับแบรนด์ของ “ลูกค้า” นั่นคือส่วนแรก
ส่วนที่สองจัดตามเทรนด์ ตามความต้องการของคนและซีซัน เช่น ปรับมาทำกิจกรรมในร่ม อย่าง Pickleball หรือ Dodgeball
หรือถ้าช่วงไหน Hyrox กำลังมา จะออกโปรแกรมคล้ายๆ Hyrox อย่าง Flowtack ผสมผสานคาร์ดิโอ บอดี้เวท และกิจกรรมกลุ่มเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนต่อยอดไป Hyrox ได้
แต่ทั้งนี้ เขาไม่อยากให้มองเรื่องสุขภาพเป็น “ของฟรี” เท่านั้น แม้อีเวนต์ 70% จะไม่เสียค่าใช้จ่าย จากการจัดกิจกรรมของลูกค้าที่มีสปอนเซอร์สนับสนุน
“ถ้าอันไหนขาย เราต้องการทำให้เขาเห็นว่าสุขภาพไม่ฟรี อย่าง Ice bath เราขายขั้นต่ำ 350 บาท ไม่ได้แพง แต่ต้องจ่าย ไม่ได้กำไรหรอก บางทีได้หลักหมื่น ไม่ทำให้เรารวย แต่ต้องทำให้คนรู้สึกว่ากิจกรรมนี้มีคุณค่า เขาจะได้ใส่ใจ”
จากที่โป้งบอก การจัดกิจกรรมแบบเสียเงินไม่ได้สร้างผลกำไรให้บริษัทมากมาย สิ่งที่ทำให้สตาร์ทอัพอย่าง Iwelty อยู่ได้ คือเป้าหมายเดียว “อยากเป็นแพลตฟอร์มค้นหา จอง และเข้าร่วมอีเวนต์ คลาส และกิจกรรมสุขภาพใหญ่ที่สุดในประเทศ”
“ตื่นเช้ามานึกอะไรไม่ออก นึกถึง Iwelty อยากดูแลสุขภาพนึกถึงเรา วันนั้นแหละถึงจะเป็นกำไร วันนี้ยังต้อง Burn มันไปเพื่อให้ถึงป้าหมาย” เขาเล่าเสริมถึงเป้าหมาย
กระตุ้นเศรษฐกิจโลคอล
ปัจจุบัน Iwelty เริ่มจัดกิจรรมในต่างจังหวัด ทั้งเชียงใหม่ ระยอง สระบุรี หรือเมืองท่องเที่ยวอย่าง หัวหิน เป็นต้น โดยใช้วิธีผูกมิตรกับคลับโลคอล ต่อยอดและผลักดันให้กิจกรรมที่มีอยู่แล้วเป็นกระแสนิยมขึ้นมา
“ตอนแรกจะเอา City Run ไปหัวหิน แต่พอไปคุยแล้วเขาไม่วิ่งกัน ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ต้องกลับมาดูว่าหัวหินมีอะไร มีทะเล เลยทำ Beach Run ร่วมกับ ททท. คนกรุงเทพฯ ก็มาลงทะเบียน 3 ร้อยกว่าคน หัวหินมีภูเขาก็วิ่ง Trail ได้ ระยองมีป่าโกงกาง เราต้องหากิจกรรมให้เข้ากับต้นทุนที่จังหวัดนั้นมี”
และไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังช่วย “กระตุ้นเศรษฐกิจ” ท้องถิ่นให้คึกคัก โป้งยกตัวอย่าง ระยอง จังหวัดนี้เติบโตสูงสุด เพราะเป็นเมืองอุตสาหกรรม มี GDP สูง
“เขามี Run Club อยู่แล้ว Iwelty เข้าไปช่วยโปรโมตให้ผ่านสื่อของเรา หลังจากนั้นคนระยองหันมาวิ่งกันหลักร้อยคนต่อครั้ง เราผลักดันให้คนในจังหวัดมีความรู้สึกว่าจังหวัดฉันก็มี ไม่จำเป็นต้องไปกรุงเทพฯ
แล้วเราก็เอาลูกค้าแบรนด์ต่างๆ ไปร่วมคอลแลป เช่น แบรนด์ทิชชูวีวี่ หรือการ์มินไประยอง นอกจากแบรนด์ได้ขายสินค้าแล้ว ธุรกิจท้องถิ่นอย่างคาเฟ่ริมหาดก็ได้ขายเครื่องดื่มให้นักวิ่งด้วย” โป้งแชร์ให้ฟังถึงธุรกิจท้องถิ่นที่ได้รับอานิสงส์นี้ไปด้วย
ท้ายที่สุดนี้ โป้งมองการเติบโตของ Iwelty ในอีก 3 ปีข้างหน้าว่า อยากให้ Iwelty เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เข้าไปเติมเต็มเรื่องสุขภาพผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยคาดหวังว่าคนไทยจะใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นตัวกลางสมัครเวิร์กช็อป ไปอีเวนต์ นับแคลอรี คลายเครียด และอีกหลายอย่าง
จากเรื่องราวของ Iwelty สะท้อนให้เห็นว่า Wellness ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสุขภาพ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน สร้างคอมมูนิตี้ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน
