ประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยเสน่ห์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย
เพื่อการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ และเปิดโอกาสสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน และหน่วยงานพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ Cross-Border QR Payment รับชำระเงินนักท่องเที่ยวผ่าน QR Payment รองรับ 9 สกุลเงิน 9 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “Pay like a Local”
นางสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. กล่าวว่า สังคมในปัจจุบันนิยมใช้ QR Payment เป็นหลัก หรือเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ทำให้นักท่องเที่ยวอยากได้รับความสะดวกสบายในการใช้จ่ายด้วยเช่นกัน
นอกจากจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังช่วยกระจายรายได้ให้ร้านค้ารายเล็กทั่วประเทศไทย สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของการมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ไม่ได้มุ่งแค่สร้างรายได้เข้าประเทศ แต่ยังต้องการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง
นายณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน กล่าวว่า ประเทศไทยพยายามส่งเสริมให้ร้านค้าไทยสามารถรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ผ่านระบบ QR Payment
โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชัน Mobile Banking หรือ e-Wallet ที่คุ้นเคยจากประเทศของตน สแกนชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน QR Code ของร้านค้าไทยที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องแลกเงินสดหรือแลกเปลี่ยนสกุลเงินก่อนการใช้จ่าย
ซึ่งรองรับ 9 สกุลเงิน จาก 9 ประเทศ ได้แก่ จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เกาหลีใต้ ฮ่องกง สปป.ลาว และกัมพูชา
สำหรับผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ด้วยการสมัครใช้งาน QR ร้านค้ากับธนาคารชั้นนำทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
และพันธมิตรด้านการชำระเงินระดับนานาชาติจากประเทศจีน ได้แก่ Alipay, WeChat Pay และ UnionPay เพื่อรองรับการชำระเงินผ่านระบบ Cross-Border QR Payment จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
