ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ก้อนเปื่อย แชร์ภาพเคลื่อนไหว การใช้เครื่องอบช้อนยูวี ที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคในช้อมส้อมได้ดีแบบใหม่ แทนการลวกช้อนส้อมในหม้อต้มน้ำเดือด พร้อมบรรยายว่า
“FOOD COURT อาคารศรีสวรินทิรา รพ.ศิรราช เปลี่ยนจากการลวกช้อนส้อมในหม้อน้ำเดือดเป็นเครื่องอบช้อนส้อมรังสี UV AUTOMATIC STERILIZATION แล้ว !!!”
ทำให้มีผู้ใช้อินเตอร์เนตจำนวนมากต่างรีทวิตแนะนำสิ่งใหม่ๆนี้ที่มีประโยชน์กว่าเดิมมากมาย ทั้งอัตราการใช้พลังงานต่ำ ลดการเสี่ยงโดนไฟดูดและน้ำร้อนลวกได้ โดยมีผู้รีวิตต่อแล้วกว่า 7 พันครั้ง
Latest Posts
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือนสตาร์
จากยาดมหลอดเล็กที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 90 ปี วันนี้“ยาดมตราโป๊ยเซียน” กำลังก้าวสู่บทใหม่ของการเติบโต ด้วยการวางหมุดหมายสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีในอีกหนึ่งทศวรรษข้างหน้า ภายใต้วิสัยทัศน์ “100 ปีแห่งความยั่งยืน” ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ยาดมตรา “โป๊ยเซียน” เปิดเผยว่า การก้าวผ่านวาระครบรอบ 90 ปี และเข้าสู่ปีที่ 91 ไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งหมุดหมายของธุรกิจ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษใหม่ของแบรนด์ โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การเติบโตของแบรนด์เกิดขึ้นได้จากความไว้วางใจของผู้บริโภค พนักงาน คู่ค้า และสังคมรอบข้าง แบรนด์เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจไม่ควรวัดจากตัวเลขทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสะท้อนถึงคุณค่าที่องค์กรสามารถส่งมอบกลับคืนสู่สังคมได้ด้วย” ปัจจุบัน ยาดมตรา “โป๊ยเซียน” สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ด้วยยอดขายที่ท
หลายคนยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางความเครียด นอนดึก ไม่ออกกำลังกาย และปล่อยให้สุขภาพค่อยๆ ถดถอยโดยไม่รู้ตัว คำถามสำคัญคือ “จะดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้ป่วยตั้งแต่แรก” ทำให้ โป้ง – ปรมะ อินทศร และหมอโบ๊ต – นพ.พลพงศ์ ชยางศุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ร่วมกันก่อตั้ง Iwelty แพลตฟอร์มค้นหา จอง และเข้าร่วมอีเวนต์ คลาส และกิจกรรมสุขภาพ ที่ต้องการทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน จุดเริ่มต้นของ Iwelty แพลตฟอร์ม Iwelty เริ่มต้นเมื่อ 3 ปีก่อน จากเทรนด์ Wellness ที่กำลังมาแรง ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งการนอนดึก ตื่นสาย ไม่ออกกำลังกาย และเกิดความเครียดสะสม หากใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ จึงอยากให้ทุกคนเริ่มดูแลตัวเองเชิงป้องกันมากกว่ารอรักษาเมื่อเกิดโรค ทำให้โป้งและหมอโบ๊ต ควักทุน 5 ล้านบาท ก่อตั้ง Iwelty ขึ้นมา เพราะอยากให้ผู้คนเริ่มดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อม Vision สำคัญคือ “อยากให้ทุกคนเข้าถึง Wellness” ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เพศไหน หรืออยู่กลุ่มใดก็ตาม เขาเริ่มจากการ “สร้างมีเดีย” เพื่อสื่อสารให้คนรู้ว่า Wellness คืออะไร และให้ความรู้เรื่องการปรับ
หากพูดถึงคาเฟ่ หลายคนอาจนึกถึงร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีและเมนูอร่อย แต่ “พาเฟ่” (PAfé) เป็นมากกว่านั้น พาเฟ่ เป็นร้านกาแฟที่เปิดภายใต้แนวคิด “สุขที่ได้แบ่งปัน” ต่อยอดมาจากภารกิจหลักของ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สามารถพึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน หลายพื้นที่ที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นชุมชนเกษตรกรรม หนึ่งในอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่คือ “การปลูกกาแฟ” ที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นพืชที่ช่วยในการรักษาป่า เพราะสามารถเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ต่อมา เมื่อมูลนิธิฯ ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานมายังอาคารอนุรักษ์ของกรมศิลปากรในปัจจุบัน จึงได้จัดสรรพื้นที่เพื่อสนับสนุนภารกิจก

