ข่าววันนี้

แอปดีลิเวอรีจีนเพื่อคนจีน “ใช้ภาษาจีน-จ่ายด้วยเงินหยวน” ระบาดในไทย ด้านพาณิชย์สั่งเร่งตรวจปม ‘นอมินี’

เรียกได้ว่าเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในตอนนี้ กับ 3 แอปพลิเคชันจีน ที่ทำมาเพื่อคนจีนที่อาศัยอยู่ในไทย โดยเป็นภาษาจีน จ่ายด้วยเงินหยวน

ด้าน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับแพลตฟอร์มสัญชาติจีนที่ให้บริการสั่งอาหารและบริการประเภทอื่นๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวจีนที่มาอาศัยในประเทศไทย เนื่องจากประสบข้อจำกัดด้านภาษาในการใช้งานแอปพลิเคชันเดลิเวอรีของไทย 

บริษัทจีนจึงเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจและเข้ามาเปิดให้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าว ได้แก่ Gokoo, Feixiang (เฟยเซี่ยง) และ E-Gets ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากสังคม ขณะนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ 

และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์มทั้ง 3 ราย เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท โดยมี 2 รายที่มีผู้ถือหุ้นชาวไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง และอีก 1 ราย มีโครงสร้างการถือหุ้นที่มีต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนเกิน 50% โดยรายละเอียดของนิติบุคคลทั้ง 3 รายมีดังนี้

1) บริษัท โกคูออนไลน์ จำกัด (แอปพลิเคชัน 悟空外面 (wukong waimai) : Gokoo) จดทะเบียนนิติบุคคลวันที่ 21 กันยายน 2563 ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นไทย 80% มีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย

2) บริษัท เดอะ ฟลาย โฮลดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด  (แอปพลิเคชัน 飞象 : feixiang) จดทะเบียนนิติบุคคลวันที่ 1 กันยายน 2564 ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 51% มีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย สำหรับนิติบุคคลทั้ง 2 รายข้างต้น ประกอบธุรกิจให้บริการเป็นตลาดกลางซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยจากการตรวจสอบพบผู้ถือหุ้นคนไทยมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่น โดยมีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทอีก 4 บริษัท โดยเป็นการร่วมลงทุนกับคนต่างด้าว

และ 3) บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (แอปพลิเคชัน E-Gets) จดทะเบียนนิติบุคคลวันที่ 3 สิงหาคม 2566 ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลสัญชาติกัมพูชา 90% จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 

โดยประกอบธุรกิจ e-commerce และหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริการสั่งซื้อ ขาย และจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบพบว่าบริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับบัตรส่งเสริมจาก BOI ในธุรกิจบริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล และได้รับหนังสือรับรองการประธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว”

“ทั้งนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินลงทุน อำนาจการบริหารจัดการ การลงนามผูกพันบริษัท ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) หรือไม่ 

โดยจะแบ่งการตรวจสอบเป็น 2 กลุ่มตามสถานะของนิติบุคคล คือ 

1) นิติบุคคลไทยจะดำเนินการตรวจสอบว่ามีคนไทยให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติใช้ชื่อหรือถือหุ้นแทนเพื่อเป็นนอมินีเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่ หากมีการกระทำผิดจริงจะได้รับโทษทางกฎหมาย โทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี โทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท และ 2) นิติบุคคลต่างชาติ จะตรวจสอบการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากฝ่าฝืนประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท”

“สำหรับแพลตฟอร์มที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบพบว่ามีลักษณะการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลที่มุ่งตอบสนองกลุ่มลูกค้าชาวจีนในประเทศไทย ทั้งบริการสั่งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีการใช้ภาษาจีนเป็นหลัก รวมทั้งมีการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ 

ซึ่งกรมฯ จะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันมิให้เกิดการดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ระบบเศรษฐกิจของประเทศ และการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และพร้อมจะเดินหน้าตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายและไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และปกป้องธุรกิจของคนไทย ซึ่งระหว่างการตรวจสอบต้องถือว่าธุรกิจยังมิได้ดำเนินสิ่งใดที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย จนกว่าจะทราบผลการตรวจสอบ”

“การตรวจสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินีแทนชาวต่างชาติ รวมถึงการป้องกันการประกอบธุรกิจที่อาจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยกรมฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ และการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย 

ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการที่เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการสนับสนุนให้คนมีงานทำ โดยเฉพาะไรเดอร์ แต่หากมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้คนไทยถือหุ้นแทน การประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลการตรวจสอบต่อไป และขอยืนยันว่าจะติดตามและตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้การลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยพร้อมอำนวยความสะดวกและให้ความเป็นธรรมแต่การประกอบธุรกิจที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา 

มติชนออนไลน์ 

กระทรวงพาณิชย์ 

ข่าวสดออนไลน์  

Related Posts

“พาเฟ่” ร้านกาแฟในพระราชดำริ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ที่นำรายได้กลับไปช่วยเหลือชุมชน
LINE MAN ลุย ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก กับกว่า 5 หมื่นร้าน อัดโปรเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท คาดดันออเดอร์โต 2 เท่า