“อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์พาวเวอร์ของไทย แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ทว่าในขณะที่อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเติบโต ตลาดแรงงานกลับเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากร โดยคาดว่าช่วงปี 2568-2572 ไทยจะต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและ Future Food มากกว่า 47,000 คน
ช่องว่างดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคการศึกษาในการเร่งสร้างบุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย และผลักดัน “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ให้เกิดขึ้นได้จริง

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการคือ การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก
ขณะเดียวกัน ยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับกับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในฐานะแหล่งผลิตวัตถุดิบและอาหาร แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังขาดการยกระดับไปสู่ตลาดโลกและกลุ่มอาหารแห่งอนาคต (Future Food)
ดังนั้น กลุ่มดุสิตธานีจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาชั้นนำในเครือดุสิตธานี เตรียมที่จะเปิดหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์ (Food Technology and Creative Culinary Arts)” ขึ้นมา

ด้าน ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวเสริมว่า “อาหาร” มีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนานนับพันปี สะท้อนผ่านการแตกแขนงเป็นหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น อาหารสำหรับผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย หรืออาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งล้วนพัฒนาไปตามวิถีชีวิต สภาพแวดล้อม และความต้องการของผู้คนในแต่ละยุคสมัย
ขณะเดียวกัน อาหารหนึ่งจานไม่ได้เกิดขึ้นจากฝีมือของ “เชฟ” เพียงคนเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของผู้คนหลากหลายภาคส่วนทั้งห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมอาหาร
โดยพบว่ายังมีสัญญาณความต้องการกำลังคนด้าน Food Tech เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อ้างอิงข้อมูลจาก TDRI และ NXPO คาดการณ์ว่า ระหว่างปี 2568-2572 อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคตของไทยจะต้องการแรงงานมากกว่า 47,000 คน
ขณะที่ตลาดแรงงานกำลังเผชิญภาวะ “ขาดแคลนบุคลากร” อย่างชัดเจน จากการที่มีตำแหน่งงานด้าน Food Science และ Food Technology เปิดรับกว่า 5,000 ตำแหน่งต่อปี แต่จำนวนบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ความโดดเด่นของหลักสูตรนี้คือ “ความกลมกล่อม” จากการผสมผสานทั้งศิลปะอาหาร วิทยาศาสตร์อาหาร และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด และอีกหลายบริษัท รวมถึงสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมวิพากษ์ ออกแบบหลักสูตรรายวิชา และให้ความรู้
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเป็น “สถาปนิกอาหาร” ในคนๆ เดียว มีทางเลือกในการประกอบอาชีพที่กว้างขวาง สามารถเป็นได้ทั้งเจ้าของกิจการ เชฟ นักคิดค้นสูตรอาหาร (R&D) บุคลากรในโรงงานอุตสาหกรรม หรือเป็นผู้ประกอบการ SMEs
สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเรียน คาดว่าจะเริ่มเปิดรับสมัครในช่วงภาคการศึกษาปี 2570 ไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น โดยสัดส่วนหลักสูตรจะจัดวางระหว่างอาหาร 40% วิทยาศาสตร์ 40-50% และธุรกิจ 10-20% เพื่อให้การเรียนไม่หนักเกินไป
“ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรอยู่ที่ประมาณ 450,000 บาท ใช้เวลาเรียน 4 ปี แต่สิ่งที่เราเตรียมให้คือความพร้อมในการทำงานจริง เมื่อเรียนจบ นักศึกษาแทบไม่ต้องวิ่งหางาน เพราะเป็นสายอาชีพที่อุตสาหกรรมยังขาดแคลนบุคลากรอยู่มาก มีแต่สถานประกอบการเป็นฝ่ายเข้ามาติดต่อเพื่อดึงตัวไปร่วมงาน สะท้อนผ่านอัตราการมีงานทำของบัณฑิตวิทยาลัยดุสิตธานีที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง” ดร.อรรถเวทย์กล่าวทิ้งท้าย
